"ถ้าเจ้ายังมองวงแหวนเวทมนตร์ด้วยสายตาของ 'ผู้เล่น' แบบนั้น อีกสิบปีแสงแสงแห่งดาราจักรก็ไม่มีวันเชื่อมต่อถึงแก่นแท้ได้หรอกนะคะ ริน"
ปลายนิ้วเรียวยาวดุจงาช้างของเอลีน่าสะบัดผ่านอากาศเบาๆ แสงสีครามที่เรืองรองอยู่บนหน้าจออินเตอร์เฟซระบบเสมือนจริงพลันบิดเบี้ยว กลายเป็นละอองแสงระยิบระยับที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นหญ้าราวกับฝนดาวตก ในโลกของเกม *Chronicles of Aethelgard* หน้าต่างสถานะและสเตตัสคือกรอบกรงที่ขังผู้คนไว้ในตรรกะแห่งตัวเลข แต่สำหรับอาจารย์สาวผู้สูญเสียความทรงจำเบื้องหน้าผู้นี้ เวทมนตร์ไม่ใช่การกดปุ่มสกิลตามคูลดาวน์ ทว่ามันคือภาษาโบราณที่ใช้เจรจากับโครงสร้างพื้นฐานของโลกใบนี้
รินกะพริบตาปริบๆ เด็กหนุ่มย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะละอองแสงเหล่านั้น หน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมาเตือนทันทีด้วยเสียงกริ่งแหลมสูง—*[คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลมานา, ผู้เล่นกำลังฝ่าฝืนขีดจำกัดคลาสอาชีพสายเก็บกวาด]*—แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจในวินาทีนี้
"อาจารย์กำลังบอกว่า..." รินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวเรือนผมสีเงินยาวสยายที่ยืนกอดอกอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ดวงตาคู่คมของเขาฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง "เวทมนตร์ขั้นสูงในเกมนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ใช่การเขียนโค้ดคำสั่งใหม่ แต่เป็นการ 'แก้บั๊ก' และ 'ดึงข้อมูลตกค้าง' จากระบบที่ผู้พัฒนาจงใจซ่อนไว้ต่างหากเล่าคะ?"
เอลีน่ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามจนทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตระดับตำนาน "ฉลาดมาก สมกับที่เป็นเด็กเก็บขยะที่ขยันขันแข็ง... แต่อย่าเพิ่งชมตัวเองเลยค่ะ ถ้าเจ้ายังไม่สามารถร่ายคาถาบทแรกโดยไม่พึ่งพา 'แถบมานา' สำเร็จ ภายในอาทิตย์นี้เราคงต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแถวซากปรักหักพังแห่งนี้ไปตลอดกาล"
เสียงถอนหายใจเบาๆ ของเอลีน่าไม่ได้ทำให้รินรู้สึกท้อถอย ตรงกันข้าม เลือดลมในกายของเด็กหนุ่มกลับสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น ในฐานะผู้เล่นสายเก็บกวาดที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นเศษสวะของกิลด์ใหญ่ การได้เรียนรู้ความลับระดับรากเหง้าของเกมจาก NPC ระดับตำนานเช่นนี้ มันคือโอกาสทองที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว
รินสูดหายใจเข้าลึกๆ ปิดหน้าต่างอินเตอร์เฟซระบบทั้งหมดลงด้วยมือเปล่า การมองไม่เห็นเลือด มานา หรือเกจความเหนื่อยล้า ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวลึก แต่ในขณะเดียวกัน ประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ กลับตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด เสียงสายลมที่พัดผ่านใบไม้ เสียงแมลงตัวเล็กๆ บินวนรอบกองไฟ และที่สำคัญที่สุด—ชีพจรแห่งมานาที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน
"ตรรกะของเกมกำหนดว่า ไอเทมขยะอย่าง 'เศษเหล็กขึ้นสนิม' ไม่มีค่าทางเวทมนตร์..." รินพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบเศษโลหะผุพังชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าคาดเอว "แต่ถ้าเรามองมันในฐานะ 'ข้อมูลส่วนเกิน' ที่ระบบหลงลืมลบออกไปล่ะ?"
เอลีน่าหรี่ตามองอย่างสนใจ นางไม่เคยเอ่ยปากสอนมนุษย์คนใดในยุคสมัยนี้มาก่อน แต่เด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสดใสและดวงตาเป็นประกายความหวังผู้นี้ มักจะมีวิธีทำให้ความทรงจำที่เลือนรางของนางสั่นไหวได้เสมอ
"ลองดูสิคะ เจ้าหนู" เอลีน่าผายมือออก ราวกับผืนป่าทั้งหมดกำลังรอคอยคำสั่งของนาง "ใช้เศษเหล็กชิ้นนั้นเป็นตัวสะพานเชื่อม ต่อสายตากับโครงข่ายมานาที่อยู่ใต้เท้าของเจ้า แล้วดึงพลังงานที่รั่วไหลออกมา... ห้ามใช้ระบบช่วยเล็งเป้าเด็ดขาด ใช้สัญชาตญาณของเจ้าเอง!"
รินหลับตาลงตั้งสมาธิ เขากำเศษเหล็กขึ้นสนิมไว้แน่นจนขอบมุมคมๆ บาดฝ่ามือ เลือดสีแดงสดไหลซึมลงสู่พื้นดิน แต่วินาทีนั้นเอง แทนที่จะเกิดอาการเจ็บปวด ระบบกลับรายงานความรู้สึกแปลกประหลาด—ความเจ็บปวดถูกแปลเปลี่ยนเป็นแรงสั่นสะเทือนของข้อมูล
*ตูม!*
เศษเหล็กในมือแปรสภาพเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าครามโดยปราศจากการร่ายคาถาใดๆ มันไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีธาตุไฟธรรมดา แต่เป็น 'เวทมนตร์ชำระล้าง' ระดับสูงที่สามารถหลอมละลายโครงสร้างดิจิทัลของมอนสเตอร์ในรัศมีสิบเมตรให้สลายกลายเป็นละอองข้อมูลได้อย่างหมดจด รินลืมตาขึ้นมองผลงานของตนเองด้วยความอึ้งงัน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า อาการเหนื่อยล้าจากการดึงมานาโดยตรงซัดเข้าใส่ร่างจนเข่าแทบทรุด
"ยอดเยี่ยม... เกินความคาดหมายจริงๆ ค่ะ" เอลีน่าปรบมือช้าๆ แววตาของนางฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "เจ้าเรียนรู้เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มาก ริน"
ทว่า ก่อนที่รินจะได้ทันเอ่ยปากยิ้มรับคำชม เสียงเตือนอันคุ้นเคยแต่กลับผิดปกติวิสัยของระบบเกมก็ดังขึ้นในหัว ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจย่อยหรือการเลื่อนระดับขั้น แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่ดังก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก
*[ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบการใช้เวทมนตร์ต้องห้าม 'Purge Code' นอกเหนือขอบเขตเซิร์ฟเวอร์หลัก]*
*[ระบบกำลังดำเนินการตรวจสอบผู้ใช้งาน...]*
*[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบตัวตนของ 'ผู้สูญหาย' (Lost Entity) ในพิกัดปัจจุบัน บัญชีผู้ดูแลระบบฉุกเฉินถูกบังคับเปิดใช้งาน]*
*[คำสั่งฉุกเฉิน: กำจัดและรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมดในพื้นที่ทันที]*
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับโลกทั้งใบกำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ หมอกสีดำทึบทะนานพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน กลืนกินแสงสว่างรอบตัวให้มืดมิดลงในพริบตา เอลีน่าที่เคยสงบนิ่งมาตลอด ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเงาดำมหึมาหลายร่างค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
"ริน... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ค่ะ!" เสียงหวานของเอลีน่าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางคว้าแขนเด็กหนุ่มไว้แน่น ทว่าเบื้องหน้าของพวกเขากลับปรากฏร่างของอัศวินเกราะดำทมิฬนับสิบตัวที่ถือดาบยักษ์อาบแสงสีเลือด และตรงใจกลางของกองทัพปริศนานั้น ดวงตาสสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและเอลีน่านะคะ!
ผู้เล่นสายเก็บกวาดกับจอมเวทสาวผู้สูญเสียความทรงจำ•ตอนที่ 6
อาจารย์ผู้ไม่รู้เรื่องโลกภายนอก
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้เล่นสายเก็บกวาดกับจอมเวทสาวผู้สูญเสียความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!