"คุณรินรดาครับ... ผมว่าเราเดินวนกลับมาที่ต้นไม้ต้นเดิมรอบที่สามแล้วนะ"
เสียงทุ้มที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจระดับซีอีโอร้อยล้าน ตอนนี้กลับแหบแห้งและเจือไปด้วยอาการหอบสะท้าน ธันวาทิ้งตัวพิงลำต้นของต้นยางนาขนาดใหญ่ ลมหายใจเข้าออกของชายหนุ่มถี่กระชั้นจนเห็นอกกว้างกระเพื่อมไหวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบดินโคลนจนแทบดูไม่ได้
รินรดาชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองสภาพของพ่อคุณชายสำอางที่ในตอนนี้มีเศษใบไม้ติดอยู่บนเส้นผมเซ็ตหยักศก รองเท้าหนังแบรนด์ดังที่เคยเงางามบัดนี้กลายเป็นสีน้ำตาลเข้มเพราะลุยโคลนมาตลอดบ่าย และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าคมคายนั้นกำลังซีดเผือด ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นขุย
ไกด์สาวเม้มปากแน่น ความตั้งใจแรกที่จะหันไปสวนกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ แบบที่เคยทำมาตลอดทางกลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น เมื่อดวงตาคมกริบที่มักจะมองคนอื่นด้วยสายตารำคาญใจ คู่นั้นกำลังหลบตาเธอ วูบไหว และฉายแววความอ่อนล้าอย่างปิดไม่มิด
"ไหวไหมเนี่ยคุณธันวา ไหนตอนแรกบอกว่าฟิตร่างกายเข้ายิมสัปดาห์ละสี่วันไงครับ ทำไมตอนนี้ทำท่าเหมือนจะสลายกลายเป็นปุ๋ยไปซะแล้วล่ะ" รินรดาแกล้งแซวกลบเกลื่อนบรรยากาศตึงเครียด แม้ว่าในใจตอนนี้ความกังวลจะเริ่มก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อท้องฟ้าสีครามเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเทາ และเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัวก็เริ่มดังประสานเสียงกันชัดเจนขึ้น
"ผมไม่ได้... อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย" ธันวาพยายามดันตัวลุกขึ้นยืนตรง แต่เข่าเจ้ากรรมกลับทรุดฮวบลงไปครึ่งหนึ่งจนรินรดาต้องพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อเขาไว้แทบไม่ทัน
สัมผัสผ่านเนื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกลึกๆ ว่าร่างกายของชายหนุ่มกำลังสั่นเทาเล็กน้อย ธันวาไม่ใช่แค่เหนื่อยล้าจากการเดินป่าผิดแผนมาสามชั่วโมงเต็ม แต่ไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
รินรดาถือวิสาสะใช้หลังมือทาบลงบนหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้ขออนุญาต ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยด้วยความตกใจ แต่ไม่ได้ปัดมือเธอออก
"ตัวร้อนจี๋เลยนี่คุณ! เป็นไข้ป่าหรือเปล่าเนี่ย" รินรดาอุทานเสียงหลง สีหน้าทะเล้นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด "บอกแล้วว่าอย่าฝืนเดินต่อ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกฮะว่าไม่ไหว!"
"ผม... ผมไม่อยากเป็นภาระของคุณ" เสียงของธันวาเบาราวกับเสียงกระซิบ เขาหลบสายตา มองพื้นดินเปียกชื้นตรงหน้า "คุณอุตส่าห์เตือนแล้วว่าเส้นทางลัดนั้นมันเสี่ยง แต่ผม... ผมดันอวดเก่ง บอกว่าตัวเองจัดการได้ สุดท้ายก็พาเราหลงป่าแถมยัง... มาเป็นตัวถ่วงให้คุณต้องมาลำบากด้วย"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของซีอีโอผู้เย่อหยิ่ง ทำให้รินรดานิ่งงับไป หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโมโหเมื่อตอนบ่าย ค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะเป็นความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก
ตลอดเวลาที่รู้จักกัน ธันวาคือผู้ชายที่พยายามแบกรับทุกอย่างไว้ด้วยความสมบูรณ์แบบ เขาต้องดูดี ต้องควบคุมทุกสถานการณ์ได้ และไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยสักครั้ง แต่ในเวลานี้ ท่ามกลางป่าลึกที่ไร้ซึ่งแสงไฟและสัญญาณโทรศัพท์ ผู้ชายคนนี้กำลังยอมรับความผิดพลาดของตัวเองต่อหน้าเธออย่างหมดเปลือก
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอปลดเป้สะพายหลังของตัวเองลง หยิบขวดน้ำออกมายื่นให้เขา "ดื่มน้ำก่อนครับคุณ จะได้มีแรง"
ธันวารับขวดน้ำมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาเปิดฝาและดื่มเข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไกด์สาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "เราจะติดอยู่ในนี้กันจริงๆ เหรอครับ... รินรดา"
นี่เป็นครั้งแรกที่เขากล่าวเรียกชื่อเธอห้วนๆ โดยไม่มีคำว่า 'คุณ' นำหน้า น้ำเสียงที่มักจะราบเรียบและเต็มไปด้วยกำแพงในตอนนี้ กลับเจือไปด้วยความหวาดหวั่นของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หลงทางในความมืด
รินรดาใจกระตุกวูบ เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา เพื่อให้สายตาทั้งสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน รอยยิ้มบางๆ ที่จริงใจที่สุดถูกส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นครั้งแรกของทริปนี้
"มองหน้าผมนะคุณธันวา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น ต่างจากทุกที "เราจะไม่ติดอยู่ในป่านี้หรอกครับ ผมเป็นไกด์นะ ถึงจะพาหลงเพราะทางมันเปลี่ยนไปตามสภาพดินถล่มก็เถอะ แต่ผมไม่ยอมปล่อยให้ลูกทัวร์สุดหล่อแต่ปากจัดคนนี้เป็นอะไรไปเด็ดขาด... เชื่อมือผมสิ"
ธันวานิ่งอึ้งไปกับรอยยิ้มและคำพูดนั้น หัวใจที่เต้นรัวด้วยความเหนื่อยหอบและความกลัว กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อุ่นวาบจนเกือบจะร้อนผ่าวที่ขอบตา ชายหนุ่มเผลอยกมือขึ้นแตะที่แขนของรินรดาโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวจิตท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ผม..." ธันวาอ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เพื่อขอบคุณ หรืออาจจะเพื่อสารภาพความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอดการเดินทางหลายวันที่ผ่านมา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นโมเมนต์ซึ้งกินใจและชวนจิกหมอนนั้นเอง
*กรอบแกรบ!*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นอย่างรวดเร็วจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร!
รินรดาชะงักกึก ร่างกายตื่นตัวขึ้นมาทันทีโดยสัญชาตญาณ เธอรีบดึงมือของธันวาให้อยู่ข้างหลังตนเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าท่อนไม้แห้งขนาดพอเหมาะขึ้นมาถือไว้มั่น สายตาคมกริบเพ่งมองความมืดสลัวเบื้องหน้าที่เงียบสงบลงอย่างน่ากลัว
ดวงตาสองดวงสีเหลืองวาววับคู่หนึ่ง ค่อยๆ ปรากฏขึ้นสะท้อนกับแสงไฟฉายพกพาที่ตกอยู่บนพื้น มันกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยความกระหายบางอย่าง!
ธันวาหน้าถอดสีสนิท ลืมความอ่อนล้าของไข้ป่าไปชั่วขณะ เขาขยับเข้าไปใกล้รินรดามากขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับกระซิบเสียงสั่นด้วยความตระหนก
"ริน... นั่นตัวอะไรน่ะ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปด้วยกันในทุกๆ เส้นทางนะครับ
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักธุรกิจผู้หลงทางในป่าคอนกรีต•ตอนที่ 6
ทางลัดที่ยาวไกล
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักธุรกิจผู้หลงทางในป่าคอนกรีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!