กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับ ‘พริมา’ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของศัลยแพทย์ฝีมือดีเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก คือปลายกระบอกปืนเย็นเยียบที่กดเข้ากับขมับของเธออย่างหนักหน่วงจนหนังศีรษะชาหนึบ
“ถ้ามือของหมอพริมาสั่น... กระสุนนัดนี้อาจจะฝังเข้าไปในกะโหลกสวยๆ ของคุณ แทนที่จะเป็นรอยแผลเป็นบนตัวผม”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กร้าวแกร่งดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายดังขึ้นข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของ ‘คิรากร’ รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ ชายผู้เป็นดั่งปีศาจในคราบนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เขากำลังพิงร่างกำยำที่มีเลือดโชกท่วมทับตัวเธอไว้บนเก้าอี้เหล็กในห้องผ่าตัดชั่วคราวที่ถูกดัดแปลงมาจากเซฟเฮาส์ลับใต้ดิน
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวของมือที่กำลังถือคีมคีบกระสุน เธอเหลือบมองแผลฉกรรจ์บริเวณสีข้างของเขา เลือดสีเข้มยังคงไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสีแดงฉาน ความเจ็บปวดที่เขาได้รับดูเหมือนจะไม่ได้ลดทอนความดิบเถื่อนในแววตาของเขาลงแม้แต่น้อย
“ถ้าคุณตาย... ฉันก็ไม่ได้กลับออกไปจากที่นี่เหมือนกันใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในแววตากลับวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้นและหยิ่งทะนง
“ฉลาดดี” คิรากรกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมมาเชยคางเธอให้เงยขึ้นสบตา “หมอรู้ดีนี่ว่าชีวิตของหมอตอนนี้... อยู่ในกำมือผมคนเดียว อย่าได้คิดตุกติก ไม่อย่างนั้น ผมจะทำให้หมอรู้ว่านรกบนดินมันมีรสชาติแบบไหน”
เขากดปลายกระบอกปืนลงลึกกว่าเดิมจนพริมาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ฝังลึกถึงกระดูกสันหลัง เธอเม้มริมฝีปากแน่น บังคับมือให้นิ่งสนิทก่อนจะจรดคีมลงไปในรอยแผลของเขา ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้คิรากรคำรามในลำคอ ร่างสูงใหญ่เกร็งกระตุก มือหนาที่ไม่ได้ถือปืนคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอ บีบเค้นจนขึ้นรอยแดง
“อึก!” เสียงหวานครางประท้วง ความเจ็บจากการถูกบีบมันช่างแผ่วเบาเมื่อเทียบกับกระแสไฟที่แล่นผ่านผิวสัมผัสยามเขาสัมผัสเธอ ความเร่าร้อนจากร่างกายนายมาเฟียรายนี้ดุจดั่งลาวาร้อนที่พร้อมจะแผดเผาให้เธอมอดไหม้
“อย่าเกร็ง... หมอ” เขาเปลี่ยนจากเสียงคำรามเป็นกระซิบพร่า “ไม่อย่างนั้นเราคงต้องหาอย่างอื่นทำแทนการผ่าตัด... บางที กิจกรรมบนเตียงอาจจะทำให้เลือดของผมหยุดไหลเร็วขึ้นก็ได้”
คำพูดจาบจ้วงนั้นทำให้พริมาหน้าแดงก่ำ เธอตวัดสายตามองเขาอย่างเหลืออด แต่คิรากรกลับมองตอบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิศวาสและแววตาของผู้ล่าที่มองเห็นเหยื่อในกำมือ เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ให้เธอรักษาชีวิตเขา แต่เขากำลังสนุกกับการเห็นเธอตกอยู่ในสถานะที่ ‘จำยอม’
เธอกัดฟันกรอด คีบลูกกระสุนออกมาได้สำเร็จในจังหวะเดียวกับที่เธอกระชากแขนออกจากการเกาะกุมของเขา คิรากรหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าคมสันชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์แบบดิบเถื่อนอย่างร้ายกาจ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ... เชิญคุณไปตายที่อื่นได้เลย” พริมาประชดประชันขณะโยนคีมลงในถาดสเตนเลสเสียงดังเคร้ง
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและอันตราย เขาโน้มตัวลงมาหาเธอ ร่างกำยำที่เปื้อนเลือดเบียดชิดร่างบางจนพริมาไม่มีทางหนี แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบของเซฟเฮาส์
“หมอพริมา... หมอคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างผมจะปล่อยให้ ‘หมอที่รักษาแผลใจ’ ของผมเดินออกไปง่ายๆ?”
เขากดปลายกระบอกปืนต่ำลง ไม่ใช่เพื่อสังหาร แต่เพื่อใช้มันลากไล้ไปตามแนวไหปลาร้าของเธอ สัมผัสเย็นเยียบตัดกับความร้อนระอุในแววตาของเขา พริมาใจเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ไม่อาจนิยาม เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาสอดแทรกเข้ามาในเส้นผมของเธอแล้วกระชากเบาๆ ให้แหงนหน้าขึ้น
“ผมมีแผลอีกที่หนึ่ง...” เขาจงใจเว้นจังหวะ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “แผลที่ลึก... และต้องการการเยียวยาจากหมอแบบพิเศษที่สุด”
คิรากรขยับมือไปล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างเลื่อนลงไปวางทาบที่หน้าท้องแบนราบของเธอ สัมผัสหนักแน่นที่ถ่ายทอดผ่านเสื้อกาวน์บางทำให้พริมาต้องหลับตาลงเพื่อข่มความรู้สึกวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
เขากระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของเธอตั้งชัน
“คืนนี้... ที่นี่ไม่มีทางออก และหมอคือสมบัติชิ้นเดียวที่ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง... แม้แต่พระเจ้า”
คิรากรโน้มลงประทับจูบลงบนลำคอระหง ความดิบเถื่อนที่แฝงไปด้วยความปรารถนาทำให้พริมาแทบสิ้นสติ พลันนั้นเอง... เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นขึ้นจากระบบรักษาความปลอดภัยของเซฟเฮาส์ก็ทำให้บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที เขาผละออกจากเธอเพียงครึ่งก้าว แววตาที่เคยฉายแววราคะเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า
“ดูเหมือนศัตรูของผมจะตามกลิ่นเลือดมาถึงที่นี่แล้ว” เขาหยิบปืนจากมือเธอมาถือไว้มั่น ก่อนจะคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากให้ตามไปที่ประตูเหล็กหนา “อย่าคิดหนี... ถ้าไม่อยากถูกฝังทั้งเป็นไปพร้อมกับความลับของผม!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นและเสน่หาไปพร้อมกับรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
เซฟเฮาส์ไร้เงา กับดักร้ายของคุณหมอมาเฟีย•ตอนที่ 1
ปลายกระบอกปืนในห้องผ่าตัด
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงา กับดักร้ายของคุณหมอมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
