“คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ คุณรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำของธามดังก้องขึ้นในห้องพิจารณาคดีจำลองที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นเพื่อนร่วมทาง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้เกินระยะมารยาท แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดูเหมือนจะมองทะลุผ่านเสื้อสูทผ้าไหมเนื้อดีของเธอ เข้าไปถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที
รินรดาหยุดการเคลื่อนไหว มือที่กำลังจัดเรียงแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมอำพรางชะงักค้าง เธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขาขยับเข้าใกล้มาอีกนิดราวกับจงใจรุกรานพื้นที่ส่วนตัว
“ในฐานะอัยการ ฉันทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่การตั้งสมมติฐานเลื่อนลอยแบบที่คุณกำลังทำอยู่ค่ะ คุณธาม” เธอตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง ทว่าสายตากลับหลบเลี่ยงความคมปลาบของเขาไปจ้องมองตัวอักษรในสำนวนคดี
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันที่นุ่มนวล “ข้อเท็จจริงน่ะหรือคะ? นิ้วชี้ขวาของคุณที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะสามครั้งติดต่อกันตอนที่ฉันพูดถึง ‘พยานปากเอก’... นั่นน่ะ คือสัญญานเตือนที่ร่างกายคุณพยายามบอกว่า คุณเองก็ไม่เชื่อว่าเขาจะมีตัวตนอยู่จริง”
รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากาก เธอรีบวางปากกาลงทันทีเพื่อหยุดอาการสั่นของปลายนิ้ว ความฉลาดของเขาไม่ได้ทำให้เธอประทับใจ แต่มันทำให้เธอหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด “คุณชอบเล่นจิตวิทยากับทุกคนที่ร่วมงานด้วยแบบนี้หรือคะ หรือแค่ต้องการทดสอบว่าอัยการอย่างฉันจะมีจุดเปราะบางตรงไหนให้คุณทำลาย”
“ผมไม่เคยทำลายสิ่งที่ผมสนใจ” ธามก้าวเข้ามาจนชิดแผ่นหลังของเธอ ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนเธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่น่าอันตราย เขาโน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูจนไรผมของเธอสั่นไหว “ผมแค่ชอบรื้อค้นมันออกมาดู เพื่อให้แน่ใจว่าข้างในนั้น... ยังเหลือความรู้สึกแบบมนุษย์อยู่บ้าง ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ในคราบกฎหมาย”
รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างที่เหลือเพียงคืบทำให้เธอเห็นประกายในแววตาของชายหนุ่มที่ไม่ได้ซ่อนเร้นความต้องการเอาไว้อีกต่อไป มันไม่ใช่ความต้องการแบบฉาบฉวย แต่เป็นความกระหายที่จะครอบงำความคิดและหัวใจของเธอ
“ความยุติธรรมสำหรับฉัน ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกค่ะ มันคือชัยชนะ” เธอกล่าวเน้นคำ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
“ชัยชนะที่ต้องแลกด้วยการปิดบังหลักฐานบางชิ้นไว้ใต้ลิ้นชักนั่นน่ะหรือ?”
คราวนี้รินรดาถึงกับหน้าถอดสี เธอถอยหลังจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเขาที่มองมานั้นอ่านง่ายยิ่งกว่าแผนผังอาชญากรรมใดๆ ที่เธอเคยเห็น มันคือการประกาศชัยชนะที่เหนือชั้น เขาอ่านเธอออกทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าที่เธอเคยรู้จักตัวเองเสียอีก
“คุณข้ามเส้นแล้วนะธาม” เธอขู่ แต่เสียงกลับขาดห้วงเมื่อมือแกร่งของเขาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นช้าๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วอุ่นจัดนั้นทำให้รินรดาไร้ซึ่งหนทางขัดขืน ราวกับว่าร่างกายของเธอถูกรหัสลับของเขาปลดล็อกจนหมดสิ้น
ธามไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ เขาประทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง เป็นรสจูบที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล แต่เป็นความโหยหาที่ถูกเก็บกดมานาน เขารุกไล่ลิ้นร้อนเข้าสำรวจความหวานในโพรงปากอย่างจาบจ้วง ดั่งจะประกาศให้รู้ว่าเขาคือเจ้าของพื้นที่แห่งนี้โดยสมบูรณ์ รินรดาเผลอส่งเสียงครางแผ่วในลำคอเมื่อมือของเขาเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอด รั้งร่างเธอให้แนบชิดกับความแข็งแกร่งของสรีระชายฉกรรจ์
นิ้วเรียวของเธอจิกลงบนบ่ากว้างของเขา สติสัมปชัญญะที่เคยยึดมั่นในระเบียบแบบแผนกำลังพังทลายลงภายใต้จูบที่ร้อนแรงราวกับไฟผลาญ เขายกตัวเธอขึ้นให้นั่งบนขอบโต๊ะ เอกสารในแฟ้มร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น แต่ไม่มีใครสนใจภาพเบื้องล่างนั้นอีกแล้ว โลกทั้งใบของรินรดาเหลือเพียงความมืดมิดของดวงตาคู่คมของเขา และแรงปรารถนาที่เขากำลังปลุกปั่นให้ลุกโชน
เขาถอนจูบออกเพียงเล็กน้อยเพื่อมองดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยอารมณ์ของเธอ “คุณเก่งมากที่รักษาความลับไว้ได้เกือบตลอดรอดฝั่ง... แต่น่าเสียดาย ที่ภาษากายของคุณมันโกหกไม่เป็น”
ธามกดจูบลงที่ซอกคอขาวผ่องของเธออีกครั้ง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างเหตุผลและสัญชาตญาณ รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อเกมที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าผู้ชนะที่แท้จริงคือใครกันแน่ ในขณะที่เธอกำลังจะปล่อยตัวปล่อยใจให้ดำดิ่งไปกับสัมผัสรัญจวนนั้น เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ
เธอกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่เสียงปลายสายจะทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
‘คุณรินรดาครับ... เราพบหลักฐานใหม่ในคดีที่ท่านกำลังทำอยู่ครับ... รอยนิ้วมือบนซองจดหมายฉบับนั้น ไม่ใช่ของจำเลย แต่เป็นของคนที่คุณรู้จักดีที่สุด’
คำพูดนั้นหยุดทุกการกระทำของธาม เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาจากรินรดาไปมองหน้าจอที่ยังเปิดค้างไว้ แล้วเขาก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกมากกว่าเย้ายวน เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอยห่างออกไป
“ดูเหมือนเกมนี้จะเริ่มสนุกขึ้นอีกขั้นแล้วนะครับ อัยการ... เพราะคนที่ส่งคุณมาทดสอบผมตั้งแต่วันแรก ก็คือคนคนเดียวกับที่คุณเพิ่งรู้ว่าอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมนี้”
ละอองดาวเดือนเก้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวจะเข้มข้นจนทำให้คุณรี้ดเดอร์วางไม่ลงนะคะ
ดีโค้ดรักรหัสลวง (Decoding the Alibi)•ตอนที่ 2
สัญญาณเตือนจากภาษากาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดรักรหัสลวง (Decoding the Alibi) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
