เสียงแก้วคริستัลราคาแพงกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ผู้ชายคนนั้น... คนที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปในกองเพลิงมรณะเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้กลับยืนอยู่เบื้องหน้าฉัน รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตาข้างขวานั้นตอกย้ำความจริงที่ว่า เขายังไม่ตาย และเขากลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง
"ตกใจมากเลยหรือครับ คุณลู่" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียաբเฉยและเย่อหยิ่งตามแบบฉบับนางร้ายผู้ร่ำรวย เงินในบัญชีที่มีอยู่อย่างมหาศาลไม่ได้มีไว้แค่ซื้อความสุข แต่มีไว้ซื้อความปลอดภัยด้วยต่างหากล่ะคะ "แปลกใจนิดหน่อยค่ะ นึกว่าสุนัขที่เคยเลี้ยงไว้จะตายน้ำตื้นไปเสียแล้ว ที่ไหนได้... ยังมีชีวิตอยู่แถมทำตัวเป็นแมลงสาบได้เหนียวแน่นดีนี่คะ"
บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบติดลบ ลูกน้องชุดดำด้านหลังของชายปริศนาขยับตัวเตรียมชักอาวุธ แต่ทว่า—
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาที่หลับใหลไปนานดังขึ้นในหัวของฉันอย่างกะทันหัน พร้อมกับตัวหนังสือสีทองเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบอัปเกรดระดับสูง!]
[ภารกิจพิเศษ: ปลดล็อกพลังจิต 'เสียงสะท้อนแห่งจิตใต้สำนึก' (อ่านใจผ่านการสัมผัสร่างกาย) สำเร็จ]
[เงื่อนไขการใช้งาน: เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเป้าหมาย คุณจะได้ยินเสียงที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของพวกเขา]
ฉันกะพริบตาปริบๆ มองหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากทันทีค่ะ สนุกแน่ล่ะงานนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นตุกติกส่งคนมาตายเอาดาบหน้า ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเล่นตามเกมมารยาทสังคมอีกต่อไป
"คิดว่ามีลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้แล้วฉันจะกลัวหรือคะ" ฉันก้าวเข้าไปหาช้าๆ ส้นสูงปักหมุดคริสตัลส่งเสียงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น ทรงพลัง และคุกคาม
"คุณลู่... ถอยไปห่างๆ เสียดีกว่าครับ ของพวกนี้มันอันตราย" ชายคนนั้นขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปฏิกิริยาทางกายที่แสดงถึงความไม่มั่น
ฉันแกล้งทำเป็นสะดุดเล็กน้อยเพื่อความแนบเนียน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อแขนแกร่งของเขาเอาไว้ทันที!
*สัมผัสผิวเนื้อปะทะกัน*
[ระบบกำลังประมวลผล... เจาะข้อมูลจิตใจเป้าหมายสำเร็จ!]
เสียงความคิดของชายคนนั้นทะลักเข้ามาในหัวของฉันราวกับเขื่อนแตก ทั้งตกใจ ลนลาน และหวาดกลัวสุดขีด:
*(ยัยนี่บ้าหรือเปล่า! อยู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาจับ... หรือว่าเธอรู้แผนการทั้งหมดแล้ว? แย่ล่ะสิ ถ้าแผนแตก นายท่านเอาฉันตายแน่!)*
หึ... นายท่านงั้นเหรอคะ? เบื้องหลังผู้ชายคนนี้ยังมีตัวการใหญ่อีกทอดหนึ่งสินะคะ
ฉันแกล้งทำเป็นยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทั้งที่ในใจกำลังคำนวณมูลค่าความเสียหายที่ฉันจะฟาดหัวพวกมันคืนให้สาสม "อุ๊ย มือไม้สั่นเชียวนะคะคุณผู้ชาย กลัวฉันขนาดนั้นเลยหรือคะ หรือว่า... กำลังร้อนตัวเรื่องเงินก้อนโตที่แอบยักยอกไปเมื่อสามปีก่อนกันแน่?"
สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของฉันอย่างแรง "คุณพูดบ้าอะไร! ปล่อยนะ!"
(*(เธอรู้ได้ยังไง? บ้าจริง ยัยผู้หญิงนี่มันปีศาจชัดๆ!)*) เสียงความคิดของเขากรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลังของใครบางคน
จิ่งหานก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป รัศมีเยือกเย็นและดุดันแผ่กระจายออกมาจนผู้ชายในห้องถึงกับผงะถอยหลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่มือของฉันที่ยังคงกุมแขนของชายแปลกหน้าอยู่
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ลูกน้องชุดดำยังต้องก้มหน้าหลบสายตา
จิ่งหานเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่บังฉันไว้จากสายตาของคนแปลกหน้าครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น แต่น่ากลัวเสียจนกระดูกสันหลังของผู้ชายคนนั้นเย็นวาบ "ปล่อยมือจากภรรยาของผม... ก่อนที่ผมจะทำให้คุณไม่มีมือไว้ใช้พิมพ์ข้อความสั่งเสียอีกต่อไป"
ฉันเงยหน้ามองสันกรามคมชัดและแผ่นหลังกว้างที่คอยปกป้องฉันเสมอ ความอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด หмаโบ้คลั่งรักตัวนี้... เวลาเอาจริงขึ้นมา ก็น่าเกรงขามไม่เบาเลยนะคะเนี่ย
ชายคนนั้นหน้าซีดเผือดลงไปอีกเมื่อเจอแรงกดดันมหาศาลจากจิ่งหาน เขารีบดึงแขนกลับแล้วถอยรูดไปจนชิดผนังห้อง
แต่ทว่า ก่อนที่ฉันจะได้ซ้ำเติมอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฉันก็สั่นเตือนขึ้นมาเสียก่อน
ฉันหยิบขึ้นมาดู ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารระดับโลก:
*【บัญชีของคุณถูกหักเงินจำนวน 50,000,000 บาท เพื่อทำการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว】*
รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนเรียวปากสวย ฉันหันไปสบตากับจิ่งหานที่มองมาด้วยสายตาตามใจภรรยาเต็มที่ ก่อนจะหันกลับไปมองเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตรงหน้า
"เงินจำนวนนี้... ฉันซื้อบริษัทของคุณเรียบร้อยแล้วนะคะ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต "และตอนนี้... ฉันไล่คุณออกจากการเป็นพนักงานบริษัทของตัวเองแล้วค่ะ ไสหัวไปซะ"
ชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยความสิ้นหวัง ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยอำนาจเงินมหาศาลที่เขาไม่มีวันต่อกรได้
แต่ความสะใจยังไม่ทันได้จบลง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกที่ติดอยู่ด้านข้าง
ฉันหันไปมองผ่านกระจกใส และพบกับภาพที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าชะงักค้างไปชั่วขณะ
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สกรีนโลโก้ตระกูลใหญ่ที่ควรจะล่มสลายไปแล้ว กำลังร่อนลงจอดบนดาดฟ้าของโรงแรมอย่างอุกอาจ และบุคคลที่ก้าวลงมาจากเครื่อง... คือคนคนนั้น คนที่ฉันคิดมาตลอดว่าไม่มีทางเหยียบย่างกลับมาที่นี่ได้อีกชั่วชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ
---
**[ชาเขียวแก้วร้าย]**
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 31
ระบบอัปเกรดระดับสูง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!