"ใครกล้า... จะมาไล่ภรรยาของผมออกจากบ้านหลังนี้กันหรือครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินที่ถูกบดขยี้ด้วยแรงอัดมหาศาลดังขึ้นจากประทางประตูทางเข้าห้องโถง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของพันตรีคีรินก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ไหล่กว้างบังแสงสว่างยามบ่ายจนทอดเงาทาบทับร่างของป้าสะใภ้จอมเค็มและลูกพี่ลูกน้องหน้าเลือดที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่กลางบ้าน
รินรดาลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกในใจ แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มการค้าที่ฉาบด้วยความเยียบเย็น ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองปฏิกิริยาของสองแม่ลูกตระกูลสมบัติวงศ์ที่หน้าถอดสีทันทีที่เห็นนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและดุร้ายในสนามรบ
"คะ... คีริน! แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วนี่... พวกฉันเป็นญาติผู้ใหญ่ จะมาคุยธุระกับเมียแก แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้ฮะ!" ป้าสะใภ้หรือคุณนายชูศรีสะดุ้งโหยงจนเนื้อตัวสั่นเทา แต่ยังคงพยายามเชิดหน้าชูตาทำเป็นใจดีสู้เสือ ทั้งที่มือเหี่ยวย่นเริ่มกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่
"ธุระอะไรหรือครับ ถึงขั้นต้องมาขนของในบ้านผมออกไป แถมยังปากดีบอกว่าจะไล่ภรรยาผมออกจากบ้าน?" คีรินสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นการประกาศอาณาเขตและปกป้องอย่างชัดเจน ไออุ่นจากร่างกายของสามีแผ่ซ่านเข้ามาจนรินรดารู้สึกได้ถึงความมั่นคงที่อีกฝ่ายมอบให้
"ก็... ก็อีเด็กนี่มันกู้เงินบ้านเราไปจัดงานศพแม่มันเมื่อปีมะโว้ไงล่ะ! ดอกเบี้ยทบต้นทบดอกตอนนี้มันปาเข้าไปห้าหมื่นบาทแล้ว! ในเมื่อไม่มีเงินสดใช้หนี้ ก็ต้องเอาเครื่องครัวและที่ดินแปลงนี้มาขัดดอก! ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ!" ลูกพี่ลูกน้องตัวอ้วนกลมอย่าง 'ชัชชัย' รีบสวนขึ้นมาทันควัน พร้อมกับชูใบสัญญาเก่าๆ ที่กระดาษเหลืองกรอบขึ้นมาโบกสะบัดไปมา
รินรดายกมุมปากขึ้น หัวเราะในลำคอเบาๆ "ห้าหมื่นบาท? หนี้ห้าปีที่แล้วที่พวกท่านกดขี่ขูดรีดดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบต่อเดือน จนฉันส่งใช้ไปจนต้นหมดแล้วเหลือแต่ดอกเบี้ยลอยลมที่พวกท่านคิดขึ้นมาเองเนี่ยนะ? ชัชชัย ตาเธอเป็นต้อหรือสมองเธอกลวงกันแน่ ถึงจำตัวเลขไม่ได้ หรืออยากให้ฉันเอาสมุดบัญชีที่แม่ฉันเคยจดลายมือไว้ไปยันหน้าโรงพักดีล่ะคะ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ชัชชัยหน้าดำหน้าแดง พุ่งทะยานจะเข้ามาตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันก้าวถึงตัว ร่างของคีรินก็ขยับไปยืนขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองนิ่งๆ จนชัชชัยต้องผงะถอยหลังไปสามก้าวโดยอัตโนมัติ ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัว
"ถ้าไม่อยากให้มือคู่นี้ถูกส่งไปแนวหน้าเพื่อกวาดล้างกบฏ ก็ลองขยับเข้ามาอีกสักก้าวสิครับ" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงจิตสังหารที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปถึงกระดูกดำ
รินรดาตบมือเบาๆ สองครั้งเพื่อเรียกสติบรรยากาศในห้องให้กลับมาสู่การเจรจา ร่างระหงผละออกจากอ้อมแขนของสามีชั่วคราว เดินน่องเรียวยาวเข้าไปหยิบกล่องไม้สนขัดเงาที่ซ่อนไว้ใต้มันสมองของมิติลับออกมาวางบนโต๊ะไม้กลางห้อง กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยแท้ผสมผสานกับวานิลลาคุณภาพเยี่ยมโชยฟุ้งกระจายออกไปทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก
ภายในกล่องเรียงรายไปด้วยคุกกี้เนยสดทรงดอกไม้สีเหลืองทองอร่าม เนื้อเนียนละเอียดขึ้นเงาเล็กน้อยจากการอบด้วยอุณหภูมิที่แม่นยำระดับนาโนเทคโนโลยีจากมิติลับ รินรดาหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น บิออกครึ่งหนึ่งให้เห็นเนื้อในร่วนซุยละลายในปาก แค่เพียงกลิ่นลอยไปแตะจมูก ป้าสะใภ้และชัชชัยถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอตามโดยไม่รู้ตัว
"หนี้ห้าหมื่นบาทนั้น... ฉันบอกตามตรงว่าไม่อยากจ่ายด้วยเงินสดหรอกค่ะ เพราะเงินสดมันหาซื้อง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างพวกท่าน แต่ฉันจะจ่ายให้ด้วยสิ่งนี้..." รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาเจ้าเล่ห์เป็นประกายระยิบระยับราวกับแม่ค้ามือทองแห่งตลาดมืด "คุกกี้เนยสดสูตรพิเศษ กล่องละหนึ่งพันบาท... ย้ำนะคะว่ากล่องนี้มีสิบชิ้น มูลค่าเท่ากับหนี้ห้าหมื่นบาทพอดี ถ้าพวกท่านกินหมดนี่แล้วกล้าบอกว่ามันไม่อร่อยสมราคา ฉันจะยอมเซ็นยกที่ดินแปลงนี้ให้พวกท่านฟรีๆ ทันที!"
"บ้าไปแล้ว! คุกกี้บ้าอะไรกล่องละตั้งพันบาท! นังรินรดา แกเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงเอาขนมแป้งอบกระจอกๆ มาหลอกลวงพวกฉัน!" ชัชชัยกรีดร้องเสียงแหลม แม้ปากจะด่าทอแต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่คุกกี้เนยสีทองในมือของหญิงสาวไม่วางตา
"ถ้าคิดว่ามันกระจอก ก็เชิญไสหัวออกไปจากบ้านฉันค่ะ! แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าพวกท่านเดินออกไปมือเปล่า วันนี้ข่าวที่ว่า 'คุณนายชูศรีกับลูกชายหน้าเงิน บุกมาไถ่ถอนหนี้ปลอมๆ แล้วโดนสามีฉันไล่ตะเพิด' จะดังกระหึ่มไปทั่วตลาดสดเทศบาลภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงแน่ๆ อยากลองเดิมพันดูไหมล่ะคะ ว่าศักดิ์ศรีตระกูลสมบัติวงศ์ของพวกท่านจะมีค่าเหลือสักกี่บาท?"
รินรดากอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง รังสีความมั่นใจและอำนาจการต่อรองพุ่งสูงจนป้าสะใภ้ถึงกับหน้าซีดเผือก ชูศรีรู้ดีว่าถ้าระบอบข่าวสารในหมู่บ้านแพร่สะพัดออกไป กิจการค้าขายของครอบครัวนางย่อมพังพินาศย่อยับ
ชูศรีกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ มือเหี่ยวย่นสั่นเทากวาดหยิบกล่องคุกกี้เนยสดเข้ามาใกล้ตัวอย่างลังเล "วะ... ถ้ามันไม่อร่อยสมราคาอย่างที่แกโม้ แกต้องชดใช้ฉันเป็นเงินสดสองเท่า!"
"ตกลงค่ะ เชิญชิมได้เลย" รินรดายิ้มรับอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
ชัชชัยทนความหอมไม่ไหว คว้าคุกกี้ชิ้นโตรangเข้าปากเคี้ยวทันที ดวงตาของชายหนุ่มตัวอ้วนเบิกกว้างขึ้นในวินาทีแรกที่ฟันกระทบกับเนื้อคุกกี้ ความกรุบกรอบที่เคลือบด้วยความหอมมันละมุนลิ้นของเนยแท้ชั้นดี ความหวานกำลังพอดีที่ไม่บาดคอ และกลิ่นหอมของวานิลลาที่อบอวลอยู่ในโพรงปาก ทำเอาเขาหยุดเคี้ยวไม่ได้ ร่างท้วมรีบยัดชิ้นที่สองเข้าปากตามอย่างตะกละตะกลามจนแทบสำลัก
ชูศรีเห็นลูกชายกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเนื้อตัวสั่น จึงลองหยิบขึ้นมาเข้าปากบ้าง และทันทีที่สัมผัสรสชาติอันล้ำเลิศ ดวงตาฝ้าฟางของคนแก่ก็เป็นประกายวาววับ ขนมชนิดนี้... นางไม่เคยลิ้มรสชาติที่ไหนมาก่อนในชีวิต! มันหรูหรา รสชาติล้ำลึกราวกับขนมของขุนนางในเมืองหลวง!
"อร่อย... อร่อยมาก!" ชัชชัยเคี้ยวตุ้ยๆ จนพูดไม่เป็นศัพท์ มือก็ควานหาชิ้นต่อไปในกล่องทันที
รินรดายกยิ้มเยาะ มองสองแม่ลูกที่กำลังตะกละตะกลามกินคุกกี้มูลค่าห้าหมื่นบาทจนหมดกล่องเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่ถึงสามนาที นางยื่นกระดาษสัญญาฉบับเก่าที่เปื้อนคราบเนยไปตรงหน้าชูศรี "ทีนี้... หนี้สินระหว่างเราถือเป็นอันสะ้างสิ้นกันนะคะ เซ็นชื่อลงในใบล้างหนี้ตรงนี้ซะ แล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉันได้"
ชูศรีหน้าเขียวคล้ำด้วยความเจ็บใจ แม้จะเสียดายเงินและอยากได้ที่ดิน แต่เมื่อนึกถึงรสชาติคุกกี้เมื่อครู่ ประกอบกับสายตาดุจพญาอินทรีของพันตรีคีรินที่ยังคงจ้องเขม็งราวกับพร้อมจะหักคอพวกนางได้ทุกเมื่อ นางจึงจำใจต้องจรดปากกาลงชื่อล้างหนี้ด้วยมืออันสั่นเทา
"จำไว้... นังรินรดา!" ชูศรีขว้างกระดาษใส่หน้าหญิงสาวอย่างแค้นเคือง ก่อนจะลากตัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ยังคงเลียคราบเนยที่ติดปลายนิ้วออกจากบ้านไปอย่างทุลักทุเล
ประวัติศาสตร์ความเอาเปรียบถูกปิดฉากลงอย่างสะใจ รินรดากดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับสามีหนุ่มที่ยืนมองนางด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความคลั่งรัก
"ภรรยาผมนี่... เก่งกาจจริงๆ เลยนะครับ" คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัว โอบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย้ายวน "จัดการแม่มดหน้าเลือดเสร็จแล้ว... สนใจมา 'รางวัล' ให้สามีหน่อยไหมครับ?"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังปังๆ ขึ้นอย่างเร่งรีบจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบเครือของ 'ผู้ใหญ่บ้าน' ที่หอบแฮกด้วยความเหนื่อยอ่อน
"คุณคีริน! คุณรินรดา!แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาท้ายหมู่บ้าน... มีคนพบร่างชายแปลกหน้าหมดสติจมกองเลือดอยู่ใกล้ซุ้มแปลงลาเวนเดอร์ของคุณ!"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!
เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 2
ฟาดหน้าญาติด้วยสูตรคุกกี้เนยสด
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!