“คุณกำลังโกหก... ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยอัตราการเต้นของชีพจรที่ข้อมือคุณค่ะ คุณธาม”
เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องสอบปากคำที่อุณหภูมิต่ำจนน่าสยอง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เหนือศีรษะสะท้อนบนแว่นกรอบบางของเธอเป็นประกายวาบ เย็นเยียบและไร้ปราณี
ฝั่งตรงข้ามโต๊ะสเตนเลสที่สะท้อนเงาของทั้งคู่บิดเบี้ยว ธามไม่ได้ขยับเขยื้อน เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินความจำเป็นสำหรับชายที่ถูกเชิญตัวมาในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ดวงตาคมกริบสีเข้มของเขาสบประสานกับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของอัยการสาวราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มที่เขาเป็นคนเขียนเองกับมือ
“การเป็นอัยการที่เก่งกาจไม่ได้หมายความว่าคุณจะอ่านพฤติกรรมมนุษย์ได้แม่นยำเสมอไปหรอกนะ คุณอัยการ” ธามเอ่ยตอบ เสียงของเขานุ่มทุ้ม ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องเกร็งปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ใต้โต๊ะ “บางครั้ง... สิ่งที่คุณเห็นว่าเป็นความตื่นเต้น มันอาจจะเป็นเพียงแค่ความประทับใจในตัวคุณก็ได้”
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก “ดิฉันทำงานกับคนโกหกมามากพอที่จะแยกแยะระหว่าง 'เสน่ห์ลวง' กับ 'ความจริงที่ถูกซ่อนไว้' ออกค่ะ คุณธาม คำให้การของคุณเมื่อสิบนาทีก่อนขัดแย้งกับหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างสิ้นเชิง กล้องวงจรปิดในลิฟต์ของโรงแรมไม่ได้เสียในช่วงเวลาที่คุณอ้างว่ากำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปพบลูกค้า คุณไม่ได้อยู่ที่นั่น”
“แล้วคุณมั่นใจแค่ไหนกันว่าสิ่งที่อยู่ในกล้องนั่นคือความจริง?” ธามเอนตัวมาข้างหน้าบ้าง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างไอเย็นของเครื่องปรับอากาศกับกลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาและยาสูบ—มันเป็นกลิ่นที่ดุดัน ลึกลับ และชวนให้ใจสั่นโดยไม่รู้ตัว
“ในโลกแห่งอาชญากรรม คุณอัยการ... ความจริงมักเป็นสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาใหม่เสมอ ใครเป็นคนคุมกล้อง? ใครเป็นคนลบไฟล์? และใครกันแน่ที่ต้องการให้คุณเห็นสิ่งที่ 'ควรเห็น'” เขาลดเสียงต่ำลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่ฟังดูคล้ายคำท้าทาย “คุณกำลังมองหาจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคนบางคนอาจจะสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเพื่อให้คุณติดกับดักตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว”
รินรดาไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับกำลังพยายามค้นหาความบิดเบี้ยวในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ความยุติธรรมที่เธอเคยยึดมั่นกำลังถูกสั่นคลอนด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน อดีตที่เคยถูกหักหลังทำให้เธอระแวดระวัง แต่กับผู้ชายตรงหน้า... ทุกคำพูดของเขามีแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้เธออยากรู้อยากเห็นมากกว่าอยากจะจับกุม
“ถ้าคุณคิดว่าการปั่นหัวดิฉันจะช่วยให้คุณรอดคุกไปได้ คุณคิดผิดแล้วค่ะ” รินรดาดึงแฟ้มคดีขึ้นมาวางบนโต๊ะ แรงกระแทกนั้นดังพอจะทำลายภวังค์ที่ธามสร้างขึ้น “เรามีพยานคนสำคัญที่ยืนยันว่าเห็นคุณในจุดเกิดเหตุสิบนาทีก่อนที่ศพจะถูกพบ และถ้าพยานคนนั้นเป็นคนเดียวกับคนที่ส่งหลักฐานนี้มาให้ดิฉัน... คุณคิดว่าคุณจะยังมีโอกาสได้ออกไปดื่มกาแฟข้างนอกนั่นอีกไหม?”
ธามชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที—จากความเย้ยหยันกลายเป็นความสนเท่ห์ที่น่ากลัว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ร้ายที่จนมุม แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อที่น่าสนใจกว่าที่คาดไว้
“หลักฐานชิ้นใหม่เหรอครับ?” ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมามองที่ริมฝีปากของรินรดาอย่างจงใจก่อนจะเลื่อนกลับขึ้นมา “น่าเสียดายที่หลักฐานชิ้นนั้นอาจจะเป็นตัวบ่งบอกว่า... คนที่คุณไว้ใจที่สุดในสำนักงานกำลังจะหักหลังคุณในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้”
รินรดารู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำเตือนนั้น แต่ยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้
“ขอบคุณที่เตือนค่ะ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“งั้นเรามาแลกเปลี่ยนความลับกันไหม?” ธามวางมือลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเข้าใกล้ปลายนิ้วของเธออย่างเชื่องช้า “ถ้าผมบอกว่าใครเป็นคนส่งหลักฐานชิ้นนั้นให้คุณ... คุณจะยอมปล่อยให้ผมเดินออกจากห้องนี้ไปโดยไม่ใส่กุญแจมือไหม?”
บรรยากาศในห้องสอบสวนกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาจ้องมองมือของเขาที่วางอยู่ห่างจากมือเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอจะแผดเสียงดังทำลายความเงียบขึ้นมา รินรดากดรับสายด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ฟังเสียงปลายสายเพียงครู่เดียว ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
เธอวางสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเงยหน้ามองธามที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนผิดปกติ “หลักฐานชิ้นนั้นที่ได้รับมา... มันมีอะไรที่ทำให้คุณต้องเสียอาการขนาดนั้นเชียวหรือ?”
รินรดาไม่อาจซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงได้ขณะเอ่ยคำพูดถัดมา “ผลตรวจลายนิ้วมือบนอาวุธสังหารที่เพิ่งส่งมาจากห้องแล็บเมื่อวินาทีก่อนหน้านี้... มันไม่ใช่ของคุณ”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้นด้วยความรู้สึกที่พร่าเลือนระหว่างความสงสัยและความหวาดหวั่น “แต่กลับเป็นลายนิ้วมือของอัยการสูงสุด... หัวหน้างานที่ดิฉันเคารพรักและเชื่อใจที่สุดในชีวิต”
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและดำดิ่งไปกับเกมจิตวิทยาและแรงปรารถนาที่ซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับรินรดาและธามนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
ดีโค้ดรักรหัสลวง (Decoding the Alibi)•ตอนที่ 1
ห้องสอบปากคำที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดรักรหัสลวง (Decoding the Alibi) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
