"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้สมการความน่าจะเป็นมาคำนวณความรู้สึกของผมล่ะก็... ผมคงต้องบอกว่า ทฤษฎีควอนตัมอะไรนั่นน่ะ มันใช้ไม่ได้ผลกับหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะเพราะคุณหรอกนะครับ ฟ้าใส"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความสั่นไหวเล็กน้อยของ ดร.อคิน ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องปฏิบัติการฟิสิกส์พลังงานสูง ร่างสูงในเสื้อกาวน์สีขาวที่มักจะดูเนี้ยบและเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกตารางนิ้ว บัดนี้กลับยืนนิ่งค้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันกราฟจำลองปรากฏการณ์ *Quantum Entanglement* หรือการพัวพันเชิงควอนตัม ซึ่งเป็นทฤษฎีเดียวกับที่เขาเคยใช้ยกมาอ้างเพื่อผลักไสไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิตเมื่อหลายเดือนก่อน
ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววสดใสและเต็มไปด้วยความเชื่อเรื่องดวงดาวหรือพลังงานบวกอยู่เสมอ เบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง สองมือที่ถือแก้วชานมไข่มุกสั่นระริกจนหลุดอุทานออกมาเสียงดัง
"ดะ... ดร.อคิน! นี่คุณกินผิดตัวยาอะไรเข้าไปคะ เอ้ย... คับ! พูดอะไรออกมาเนี่ย หน้าคุณแดงแจ๋ถึงใบหูแล้วนะ!"
หญิงสาวแกล้งทำเป็นแซวกลบเกลื่อนความประหม่า ทั้งที่หัวใจในอกข้างซ้ายกำลังเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตั้งบรรเลงสดอยู่ตรงนั้น ใครจะไปคิดว่านักวิทยาศาสตร์ผู้เย็นชา ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ทุกกระเบียดนิ้ว จะยอมจำนนต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยประโยคสารภาพรักที่เจือกลิ่นอายฟิสิกส์แบบมึนๆ ได้น่ารักขนาดนี้
อคินเม้มริมฝีปากแน่น เสี้ยวหน้าคมคายเบือนหนีไปมองหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพท้องยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร เขายกมือขึ้นดันแว่นสายตาที่ไม่ได้เลื่อนหลุดไปไหนด้วยความเคอะเขิน ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นในฐานะนักวิจัยระดับแนวหน้ามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่กำลังเผชิญหน้ากับความกลัวที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต—ความกลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญที่สุดไป
"ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับฟ้าใส" อคินหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองลอดผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์เพื่อค้นหาความจริงของจักรวาล บัดนี้กลับฉายแววเวทนาและจริงจังจนฟ้าใสไม่กล้าหลบสายตา "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมพยายามใช้กฎทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายทุกอย่าง เพื่อควบคุมไม่ให้หัวใจตัวเองรู้สึกเกินเลยกว่าคำว่า 'อาจารย์' กับ 'ยูทูบเบอร์ฝึกหัด' แต่คุณรู้ไหมครับว่า... ยิ่งผมคำนวณมากเท่าไหร่ ตัวแปรที่ชื่อว่า 'คุณ' ก็ยิ่งเข้ามาปั่นป่วนฟังก์ชันชีวิตของผมจนพังไม่เป็นท่า"
ฟ้าใสอ้าปากค้าง สมองที่มักจะคิดเรื่องมูเตลูและดวงชะตาราศีหยุดทำงานไปชั่วขณะ เธอนึกไม่ถึงว่าคนปากแข็งอย่างเขาจะกล้าพูดประโยคที่ชวนเลี่ยนแต่กลับจริงใจจนหัวใจยวบยาบได้ขนาดนี้
"แล้ว... แล้วไงคะ?" ฟ้าใสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุดเพื่อปกปิดรอยยิ้มที่กำลังฉีกกว้างจนหูจะฉีก "ในเมื่อทฤษฎีของคุณมันใช้ไม่ได้ผล แล้วคุณจะเอายังไงต่อล่ะ ดร.อคิน หรือจะให้ฉันเปิดไพ่ยิปซีทายอนาคตความสัมพันธ์ของเราดีคะ เผื่อมันจะแม่นกว่าสมการควอนตัมของคุณ!"
อคินถอนหายใจยาวเหยียด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างจนใจ เขาขยับก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางช้าๆ ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่ฟ้าใสใช้ประจำลอยมาแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้เลิกซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงแห่งเหตุผล
"ไม่ต้องใช้ไพ่หรอกครับ..." อคินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ดวงตาคู่คมจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "เพราะสถานะของเราตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการสังเกตการณ์เพื่อวัดผลอีกต่อไปแล้ว... ในเมื่อคลื่นฟังก์ชันของหัวใจเรามันยุบตัวลง (Wave function collapse) มาตรงกัน ณ จุดๆ นี้แล้ว"
ฟ้าใสขมวดคิ้วมึนงง "เดี๋ยวๆๆ ยุบตัวอะไรของคุณอีกเนี่ย ฉันเรียนสายศิลป์นะ ดร.อคิน! พูดภาษาคนสิคะ!"
"ภาษาคนก็คือ..." อคินสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยากยิ่ง "เป็นแฟนกันนะครับ... ฟ้าใส"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทดลองอีกครั้ง ชั่ววินาทีนั้น เสียงเครื่องมือวัดค่าทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังราวกับเงียบเสียงลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันอย่างลงตัว ฟ้าใสรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากปลายเท้าขึ้นมาถึงใบหน้า เธอกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลคำขอร้องแกมบังคับนั้นซ้ำไปซ้ำมาสามรอบ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาจนปิดไม่มิด
"โห... วิธีขอเป็นแฟนของนักฟิสิกส์นี่มันเชยระเบิดเลยนะคะเนี่ย" ฟ้าใสหัวเราะคิกคัก กลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท "แถมยังมัดมือชกสุดๆ ใครอนุญาตให้คุณมาตัดสินใจแทนคลื่นหัวใจของฉันกันเล่า!"
"แล้วตกลง... อนุญาตให้ผมเป็นคนดูแลระบบหัวใจของคุณไปตลอดชีวิตด้วยหรือเปล่าล่ะครับ?" อคินเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่นานๆ ทีจะได้เห็น
"อืมมม..." ฟ้าใสแกล้งทำท่าครุ่นคิด ลากเสียงยาวเหยียดเพื่อแกล้งคนตัวสูงที่เริ่มแสดงอาการลุ้นระทึกออกมาทางสีหน้า "ถ้าจะให้ตอบตกลงง่ายๆ มันก็ดูง่ายดายเกินไปหน่อยนะคะ ดร.อคิน งั้นฉันขอทดสอบอะไรคุณหน่อยสิ ถ้าคุณตอบคำถามข้อนี้ไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมเป็นแฟนคุณเด็ดขาด!"
อคินหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู "ว่ามาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ฟิสิกส์ระดับรางวัลโนเบลข้อไหน ผมก็พร้อมตอบให้คุณฟังทั้งคืน"
"ไม่ใช่ฟิสิกส์ค่ะ!" ฟ้าใสเชิดหน้าขึ้นอย่างเหนือกว่า "คำถามคือ... ทำไมวันนั้นที่คุณส่งข้อความบอกว่าไม่อยากเจอฉันอีก ถึงรีบกดยกเลิกข้อความแทบไม่ทัน แถมยังหน้าแตกเดินชนประตูห้อง LAB จนหน้าผากโนเป็นลูกมะนาว... เล่าความจริงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจของ ดร.อคิน แข็งค้างไปในทันที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเรื่องอับอายขายขี้หน้าในอดีตที่คิดว่ารอดพ้นสายตาไปแล้ว จะถูกขุดขึ้นมาล้อเลียนในวินาทีสำคัญเช่นนี้
"เอ่อ... นั่นมัน... เป็นความผิดพลาดของระบบประสาทสั่งการต่างหากล่ะครับ!" อคินแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก หลบสายตาพัลวัน
ฟ้าใสหัวเราะร่าเริง เสียงใสๆ ก้องกังวานไปทั่วห้องทดลอง ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและอุปสรรคทั้งปวงที่เคยขวางกั้นคนทั้งคู่ออกไปจนหมดสิ้น มือเล็กยื่นไปจับชายเสื้อกาวน์ของนักฟิสิกส์หนุ่มเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยรอยยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"ก็ได้ค่ะ... ฉันอนุญาตให้คุณเป็น 'ทฤษฎีเดียว' ในชีวิตที่ฉันจะยอมเชื่อสนิทใจเลยก็ได้ ดร.อคิน"
อคินมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียอบอุ่นของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือถ่ายทอดเข้าหากันและกัน ขจัดความโดดเดี่ยวอ้างว้างทั้งหมดในจักรวาลอันกว้างใหญ่ให้มลายหายไป เหลือเพียงพื้นที่เล็กๆ สองดวงใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้กฎแห่งความรักที่ไม่มีสมการใดในโลกสามารถคำนวณความสุขนี้ได้หมด
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและลงตัวที่สุดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะทำงานของอคินก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
อคินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ใครกันที่ส่งข้อความมาในยามวิกาลแบบนี้ เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ทันใดนั้น สีหน้าเปี่ยมสุขของนักฟิสิกส์หนุ่มก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งและข้อความที่ปรากฏหรี่แสงอยู่บนหน้าจอ—
*[ข้อความจาก: ศาสตราจารย์ดนัย (พ่อตาตัวแสบและอาจารย์ที่ปรึกษาเก่า)]*
*"อคิน... ฉันยืนอยู่หน้าห้อง LAB ของแกแล้ว เปิดประตูให้หน่อยสิ พอดีมีเรื่องด่วนจะคุยกับ 'ว่าที่ลูกเขย' สักหน่อย..."*
********************
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันอุปสรรค และแบ่งปันความอบอุ่นในสมการความรักนี้มาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 27
จุดจบของความสับสนในสมการชีวิต
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!