กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อราคาแพงอบอวลอยู่ในอากาศเย็นเยียบของห้องเซฟเฮาส์ คิรากรนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อจดจ้องร่างบางที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"มือสั่นนะ หมอพริมา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น
พริมาเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอที่ถือปากคีบโลหะกำลังสั่นระริกขณะจัดการกับบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่หนาของชายหนุ่ม เธอไม่ใช่หมอฝึกหัด เธอเป็นศัลยแพทย์ฝีมือดีที่ผ่านเคสผ่าตัดมานับไม่ถ้วน แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับมาเฟียผู้โหดเหี้ยมในระยะประชิดเช่นนี้ มันทำให้ความมั่นใจของเธอพังทลายลงไม่เป็นท่า
"ถ้าคุณอยู่นิ่งๆ แผลมันจะหายเร็วกว่านี้ค่ะ" พริมาตอบเสียงแข็ง พยายามบังคับให้เสียงตัวเองราบเรียบที่สุด
คิรากรกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แฝงไปด้วยความร้ายกาจที่ทำให้พริมาขนลุกชัน "กลัวฉัน หรือกำลังนึกหาทางกำจัดฉันด้วยมีดผ่าตัดในมือกันแน่"
ชายหนุ่มขยับตัวกะทันหัน ความแรงของเขาทำให้พริมาเสียหลักถลาเข้าไปใกล้ร่างกำยำ กลิ่นกายดิบเถื่อนของบุรุษเพศปะทะเข้ากับจมูกของเธออย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่อันตราย... กลิ่นของความพินาศที่เย้ายวนใจจนน่ากลัว
"ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ทำหน้าที่หมอ" เธอพยายามถอยห่าง แต่ทว่า... มือหนาข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดจนผิวเนื้อที่บอบบางขึ้นรอยแดง
"หน้าที่หมออย่างนั้นเหรอ? งั้นลองดูนี่หน่อยสิ... ว่าแผลที่ใจของฉัน เธอจะรักษาให้ได้ไหม"
เขาดึงเธอเข้าหาตัวจนร่างกายปะทะกันอย่างเต็มแรง พริมาเบิกตากว้าง ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นช่างน่าหวั่นใจ เธอกำลังถูกเขาสยบด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น พริมาขัดขืนแต่กลับเหมือนยิ่งผลักตัวเองให้จมลงสู่หลุมพรางที่เขาขุดไว้อย่างแนบเนียน
ผ้าปูสีขาวสะอาดตาบนเตียงข้างๆ ที่เธอใช้รองอุปกรณ์ทางการแพทย์เริ่มเปื้อนหยดเลือดสีสดที่ซึมออกมาจากแผลของเขา มันค่อยๆ แผ่ขยายออกดั่งดอกไม้แห่งความตายที่กำลังบานสะพรั่งท่ามกลางบรรยากาศที่แสนตึงเครียด
"ปล่อยนะคะ..." พริมาพึมพำ ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่บนแก้มใส
"ถ้าฉันปล่อย... แล้วใครจะดูแลรอยเลือดพวกนี้ให้ฉันล่ะ พริมา" เขาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบคำพูดที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์อันตราย "เธอทำให้มันเปื้อน เธอต้องเป็นคนเช็ดมันออก... ด้วยมือของเธอเอง"
มือหนาเลื่อนจากข้อมือขึ้นไปกอบกุมท้ายทอยของหญิงสาว บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากสายตาที่เปลี่ยนเป็นดุร้ายและโหยหา พริมาสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองศึก ความทิฐิในใจกำลังถูกเผาไหม้ด้วยแรงปรารถนาที่เขาตั้งใจปั่นป่วน เธออยากจะกรีดร้อง แต่กลับทำได้เพียงนิ่งค้างอยู่ในกรงขังแห่งเสน่หา
คิรากรไม่รอช้า เขาโน้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสที่ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจทำให้พริมาสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่เขากลับย้ำสัมผัสด้วยการขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงประทับลงบนผิวขาวเนียน
"คุณมันปีศาจ..." เธอพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาด้วยความสับสน
"แล้วปีศาจตนนี้กำลังจะสอนให้หมอแสนสวยรู้จัก... ว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่แค่ที่บาดแผล"
มือของเขาเริ่มสำรวจไปตามสรีระของเธออย่างถือวิสาสะ พริมาไม่ได้ขัดขืนด้วยกำลังอีกต่อไป เพราะเธอรู้ดีว่านั่นคือการสูญเปล่า ความรู้สึกวาบหวามเริ่มเข้ากัดกินสติสัมปชัญญะของเธอ เมื่อนิ้วยาวของเขาสอดแทรกผ่านปกเสื้อกาวน์เข้าไปสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนละเอียดเบื้องล่าง
ในจังหวะที่ไฟแห่งอารมณ์กำลังปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"นายครับ! ฝั่งนั้นรู้ตัวแล้วว่าเราย้ายที่พัก พวกมันกำลังบุกเข้ามาที่นี่ครับ!"
คิรากรหยุดชะงัก สายตาที่เคยจดจ้องเพียงเรือนร่างของพริมาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในชั่วพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับคว้าปืนกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองพริมาด้วยสายตาที่ทำให้เธอหยุดหายใจ
"ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด... ถ้าไม่อยากตาย" เขาโยนเสื้อเชิ้ตสีดำคลุมไหล่เธอไว้ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
พริมายืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง สายตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดสีแดงฉานบนผ้าปูสีขาวที่เปรอะเปื้อนจนน่าสะพรึงกลัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือวัตถุชิ้นหนึ่งที่ร่วงลงมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเธอขณะที่คิรากรกระชากเธอเข้าหาเมื่อครู่
มันคือ 'เข็มฉีดยาไซยาไนด์' ที่เธอเตรียมไว้ปลิดชีพเขาในวันที่โอกาสมาถึง
คิรากรหยุดชะงักที่หน้าประตู เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่เสียงกระซิบอันแผ่วเบากลับดังชัดเจนท่ามกลางเสียงปืนที่เริ่มระเบิดดังขึ้นจากด้านนอก "หมอครับ... หวังว่าไอ้นี่คงไม่ได้เตรียมไว้เพื่อ 'รักษา' ผมหรอกนะ?"
รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นและเสน่หาไปพร้อมกันนะคะ
เซฟเฮาส์ไร้เงา กับดักร้ายของคุณหมอมาเฟีย•ตอนที่ 2
รอยเลือดบนผ้าปูสีขาว
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงา กับดักร้ายของคุณหมอมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
