"ห้ามใช้คาถาหมัดอัคคีใส่เจ้าสไลม์โคลนเด็ดขาดนะคะ เอลีน่า! เดี๋ยวเตาหลอมของช่างตีเหล็กแถวนี้จะได้กลายเป็นจุตจักรวาลพินาศกันพอดีค่ะ"
เสียงถอนหายใจปนเอ็นดูของรินดังขึ้น เหนือหลุมดินโคลนลึกสามเมตรที่เพิ่งถูกระเบิดด้วยเวทมนตร์ระดับสูงจนเป็นหลุมอ่างกระทะขนาดย่อม เด็กหนุ่มในชุดผู้เล่นมือใหม่สีมอซอขยับแว่นตาอเนกประสงค์บนดั้งจมูก ก่อนจะก้มลงมองกระดาษแผ่นยับยู่ยี่ในมือ—มันคือใบประกาศจับและเควสต์ระดับล่างสุดของสมาคมนักผจญภัย "ภารกิจ: กำจัดโคลนเหนียวหนืดเพื่อนำวัตถุดิบไปซ่อมแซมคอกม้า"
ทว่า ผลงานจากปลายนิ้วเรียวสวยของหญิงสาวข้างกายกลับไม่ใช่แค่การกำจัด แต่เป็นการลบเลือนร่องรอยทางธรณีวิทยาไปเลยต่างหาก
เอลีน่ากะพริบตาปริบๆ ดวงตาสสีม่วงเข้มคู่นั้นมองซากคราบโคลนที่ระเหิดกลายเป็นไอควันพวยพุ่งด้วยความไร้เดียงสา เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่าย นางเอียงคอเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจในโลกใบนี้ มือเรียวบางยังคงถือคถาไม้โอ๊คโบราณที่สั่นระริกด้วยอานุภาพพลังเวทที่ยังหลงเหลือ
"ข้า... แค่คิดว่ามันสกปรกเกินกว่าจะปล่อยให้เปื้อนรองเท้าของเจ้าค่ะ ริน" น้ำเสียงหวานนุ่มทุศก์กังวานเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดในแววตา คาบพลังเวทสีทองจางๆ ที่ล้อมรอบตัวนางเริ่มสั่นคลอน—ผลข้างเคียงจากการสูญเสียความทรงจำ ทำให้การควบคุมมานาในร่างมีความหนาแน่นไม่เสถียร นี่คือเหตุผลที่รินต้องคอยประกบติดนางแจในฐานะ "ผู้ดูแลส่วนตัว" ควบตำแหน่งคู่หูจำเป็น
"รองเท้าของฉันซักได้ค่ะอาจารย์ แต่ถ้าหมู่บ้านนี้โดนลูกหลงจากเวทระเบิดเมื่อครู่ เงินชดเชยที่เราอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาสามวันจะปลิวหายไปในพริบตานะคะ" รินหัวเราะแห้งๆ พรางทรุดตัวลงนั่งยองๆ ใช้ช้อนตักดินเคลือบธาตุที่เหลือรอดจากการระเบิดใส่ลงในถุงผ้าป่านอย่างคล่องแคล่ว
นี่คือบทเรียนแรกของ "กฎเหล็กของคู่หูมือใหม่" ในโลก VRMMO นามว่า *Aethelgard Online* ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับผู้เล่นสายเก็บกวาดอย่างรินแล้ว เงินทุกทองแดงมีความหมายเท่ากับลมหายใจ ระบบเกมนี้มีความสมจริงสูงมาก ค่าความทนทานของไอเทม อาหารประทังชีวิต และค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ ล้วนผูกติดกับเศรษฐกิจในเกมอย่างแน่นหนา หากไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว แม้แต่ดาบไม้ผุๆ ก็อาจหักคามือระหว่างสู้กับก็อบลินได้
และในเมื่อเอลีน่า NPC ระดับตำนานที่ความจำเสื่อมผู้นี้จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานชีวิตและอาหารจากเขา ทั้งคู่จึงต้องจับมือกันรับภารกิจหาเงินอย่างไร้ทางเลือก
"รินคะ... ดูนั่นสิคะ" เอลีน่าก้าวเข้าไปใกล้ซากพุ่มไม้แห้งที่อยู่ถัดจากหลุมโคลน นิ้วเรียวชี้ไปยังวัตถุประหลาดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รากไม้
รินหันไปมองตาม แว่นตาอเนกประสงค์ส่งเสียงติ๊ดเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[ตรวจพบไอเทมขยะพิเศษ: "ต่อมน้ำตasaอสูรพฤกษา" (เกรด C)]
[คำอธิบาย: ต่อมต่ออารมณ์ของพืชกลายพันธุ์ มักหลั่งสารคัดหลั่งเมื่อสัมผัสกับความร้อนสูงหรือมานาที่ปั่นป่วน มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ แต่หากนำไปผ่านกระบวนการกลั่นด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม จะกลายเป็น "น้ำยาเคลือบเกราะป้องกันสนิม" ชั้นยอด]
ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นมาทันที รินยิ้มกริ่ม รอยยิ้มแบบนี้แหละที่เอลีน่าเริ่มคุ้นเคย—มันคือรอยยิ้มของพ่อค้าหน้าเลือดผู้มองเห็นขุมทรัพย์ในกองขยะ
"เยี่ยมเลยค่ะอาจารย์! แบบนี้แหละที่เราต้องการ" รินหยิบถุงมือหนังหนาขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบรรจงแคะต่อมน้ำตาสีเขียวมรกตออกมาจากซอกรากไม้อย่างระมัดระวัง "ของพวกนี้แหละที่จะทำให้เรามีทุนไปซื้อชุดเกราะเบาให้ท่านใส่เสียที ชุดคลุมนักเวทขาดวิ่นแบบนั้น ป้องกันอันตรายไม่ได้หรอกนะคะ แถมยังทำให้ท่านดูเหมือน... เอえ… ยาดองเคลื่อนที่ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ"
เอลีน่าก้มลงมองสภาพชุดของตนเองอย่างงุนงง นางจำไม่ได้ว่าทำไมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของตนจึงขาดวิ่นจนเกือบกลายเป็นผ้าขี้ริ้วเช่นนี้ แต่เมื่อนึกถึงสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยของเด็กหนุ่ม มุมปากอิ่มสวยก็ยกยิ้มขึ้นบางๆ โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล vé ู่ในอก หัวใจที่เคยว่างเปล่าและเย็นชามาตลอดนับตั้งแต่ตื่นขึ้นมาในป่ารกร้างเริ่มมีจังหวะเต้นที่ชัดเจนขึ้นทีละน้อย
"เจ้าดูแลเก่งเสียยิ่งกว่าอัศวินหลวงเสียอีกนะคะ ริน..." เอลีน่าพึมพำเบาๆ ขณะยื่นมือไปช่วยถือกระสอบวัตถุดิบให้น รินสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของนาง ไอเย็นจากมานาที่รั่วไหลทำให้บรรยากาศรอบตัวลดลงเล็กน้อย
"ก็เพราะเราเป็นคู่หูกันแล้วนี่คะ" รินตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสและมั่น3ใจ "อีกอย่าง ฉันสัญญาไว้แล้วว่าจะช่วยท่านตามหาความทรงจำที่หายไปให้ได้... แลกกับการที่ท่านจะไม่ใช้เวททำลายล้างสุ่มสี่สุ่มห้าอีก เป็นอันตกลงตามนี้นะคะ!"
บทสนทนาอันอบอุ่นท่ามกลางลมหนาวของทุ่งหญ้าเริ่มต้นและดำเนินไปอย่างราบรื่น ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันมุ่งหน้ากลับสู่เมืองเริ่มต้นเพื่อนำวัตถุดิบไปส่งมอบให้แก่กิลด์นักผจญภัย เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหญ้าดังกรอบแกรบ ผสมผสานกับเสียงบ่นอุบอิบเรื่องราคาสินค้าของรินและเสียงหัวเราะเบาๆ ของเอลีน่า สร้างบรรยากาศความผูกพันที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นอย่างแน่นหนาในโลกแฟนตาซีอันกว้างใหญ่
ทว่า... ความสงบสุขมักมีราคาค่างวด และมักจะคงอยู่สั้นกว่าที่คิดเสมอ
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงเขตชายป่าโปร่งใกล้ประตูเมืองทิศใต้ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงนกและแมลงที่เคยร้องระเซ็งเซ็งกลับเงียบสนิทลงราวกับถูกกดปุ่มปิดสวิตช์ สายลมที่พัดผ่านผิวกายไม่ได้อบอุ่นเช่นเคย หากแต่แปรเปลี่ยนเป็นความหนบเหนอะหนะและกลิ่นอานความตายที่คละคลุ้ง
รินหยุดเดินทันที มือที่ถือกระสอบวัตถุดิบชะงักกึก แว่นตาอเนกประสงค์บนดั้งจมูกส่งเสียงร้องเตือนภัยดัง *ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!* รัวเร็วจนน่ากลัว หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานสว่างวาบทับซ้อนขึ้นมาจนบังทัศนียภาพเบื้องหน้าทั้งหมด
[คำเตือนระบบฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบการบุกรุกของเขตแดนลับ: "ดันเจี้ยนเฉพาะกาล - รอยแยกแห่งความทรงจำที่ถูกลืม"]
[เงื่อนไขการกระตุ้น: ตัวละคร NPC "เอลีน่า" อยู่ในรัศมี 10 เมตร และมีค่าความเสถียรของมานาต่ำกว่าเกณฑ์]
[ระดับความยาก: SSS (เกินกว่าขีดจำกัดผู้เล่นปัจจุบัน 50 เลเวล)]
รินยังไม่ทันได้เปล่งเสียงเตือน เอลีน่าก็เบิกตากว้างขึ้น ร่างบางสะท้านเฮือก คทาไม้โอ๊คในมือร่วงหล่นลงพื้น ขณะที่ประกายแสงสีม่วงเข้มระเบิดออกจากร่างของนางอย่างไร้การควบคุม พื้นดินเบื้องหน้าของพวกเขาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปี... กำลังลืมตาตื่นขึ้นมาจากใต้ผืนพิภพ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและเอลีน่านะคะ!
ผู้เล่นสายเก็บกวาดกับจอมเวทสาวผู้สูญเสียความทรงจำ•ตอนที่ 4
กฎเหล็กของคู่หูมือใหม่
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้เล่นสายเก็บกวาดกับจอมเวทสาวผู้สูญเสียความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!