"หากเจ้าก้าวเท้าเข้าไปแล้ว หวังจะถอยกลับออกมาพร้อมกับลมหายใจที่ครบถ้วน... ข้าเกรงว่าเจ้าคงต้องหัดทำความเข้าใจกับความตายเสียใหม่ตั้งแต่วินาทีนี้"
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนผู้คุมตรวจคนเข้าวังดังขึ้นพร้อมกับการโยนแผ่นป้ายไม้เก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง กลิ่นกำยานราคาถูกปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากห้องขังใต้ดินฝั่งทิศตะวันตกของประตูวังหลวงตอกย้ำให้รู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับผู้มีหัวใจอ่อนแอ
หลินเฟยหลันไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองแผ่นป้ายนั้น นางเพียงแค่ก้มลงกวาดสายตามองมือของตนเองที่บัดนี้ไร้ซึ่งเครื่องประดับใดๆ ผิวพรรณที่เคยได้รับการทะนุถนอมถูกทำให้หยาบกร้านด้วยสมุนไพรย้อมสี ดวงตาคู่คมดุจหงส์จ้องมองไปที่กำแพงอิฐสีแดงชาดที่ทอดยาวราวกับงูยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนที่ก้าวล้ำเข้าไป
"ชีวิตของข้า... ข้าได้วางเดิมพันลงในกรงขังทองคำนี้ตั้งแต่วันที่ตระกูลหลินต้องโทษประหารกบฏแล้ว ท่านลุง ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ" เฟยหลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกชัน
นางก้าวผ่านธรณีประตูวังหลวงเข้าไป ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับลงบนบ่าราวกับมีใครเอาก้อนหินมาวางไว้ วังหลวงในยามนี้ไม่ใช่ที่พำนักของกษัตริย์ผู้ทรงธรรม แต่มันคือขุมนรกที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบแป้งและกลิ่นหอมของดอกโบตั๋น
ภายในตำหนักนางกำนัล กลิ่นอับของผ้าเก่าๆ และหยาดเหงื่อที่แห้งกรังทำให้นางขมวดคิ้วเล็กน้อย นางกำนัลรุ่นพี่ผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามา มือหยาบกร้านของนางหยิกเข้าที่ต้นแขนของเฟยหลันอย่างแรงจนนางต้องนิ่วหน้า
"เจ้าชื่อหลินหลันสินะ? จำใส่หัวไว้ให้ดี ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเจ้า กฎของที่นี่มีเพียงข้อเดียว คือทำตัวให้เหมือนอากาศธาตุ หากอยากมีชีวิตรอดเกินสามวัน อย่าได้อวดฉลาด... เข้าใจหรือไม่!"
เฟยหลันก้มศีรษะลงต่ำ ซ่อนประกายตาเยือกเย็นเอาไว้ภายใต้ขนตาที่ยาวงอน "ขอบพระคุณพี่หญิงที่เตือนสติค่ะ หลินหลันจะจดจำไว้ในใจ"
ทันทีที่นางกำนัลผู้นั้นเดินจากไป เฟยหลันก็เงยหน้าขึ้น สายตาของนางไม่ได้มองไปที่งานบ้านงานเรือนที่กองพะเนินตรงหน้า แต่นางกำลังจ้องมองไปยังหอสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางวัง ซึ่งเป็นที่ประทับของบุรุษผู้ที่นางต้องทำลายลงด้วยมือของตนเอง... ฮ่องเต้เฉินหยวน
ในขณะที่นางกำลังจะหยิบถังน้ำเพื่อไปทำความสะอาดลานกว้างหน้าตำหนักกุ้ยเฟย สตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์ผ้าไหมสีเหลืองอ่อนปักลายดอกโบตั๋นดิ้นทองก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับขบวนนางกำนัลนับสิบ สายตาที่กรีดกรายมองมาที่นางราวกับมองเศษฝุ่นผงบนพื้นทางเดิน
"นั่น... นางกำนัลใหม่หรือ?" เสียงหวานใสทว่าแฝงความร้ายกาจดังกังวานขึ้น สนมกุ้ยเฟยหยุดฝีเท้าลง แล้วใช้พัดด้ามจิ้วเชิดคางของเฟยหลันขึ้นมาเพื่อพิจารณาอย่างใกล้ชิด "หน้าตาก็พอใช้ได้ แต่ดวงตานี่สิ... ดูเหมือนพวกงูพิษที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์เสียจริง"
เฟยหลันนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบ่อนิ่ง นางไม่ได้สั่นไหวกับคำหยามเหยียด แต่ในใจกลับกำลังคำนวณระยะห่างระหว่างนางกับกุ้ยเฟย รวมถึงตำแหน่งขององครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆ
"หม่อมฉันเพียงแค่กลัวว่าจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ทำให้พระสนมต้องขุ่นเคืองพระทัยเพคะ" เฟยหลันตอบอย่างนอบน้อม แววตาว่างเปล่าดุจไร้ความรู้สึก
กุ้ยเฟยแค่นหัวเราะ "ดี... เช่นนั้นก็จงไปทำความสะอาดที่ห้องทรงอักษรของฝ่าบาทเสียที หวังว่าเจ้าจะไม่มีมือไม้สั่นจนทำหมึกหกใส่ฝ่าบาทล่ะ หากเกิดเรื่องเช่นนั้น ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้ให้สุนัขในวังเสีย!"
เฟยหลันน้อมรับคำสั่งก่อนจะปลีกตัวออกมา มุ่งหน้าสู่ห้องทรงอักษรที่เปรียบเสมือนหัวใจของอาณาจักร ที่นี่คือจุดที่นางรอคอยมานานนับปี ภายในห้องนั้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงปลายพู่กันจรดลงบนกระดาษข่อยอย่างหนักแน่นและมั่นคง
ฮ่องเต้เฉินหยวนนั่งอยู่หลังโต๊ะทรงงาน เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองนางแม้แต่น้อย แต่ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนทำให้เฟยหลันรู้สึกได้ว่า ทุกความเคลื่อนไหวของนางถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา
นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทรงงานเพื่อวางชาที่เพิ่งชงมาใหม่ กลิ่นของชาหอมกรุ่นทว่าแฝงด้วยกลิ่นจางๆ ของสมุนไพรชนิดหนึ่งที่นางแอบใส่ลงไปในกาเล็กน้อย... สมุนไพรที่จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการมึนงงชั่วขณะและเผยความในใจ
"เจ้ามาใหม่หรือ" น้ำเสียงนิ่งเรียบของฮ่องเต้ดังขึ้นโดยที่เขายังคงก้มหน้าเขียนอักษร "ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน ในวังแห่งนี้... ใครส่งเจ้ามา?"
เฟยหลันหัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก แต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉย "หม่อมฉันเป็นเพียงนางกำนัลชั้นต่ำที่ถูกส่งมาทำงานแทนคนเก่าที่ป่วยไข้เพคะ ฝ่าบาททรงระแวงเกินไปหรือไม่"
เฉินหยวนวางพู่กันลง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเฟยหลัน สายตาคู่นั้นเฉียบคมราวกับดาบอาบยาพิษที่พร้อมจะกรีดลึกถึงกระดูก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้ามาหานางจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ
"คนของข้าป่วยไม่เป็นเวลา... และคนใหม่ที่เข้ามา ก็มักจะมีจุดประสงค์ไม่บริสุทธิ์เสมอ" เขาเอื้อมมือมาบีบคางของนางแน่นจนนางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด "เจ้ามีความแค้นในดวงตา... ความแค้นที่ข้าจำได้ดีว่ามันเคยเกิดขึ้นกับใครบ้าง"
ลมหายใจของเฟยหลันขาดห้วง เมื่อฝ่ามือหนาของเขาเลื่อนไปแตะที่รอยแผลเป็นเล็กๆ หลังใบหูของนาง รอยแผลที่นางพยายามปิดบังด้วยเส้นผมมาตลอดหลายปี
เขากระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องหยุดหายใจ "หลินเฟยหลัน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเปลี่ยนชื่อและสีผิว จะทำให้เจ้ากลายเป็นคนอื่นไปได้ในสายตาของข้า?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับโชคชะตาที่แสนโหดร้ายของหลินเฟยหลันนะคะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 1
ม่านหมอกวังหลวง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!