กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 16

มรสุมที่พัดพา

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"สวรรค์ไม่ได้ไร้ความปรานี... สวรรค์เพียงแต่ไม่เคยเห็นหัวผู้อื่นต่างหาก" น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าก้องกังวานดั่งเสียงระฆังสำริดที่ถูกตีกลางอก หอคอยเหมันต์นิรันดร์เวลานี้ไม่ได้เงียบสงบดังเช่นทุกค่ำคืน เปลวเพลิงสีครามแห่งอัคคีวิญญาณลุกโชนขึ้นจากพื้นศิลาเบื้องล่าง สะท้อนเงาร่างของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางมวลอากาศที่บิดเบี้ยวจากแรงกดดันระดับบรรพชน ฉินเยี่ยไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้าที่ปักษาอยู่กลางพายุ ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือข้างขวาหยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงกระทบพื้น ผลึกน้ำแข็งรอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผงด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์ เบื้องหน้าของเขาคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอคอย ผู้กุมความลับที่ถูกฝังกลบมานานนับพันปี "เจ้าคิดว่าการถือครองวิชากระบี่ไร้ลักษณ์จะทำให้เจ้าฝืนชะตากรรมที่ขีดไว้ได้หรือ ฉินเยี่ย?" ผู้อาวุโสเฒ่าแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและคราบน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง "ชะตากรรมของตระกูลฉิน... และชะตากรรมของนางผู้นั้น ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แผ่นดินนี้เริ่มมีฟ้ามีดินแล้ว" เซียนจื่อเวยที่ยืนอยู่เบื้องหลังฉินเยี่ยในระยะกระชั้นชิด ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีที่เคยหล่อหลอมตัวตนของนางมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับถูกแผดเผาด้วยความจริงอันโหดร้าย ดวงตาคู่สวยที่เคยเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น เบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตะลึง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายบนหน้าผากเนียนนุ่ม "ท่านอาจารย์... ท่านหมายความว่าอย่างไร?" เสียงของเซียนจื่อเวยแห้งผาก ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้เบื้องหน้า หมายจะคว้าชายเสื้อของผู้อาวุโส แต่กลับถูกคลื่นพลังปราณผลักกระเด็นถอยหลังจนฉินเยี่ยต้องยื่นมือมารับเอวบางไว้ด้วยความรวดเร็ว สัมผัสจากฝ่ามือของฉินเยี่ยไอร้อนผ่าวราวกับเตาหลอม ทว่าหัวใจของเซียนจื่อเวยกลับเหน็บหนาวจนไร้ความรู้สึก นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เคียงข้าง ดวงตาของเขายังคงแน่วแน่และดุดัน ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวต่ออำนาจใดในใต้หล้า "อย่าได้ถามคำถามที่โง่เขลา จื่อเวย" ฉินเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นครั้งแรก ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "คนผู้นี้ไม่ได้ต้องการให้เจ้าเข้าใจ... เขาเพียงแต่ต้องการให้พวกเรายอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ที่พวกมันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นทาส" "ฮ่าๆๆ! ช่างกล้า! ช่างสามหาว!" ผู้อาวุโสเฒ่าแผดเสียงหัวเราะลั่น สะเก็ดเพลิงสีครามระเบิดออกรอบตัวจนผนังหอคอยน้ำแข็งหลอมละลายกลายเป็นไอหมอกหนาทึบ "เจ้าเด็กน้อยไร้หัวนอนปลายเท้า เจ้าเข้าใจอันใดเกี่ยวกับ 'ชะตากรรมสวรรค์'? วิชาที่อาจารย์ของเจ้าถ่ายทอดให้... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ามันคือวิชาที่คิดค้นขึ้นมาเองโดยมนุษย์?" ฉินเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำรัวระรัว แม้สีหน้าจะยังคงสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก ปมในใจเกี่ยวกับการตายของอาจารย์และการหายสาบสูญของคัมภีร์บทสุดท้ายกำลังจะถูกเปิดออกในวินาทีนี้ "พูดมา!" ฉินเยี่ยคำรามต่ำ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกจากร่างจนเสื้อผ้าสะบัดปลิว แรงกดดันพุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสเฒ่าจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม "วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่เจ้าฝึกฝน... แท้จริงแล้วคือ 'โซ่ตรวน' ที่เทพสวรรค์ใช้ล่ามวิญญาณของผู้ที่อาจหาญต่อต้านลิขิตฟ้า!" ผู้อาวุโสเฒ่าคำรามลั่น แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาและสมเพชในเวลาเดียวกัน "ทุกครั้งที่เจ้าทะลวงขอบเขต... ทุกครั้งที่เจ้าใช้กระบวนท่าสังหารศัตรู... แท้จริงแล้วเจ้ากำลังรวบรวม 'เคราะห์กรรม' ของแผ่นดินมาไว้ที่ตัวเจ้าเอง! เมื่อใดก็ตามที่เจ้าบรรลุถึงขั้นสูงสุด... ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าจะระเบิดออก เพื่อใช้เป็นพลังงานเปิดประตูแดนเซียนเบื้องบน!" สิ้นคำพูดนั้น... บรรยากาศภายในหอคอยเหมันต์ก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับความตาย เซียนจื่อเวยรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า นางหันขวับไปมองฉินเยี่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด "ไม่... ไม่จริงใช่ไหม ฉินเยี่ย? ท่านบอกข้าสิว่ามันไม่จริง..." ฉินเยี่ยไม่ตอบคำถาม ร่างกายของเขานิ่งค้างดั่งรูปสลัก ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังผู้อาวุโสเฒ่า ภาพเหตุการณ์ในอดีตตอนที่อาจารย์กระอักเลือดสิ้นใจในอ้อมแขน พร้อมกับคำพูดสุดท้ายที่ฟังไม่ชัดเจนผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สัจธรรมที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต—วิถีกระบี่ที่หลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง—แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานของสวรรค์งั้นหรือ? "ฮึ่ม... เจ้าคิดว่าทำไมข้าถึงต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในหอคอยเหมันต์แห่งนี้มาสามร้อยปี?" ผู้อาวุโสเฒ่ากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงลงทีละน้อย ร่างกายเริ่มมีรอยร้าวของพลังปราณย้อนกลับ "เพราะข้าคือผู้ที่เคยฝึกวิชานี้เป็นคนก่อนหน้าอาจารย์ของเจ้า... และข้าก็เลือกที่จะตัดแขนขาตัวเองเพื่อหนีจากชะตากรรมนั้น!" ปัง! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกหอคอย ท้องน่ายามวิกาลที่ควรจะมีดวงดาราประดับประดา กลับถูกย้อมด้วยสีเลือด เมฆหมอกสีดำทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา ใจกลางเกลียวพายุนั้นปรากฏอักขระโบราณสีทองอร่ามส่องแสงเจิดจ้าเสียดแทงฟ้าดิน แรงกดดันจากมิติเบื้องบนแผ่ซ่านลงมาจนผู้อบรมบำเพ็ญเพียรในรัศมีร้อยลี้ต่างกระอักเลือดพร้อมกัน "พวกมัน... ตามมาเจอแล้ว" ผู้อาวุโสเฒ่าเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายที่ชราภาพเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้า "ฉินเยี่ย... เคราะห์กรรมของเจ้าเริ่มต้นขึ้นแล้ว... เจ้าจะสยบยอมให้แก่ฟ้าดิน หรือจะ..." ร่างของผู้อาวุโสเฒ่าสลายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงคำรามกึกก้องที่ยังคงสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เซียนจื่อเวยโผเข้าสวมกอดร่างของฉินเยี่ยจากด้านหลัง น้ำตาคริสตัลหยดแหมะลงบนแผ่นหลังที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ "ฉินเยี่ย... เราหนีกันเเถอะ หนีไปให้พ้นจากดินแดนแห่งนี้ ข้าไม่สนใจวิถีเซียน ไม่สนใจความเป็นอมตะอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ท่านยังมีชีวิตอยู่..." ฉินเยี่ยก้มมองมือที่ถือกระบี่ไร้ลักษณ์ ปราณกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ในตอนนี้กลับเริ่มมีเส้นสายสีดำทมิฬแทรกซึมเข้ามาอย่างช้าๆ ราวกับพิษร้ายที่กัดกินกระดูก เขายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าที่เปียกชุ่มด้วยน้ำตาของหญิงสาวที่เขารักที่สุด ดวงตาของเขากลับมาคมกริบและเยือกเย็นดั่งเดิม ทว่าลึกลงไปในนั้น กลับมีเปลวเพลิงแห่งความท้าทายที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์แผดเผา "หนี?" ฉินเยี่ยแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ทว่าเยียบเย็นเสียจนเซียนจื่อเวยต้องสะท้าน "ในเมื่อฟ้าดินเล่นตลกกับชีวิตของข้า... ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ แหวกม่านสวรรค์ออกดูให้เห็นกับตา ว่าหน้าตาของไอ้พวกที่มันขีดชะตาคนเรา... มันหน้าตาเป็นอย่างไร!" เขาสลัดความลังเลทิ้งไปจนสิ้น เชิดหน้าขึ้นท้าทายสายฟ้าสีเลือดที่กำลังผ่าลงมาตรงยอดหอคอย ทว่า ในวินาทีที่สายฟ้าสีโลหิตสายแรกผ่าทะลุหลังคาลงมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับพันก็ดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงคำรามของ "ทูตสวรรค์ไร้หน้า" เกราะทองคำที่ปรากฏกายพร้อมกับหอกยาวอาบอัคคีเพลิง! และที่ด้านหน้าสุด... ร่างของสตรีในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งกำลังก้าวเข้ามา นางถือกระบี่ที่คุ้นเคยยิ่ง... กระบี่ของอาจารย์ที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! "ศิษย์พี่ใหญ่..." ฉินเยี่ยพึมพำเบื้องหน้าความจริงที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะจินตนาการ ขณะที่ปลายนิ้วของเซียนจื่อเวยเย็นเฉียบลงจนไร้ความรู้สึกเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันมรสุมอักษรมาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%