"ถ้ามี่มี่จะทำอาหารขายจริง ๆ ก็รีบไสหัวไปให้พ้นจากครัวของตระกูลจางเสียเดี๋ยวนี้! อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้ข้าวของในบ้านต้องขาดแคลนเพราะความเพ้อฝันของเจ้าเลย!"
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าจางแผดก้องไปทั่วบริเวณครัวไม้เก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน นางยืนเท้าสะเอว สายตาขุ่นมัวจ้องมองหลินมี่มี่ด้วยความเกลียดชัง ราวกับว่าการที่หญิงสาวจะหยิบจับวัตถุดิบธรรมดา ๆ ขึ้นมาปรุงนั้นคือการลบหลู่สมบัติส่วนตัวของนาง
หลินมี่มี่ไม่ได้สะทกสะท้าน มือเรียวบางที่เคยจับมีดเชฟระดับภัตตาคารในโลกก่อนยังคงบรรจงหั่นรากผักชีอย่างใจเย็น เสียง 'ฉับ...ฉับ...' ที่คมกริบและเป็นจังหวะสม่ำเสมอสร้างความหงุดหงิดให้แก่แม่เฒ่าจางยิ่งกว่าเดิม
"ท่านป้าคะ..." มี่มี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังอำนาจในตัว นางวางมีดลงแล้วหันไปสบตากับหญิงชราตรง ๆ "สิ่งที่ข้าทำ ไม่ได้แตะต้องส่วนแบ่งของท่านป้าแม้แต่น้อย วัตถุดิบพวกนี้ข้าหามาเองจากริมลำธารและที่รกร้างหลังหมู่บ้าน หากข้าทำเงินได้ ข้าก็จะจ่ายค่าเช่าครัวคืนให้ท่านอย่างยุติธรรม ท่านไม่ต้องกลัวว่าข้าจะมาเกาะกินหรอกค่ะ"
แม่เฒ่าจางแค่นหัวเราะเสียงดัง "หาเอง? ของพวกนั้นน่ะหรือ? แค่หญ้าข้างทางกับหัวไชเท้าเน่า ๆ เจ้าจะเอาไปทำอะไรขายได้ ใครเขาจะกินลง!"
มี่มี่ไม่ตอบโต้ นางเลือกที่จะเมินเฉยต่อถ้อยคำดูถูกเหล่านั้น ความเงียบที่ตามมาทำให้บรรยากาศในครัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมจาง ๆ เริ่มโชยออกมาจากเตาดินเผา กลิ่นของเครื่องเทศโบราณที่นางดึงความทรงจำจากสูตรลับของบรรพบุรุษออกมาใช้ มันไม่ใช่แค่การปรุงอาหาร แต่มันคือศิลปะของการดึงรสสัมผัสที่ซ่อนอยู่ในวัตถุดิบราคาถูกให้กลายเป็นเมนูระดับเหลา
ในขณะที่มี่มี่กำลังขะมักเขม้นกับการเคี่ยวซอสสูตรลับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวหม่นปรากฏตัวขึ้น จ้าวหานยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาคมดุของเขากวาดมองแม่เฒ่าจางอย่างเย็นชา ก่อนจะมาหยุดลงที่ใบหน้าของมี่มี่ที่เปรอะเปื้อนคราบแป้งเล็กน้อย
"มี่มี่..." เสียงทุ้มต่ำของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยชื่อภรรยา "ให้ข้าช่วยไหม?"
แม่เฒ่าจางที่เห็นจ้าวหานก็รีบหุบปากฉับ ความเกรงกลัวในบารมีของทหารหนุ่มทำให้หญิงชราต้องถอยกรูดไปด้านหลัง แต่ด้วยความที่ยังไม่ยอมแพ้ นางจึงกระแทกเท้าเดินหนีออกไป พร้อมกับทิ้งถ้อยคำอาฆาตไว้ "คอยดูเถอะ ถ้าพรุ่งนี้ขายไม่ได้แม้แต่เหมาเดียว ข้าจะไล่พวกเจ้าออกไปนอนข้างนอกแน่!"
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป มี่มี่ก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี "วันนี้ข้าจะทำ 'หมั่นโถวไส้เนื้อสามรส' ค่ะ สูตรนี้ข้าตั้งใจจะทำให้คนในตลาดได้ชิม ข้าจะเปลี่ยนชีวิตของเราด้วยปลายจวักนี่แหละ คุณ...เชื่อใจข้าไหมคะ?"
จ้าวหานไม่ตอบเป็นคำพูด เขาเดินเข้าไปใกล้ มือหยาบกร้านของทหารหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อบนหน้าผากของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาที่มองมี่มี่มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ว่าต่อให้นางจะทำอะไร หรือต้องเผชิญกับอะไร เขาก็พร้อมจะเป็นเกราะกำบังให้เสมอ
"ขอแค่เจ้ามีความสุข ข้าพร้อมสนับสนุนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขายหมั่นโถว หรือการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้" เขาพึมพำขณะหยิบถาดหมั่นโถวที่นึ่งจนฟูฟ่องขึ้นมาเตรียมไว้ "กลิ่นนี้... มันหอมแปลกตา ข้าไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหนมาก่อน"
มี่มี่หัวเราะเบา ๆ "นั่นคือสูตรลับที่ข้าตั้งใจจะใช้มัดใจลูกค้ายังไงล่ะคะ"
เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดสดหน้าหมู่บ้านคราคร่ำไปด้วยผู้คน มี่มี่เข็นรถเข็นไม้คันเก่าที่ถูกขัดจนสะอาดสะอ้านไปตั้งแผง กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของหมั่นโถวสูตรพิเศษดึงดูดสายตาชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี รสชาติที่กลมกล่อม ความนุ่มของแป้งที่ผสานเข้ากับไส้เนื้อที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ ทำให้ผู้คนเริ่มหยุดมองและตัดสินใจซื้อชิม
เพียงไม่กี่ชั่วโมง หมั่นโถวในถาดก็หมดเกลี้ยง เงินก้อนแรกที่เป็นเหรียญและธนบัตรใบย่อยกองอยู่เต็มตะกร้าสาน มี่มี่มองดูผลงานด้วยความภาคภูมิใจ ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความหวังที่กำลังส่องประกาย
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเก็บร้าน ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกั๊กสีเข้มท่าทางดูมีอำนาจก็เดินตรงมาที่แผงของนาง เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า มองดูถาดเปล่าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
"เจ้าคือคนที่ทำหมั่นโถวที่ขายดีจนหมดตลาดวันนี้สินะ?" เขาเอ่ยถาม เสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
มี่มี่เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย "ใช่ค่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?"
ชายคนนั้นขยับยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะไม้ที่ยังเหลือรอยคราบแป้งจาง ๆ "ข้าไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง แต่ข้ามาเพราะอาหารของเจ้าไปเตะตาคนในหน่วยทหารที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่... พวกเขาต้องการให้เจ้าไปทำอาหารส่งในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของกองพันพรุ่งนี้"
มี่มี่ชะงักไปเล็กน้อย ขณะที่จ้าวหานที่เดินตามมาสมทบรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาไว้ทันทีด้วยสัญชาตญาณการระวังภัย สายตาคมกริบของจ้าวหานจับจ้องไปที่คนแปลกหน้าอย่างเอาเรื่อง ทว่ามี่มี่กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากจดหมายฉบับนั้น
ทันใดนั้นเอง มี่มี่ก็สังเกตเห็นตราประทับบนซองจดหมายที่คุ้นตา... มันไม่ใช่ตราของกองทัพ แต่เป็นตราของตระกูลที่เคยเป็นอริกับครอบครัวสามีของนางมาโดยตลอด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับก้าวแรกของมี่มี่นะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงขึ้นไปอีกค่ะ ส้มหวานมิติลับค่ะ
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 2
สูตรลับในความทรงจำ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!