ความโกลาหลในห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะระดับไฮ엔ด์เมื่อครู่ราวกับถูกแช่แข็งไว้ในฉับพลัน เมื่อร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวผ่านกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว เสียงหวارไซเรนรถตำรวจที่ดังแว่วมาจากด้านนอกยิ่งขับเน้นบรรยากาศความตึงเครียดให้พุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าผืนผ้าใบว่างเปล่า ที่ซึ่งไม่กี่นาทีผ่านมาก่อนเกิดเหตุไฟดับกะทันหัน ภาพวาดอันล้ำค่าชิ้นเอกของงานถูกกรีดและฉีกกระชากออกไปอย่างเลือดเย็น นากจากความตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า หัวใจของเธอยังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อบุคคลที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้
“คุณวิชัย... เขาหายไปไหน” น้ำเสียงของเธอกล่าวถามออกไปอย่างไม่มั่นคงนัก ขณะดวงตากลมโตจ้องมองเงาร่างสร่างสะคราญแต่ทรงพลังที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้า
คีรินปรายตามองกรอบรูปที่ว่างเปล่า รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้สนใจภาพที่สูญหายแม้แต่น้อย หากแต่ความสนใจทั้งหมดกำลังพุ่งเป้ามาที่หญิงสาวผู้ยืนตัวลีบอยู่ตรงหน้า นักสะสมงานศิลปะผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับความคุกคามอันดิบเถื่อนแผ่ซ่านจนเธอต้องก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบเสียแล้ว
“ภาพวาดราคาแพงลิบลิ่วอันตรธานหายไป... แต่ช่างบูรณะผู้บริสุทธิ์กลับยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว พร้อมกับคราบสีน้ำมันเปรอะเปื้อนที่มืออย่างพอดิบพอดี น่าสนใจดีแท้ครับ รินรดา”
“ฉันไม่ได้ทำนะคะ... หมายถึง... ดิฉันไม่ได้ทำค่ะ! ดร.วิชัยต่างหากที่อยู่ใกล้ภาพนั้นที่สุดก่อนไฟดับ!” รินรดารีบปฏิเสธเสียงสั่น พยายามเชิดหน้าขึ้นสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบหมดแรง
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทจนรินรดารู้สึกขนลุกชัน เขายื่นมือหนาออกไป คว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบที่ทำเอาเจ็บแปลบจนเธอต้องนิหน้า ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตา
“คำแก้ตัวของเด็กฝึกหัด... เก็บไว้ไปพูดกับตำรวจเถอะครับ แต่ก่อนหน้านั้น คุณต้องไปเคลียร์กับผมก่อน”
“ปล่อยฉันนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาลากตัวฉันไปไหนทั้งนั้น!” รินรดาพยายามบิดข้อมือหนีสุดแรงเกิด พร้อมทั้งใช้มืออีกข้างทุบตีลงบนอกแกร่งของเขา แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับไม่ได้สร้างความสะเทือนให้ชายหนุ่มแม้แต่น้อย
คีรินไม่สนใจเสียงโวยวายหรือแรงขัดขืน เขารวบร่างบางเข้ามาประชิดตัวด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้รินรดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหงจนเธอสะท้านเยือก แรงดึงดูดอันตรายบางอย่างพุ่งเข้าปะทะสติสัมปชัญญะของเธออย่างรุนแรง จนหัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความกลัว กลับแปรเปลี่ยนเป็นจังหวะเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกจากเสน่ห์อันเย้ายวนและน่าสะพรึงกลัวของชายคนนี้
“คิดว่าผมเป็นใคร ถึงกล้ามาออกคำสั่งกับผม... หืม?” คีรินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทاบพร่ากังวลอยู่ใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับใบหูที่แดงก่ำ “คุณทำลายงานศิลปะชิ้นเอกของผม รินรดา... และคนที่ทำลายมัน จะต้องชดใช้ด้วยวิธีของผมเท่านั้น”
เขากระชากร่างของเธอก้าวเดินออกจากห้องนิทรรศการที่กำลังวุ่นวาย ท่าท่ามกลางสายตาของผู้คนนับสิบที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอ่ยปากห้ามปรามอำนาจมืดของคีริน รินรดาถูกบังคับให้ก้าวตามแรงดึงอันเด็ดขาดนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่นและไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า เงื้อมมือของมาเฟียศิลป์ผู้นี้จะลากพาเธอดำดิ่งไปสู่ขุมนรกหรือวังวนแห่งเสน่หาที่เร่าร้อนถึงเพียงไหน
ประตูรถยนต์หรูสีดำสนิทถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดที่ยืนรอรับคำสั่ง คีรินไม่รอช้าที่จะผลักร่างบางเข้าไปข้างใน ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปประชิดตัวและปิดประตูกั้นโลกภายนอกไว้อย่างมิดชิด ความมืดสลัวภายในห้องโดยสารทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความอึดอัดและล่อแหลมถึงขีดสุด
รินรดานั่งชิดติดประตูรถ พยายามถอยหนีให้ห่างจากร่างสูงที่นั่งตระหง่านอยู่ข้างกาย ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คีรินกลับเอื้อมมือมาล็อกคางอิ่มของเธอไว้ด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตาเขา แววตาของเขาพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและเกมการลงทัณฑ์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
“จำเอาไว้ รินรดา... ต่อจากนี้ ไม่มีคำว่ารอดตัวสำหรับคุณอีกต่อไป”
ริมฝีปากหนาโน้มลงมาประทับปิดเรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว จุมพิตดุดัน รุกราน และเต็มไปด้วยความกระหายหิวถูกถ่ายทอดลงมาอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสะفุ้งสุดตัว สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัดขืนที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสร้อนผ่าวและรสจูบอันช่ำชองเริ่มบด 1 บดขยี้สติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย...
และในวินาทีที่เผลอไผลไปกับรสสัมผัสอันวาบหวามนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคีรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขละสายตาออกห่างจากเรียวปากบวมเจ่อของเธอเล็กน้อย ก่อนจะกดรับสายโดยที่มืออีกข้างยังคงบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงไว้อย่างถือสิทธิ์
“ว่าไง... เจอตัวมันแล้วอย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยถามปลายสาย ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะหันมามองรินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “พาตัว ดร.วิชัย เข้ามาพบผมที่นี่... เดี๋ยวนี้”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความตื่นเต้นและเร่าร้อนไปด้วยกันนะครับ
พยศร้ายใต้เงื้อมมือมาเฟียศิลป์•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนผืนผ้าใบ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศร้ายใต้เงื้อมมือมาเฟียศิลป์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
