"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเศษแป้งขึ้นรามาวางปะปนกับวัตถุดิบเกรดพรีเมียมของฉันอีกแม้แต่ครั้งเดียว ร้าน 'เบเกอรี่เฮาส์' แห่งนี้ก็คงไม่มีพื้นที่ต้อนรับคนไร้ความซื่อสัตย์อย่างพวกท่านหรอกนะคะ"
น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของรินรดา ดังแทรกเสียงตอกตะปูและเสียงเลื่อยไม้ภายในอาคารสองชั้นหลังใหญ่กลางชุมชนการค้าของเมืองชายแดน ร่างระหงในชุดผ้ากันเปื้อนผ้าลินินสีครีมสะบัดมือไล่พ่อค้าคนกลางหน้าเลือดที่ลักลอบนำแป้งสาลีคุณภาพต่ำมาส่งให้เธอ ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันจนอีกฝ่ายหน้าซีดเผือด ถอยกรูดออกไปจากประตูแทบไม่ทัน
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ โลกใบใหม่นี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบค่ะ ยิ่งเธอตั้งใจจะพลิกฟื้นร้านเบเกอรี่เล็กๆ ให้กลายเป็นอาณาจักรขนมหวานอันดับหนึ่งด้วยแล้ว ความเด็ดขาดคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน เงินทุนก้อนโตจากการระบายสินค้าล็อตแรกในตลาดมืดถูกนำมาเนรมิตตึกเก่าทรุดโทรมให้กลายเป็น "เบเกอรี่เฮาส์" สไตล์วินเทจผสมกลิ่นอายชนบทฝรั่งเศสที่เธอโหยหา ผนังอิฐมอญสีส้มอิฐถูกขัดผิวให้ดูดิบเท่ ตัดกับกรอบหน้าต่างไม้สักสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ที่เธอดึงออกมาจากมิติลับเริ่มอบอวลผสมผสานไปกับกลิ่นสีทาบ้านใหม่ๆ กลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวหลัง
"ภรรยาครับ... ชั้นวางตรงมุมหน้าต่างนี้ แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักหม้อตุ๋นช็อกโกแลตของเธอไหม ให้พี่ช่วยตอกตะปูเพิ่มอีกสักตัวดีกว่านะ"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของพันตรีคีรินในชุดลำลอง เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมชายชาตรีและรอยแผลเป็นจากสนามรบที่เพิ่มเสน่ห์ให้เขาดูดึงดูดใจเป็นทวีคูณ สามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งรักเดินถือค้อนและตะปูเข้ามาหาเธอด้วยแววตารักใคร่ระคนห่วงใย ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองรảoรดาด้วยความอ่อนโยน ราวกับว่าทั่วทั้งโลกใบนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่มีตัวตน
รินรดาอมยิ้ม มือเรียวบางยื่นไปปัดคราบฝุ่นบนแก้มสากของสามีอย่างเป็นธรรมชาติ "ถ้าฝีมือคุณพี่คีรินลงมือเอง ต่อให้วางภูเขาช็อกโกแลตทั้งลูกก็ไม่มีวันพังหรอกค่ะ... ว่าแต่ งานที่ค่ายทหารเสร็จเร็วหรือคะ ถึงได้รีบควบม้ากลับมาช่วยฉันแต่งร้านแบบนี้"
"งานไหนจะสำคัญเท่าการสร้างอนาคตของเราล่ะครับ" คีรินวางเครื่องมือลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะเอื้อมมือโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "พี่แค่อยากเห็นรอยยิ้มเวลาเธอได้ทำในสิ่งที่รัก... แล้วก็นะ กลิ่นหอมนี่มัน..."
จมูกโด่งเป็นสันสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาจากเตาอบเหล็กหล่อขนาดใหญ่กลางห้องครัวเปิดโล่ง ดวงตาของนายทหารหนุ่มฉายแววประหลาดใจระคนทึ่ง กลิ่นหอมละมุนของคาราเมลผสมกลิ่นวานิลลาแท้และเนยสดฟุ้งกระจายจนกระตุ้นต่อมรับรสได้อย่างรุนแรง
"นี่คือ 'แซลมอนครัสต์เพสตรี้' กับซอสเลมอนสมุนไพรสูตรพิเศษค่ะ" รินรดาผละออกจากอ้อมแขนอุ่นอย่างเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบถาดอบขนมปังพัฟสีเหลืองทองอร่ามที่เพิ่งอบเสร็จร้อนๆ ออกมาวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อน แป้งพัฟชั้นนอกบางกรอบเคลือบเงาด้วยไข่แดงส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ ทุกครั้งที่ไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมา "และนี่... ไฮไลท์สำคัญของเบเกอรี่เฮาส์เราวันนี้ค่ะ"
เธอหยิบขวดแก้วคริสตัลเจียระไนลวดลายประณีตบรรจงจากมิติลับออกมา ของเหลวสีอำพันเข้มข้นภายในส่งกลิ่นหอมล้ำลึกที่ทำเอาคีรินถึงกับชะงัก ลมหายใจของนายทหารหนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลิ่นนั้นแตะจมูก
กลิ่นนี้...
มันไม่ใช่แค่กลิ่นวานิลลาธรรมดา แต่มันคือกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ "หัวเชื้อคาราเมลโบราณ" สูตรลับเฉพาะของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน! ตระกูลที่เคยขับไล่และเหยียบย่ำครอบครัวของเขา... และเป็นสูตรลับที่ถูกปิดตาย หายสาบสูญไปพร้อมกับโศกนาฏกรรมในอดีต!
"ริน... เธอได้สูตรนี้มาจากไหน?" คีรินถามเสียงพร่า มือหนาเผลอบีบขอบเคาน์เตอร์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดและประกวดประชันความแค้นที่ถูกกดทับไว้อย่างรวดเร็ว
รินรดาสบตากับสามี นัยน์ตาคู่สวยระยิบระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับใช้ปลายนิ้วเรียวจุ่มซอสคาราเมลนั้นแต้มลงบนริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเขา
"ความลับค่ะ... แต่ที่แน่ๆ ขนมล็อตนี้แหละ ที่จะทำให้คนที่เคยเหยียบย่าพวกเราต้องคลานเข่ามากราบขอร้องถึงหน้าร้าน!"
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านที่ยังติดตั้งไม่เสร็จดีดังขึ้นขัดจังหวะ บรรยากาศภายในร้านพลันเยือกเย็นลงทันตาเห็น รินรดาหันไปมองผ่านกระจกใส ร่างของหญิงวัยกลางคนสวมชุดหรูหราล้าสมัยแต่พยายามอวดความร่ำรวย กับชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคยที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องจอมปล้นสะดุดกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ด้านนอก
มือเรียวของหญิงชราคนนั้นผลักประตูกระดาษที่ติดป้าย 'ยังไม่เปิดให้บริการ' เข้ามาอย่างไร้มารยาท กลิ่นน้ำหอมราคาแพงตีรันกับกลิ่นเนยสดจนน่าเวียนหัว
"อุ๊ยตาย! หลานสะดุดรักเปิดร้านใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวรึ? นึกว่าจะอดตายเสียอีก... ไหนล่ะ ค่าบรรณาการที่ต้องส่งให้ตระกูลเรา? แล้วกลิ่นขนมนี่มันอะไรกัน..." นางชะงักฝีเท้า สายตากวาดมองไปทั่วร้านก่อนจะหยุดนิ่งที่ขวดแก้วคริสตัลในมือของรินรดา ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยซีดเผือดลงทันทีราวกับเห็นผี
"นะ... นั่นมันขวดหัวเชื้ออะไร ทำไมมันถึง..."
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม ดวงตาคู่คมจดจ้องร่างของญาติผู้พี่และป้าใจร้ายที่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรของเธอทีละก้าว พร้อมกับที่คีรินค่อยๆ ขยับกายยืนบังหน้าภรรยา พลางปลดกระดุมเสื้อข้อมือออกช้าๆ อย่างใจเย็นเพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับ "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ" ชุดนี้ด้วยวิถีทหาร
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 8
ขยายอาณาจักรจากร้านเล็กสู่เบเกอรี่เฮาส์
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!