ก้อนดินสีขาวโพลนราวกับโรยด้วยเกล็ดเกลือนี้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกงดงามเหมือนหิมะในฤดูหนาวแม้แต่น้อย สำหรับหลินเฟยหรงแล้ว มันคือหลักฐานชั้นดีที่ฟ้องว่า ผืนดินสี่หมู่นี้แหละคือ "ขยะ" ที่พวกตระกูลหลั่งน้ำตาส่งมอบให้เธอเพื่อเป็นการตบหน้าในวันที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลใหญ่
"ดินเค็มจัดจนแม้แต่หญ้าคาต้นเดียวก็ยังเอาชีวิตไม่รอด... ถ้าฮูหยินน้อยคิดจะปลูกผักที่นี่ คงต้องรอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นสialนะเจ้าคะ"
เสียงเยาะเย้ยของป้าจาง เพื่อนบ้านปากตลาดที่มักแวะเวียนมาสอดส่องความเป็นไปของสองสามีภรรยาขับไล่ลอยมาตามลม เฟยหรงไม่ได้หันไปมอง นางยังคงก้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวงามเขี่ยผงดินขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น ปลายเล็บสะอาดสะอ้านไม่ได้เกรงกลัวคราบสกปรกแม้แต่น้อย
ในชาติก่อน ในฐานะประธานบริษัทเกษตรอุตสาหกรรมข้ามชาติ นางเคยเนรมิตพื้นที่แห้งแล้งกันดารในทะเลทรายให้กลายเป็นแปลงเกษตรมูลค่าหลายร้อยล้านมาแล้ว พื้นดินเค็มจัดจนเป็นคราบเกลือเช่นนี้ สำหรับนางไม่ใช่ทางตัน หากแต่เป็นขุมทรัพย์ที่ยังไม่มีใครเจียระไนต่างหาก
"ปล่อยให้พวกเขากล่าวไปเถอะค่ะ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ ฉินอวี้ก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับยื่นกระบอกน้ำไผ่ส่งให้ภรรยา มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบและถือจอบมาทั้งชีวิตตวัดปาดเหงื่อที่ผากออกอย่างลวกๆ ดวงตาคมกราบกวาดมองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความห่วงใยระคนเทิดทูน "หากเจ้าอยากเปลี่ยนมันเป็นสวนผลไม้ ข้าจะไปขุดดินจากภูหาลูกอื่นมาถมให้ใหม่ แม้จะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม"
เฟยหรงเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มบางๆ จุดประกายขึ้นที่มุมปาก
"ถมดินใหม่หรือคะพี่อวี้? โง่เขลายิ่งนัก... ดินเค็มจัดเช่นนี้แหละ คือของล้ำค่าที่ธรรมชาติมอบให้เรา เพื่อปลูกสมุนไพรตระกูล ‘หนามหยก’ ที่เติบโตได้เฉพาะในดินที่มีแร่ธาตุสูงและมีความเค็มเป็นทุนเดิม" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ แววตาสดใสเป็นประกายเจิดจ้าจนฉินอวี้ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจของอดีตองครักษ์กระตุกวูบ
เขารู้ดีว่าภรรยาของตนเปลี่ยนไปแล้ว นางไม่ได้เอาแต่ใจและเหยียบย่ำหัวใจเขาเหมือนเก่า ทว่ายามที่นางมีความมั่นใจและฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้ เสน่ห์ที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับเย้ายวนและดึงดูดสายตาเขาจนแทบไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เลย
"หนามหยก... สมุนไพรหายากที่ใช้ปรุงยาถอนพิษในวังหลวงน่ะหรือ?" ฉินอวี้ทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย
"ถูกต้องค่ะ" เฟยหรงลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินออกจากชายกระโปรงผ้าหยาบๆ ที่แม้จะเก่าคร่ำคร่าแต่นางก็ยังสวมใส่มันอย่างสง่างาม "มูลค่าของหนามหยกหนึ่งตำลึงทอง สูงกว่าข้าวสารทั้งยุ้งฉางของเราเสียอีก หากเราใช้ ‘กลยุทธ์พลิกผืนดิน’ ที่ข้าคิดค้นขึ้น ปรับสภาพโครงสร้างดินด้วยการหมักปุ๋ยอินทรีย์สูตรลับเฉพาะ และขุดร่องระบายเกลือออก ไม่เกินหนึ่งเดือน... แปลงสมุนไพรแปลงนี้จะกลายเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลที่ทำให้คนตระกูลหลินต้องอ้าปากค้างด้วยความอิจฉา"
ความเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงและท่าทางที่องอาจราวกับพญาหงส์ แม้จะยืนอยู่บนกองดินรกร้าง ทำให้ฉินอวี้รู้สึกราวกับว่าภรรยาตัวน้อยของเขากำลังถือครองอำนาจยิ่งใหญ่เหนือแผ่นดิน เขายกย่องนาง สุดหัวใจของเขาอุทิศให้นางไปหมดสิ้นแล้ว
"ถ้าเจ้าต้องการสิ่งใด เพื่อให้แผนการนี้สำเร็จ บอกพี่มาคำเดียว..." ฉินอวี้ก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนาง "ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือไปหาเมล็ดพันธุ์นั้นจากหน้าผามรณะ ข้าก็จะนำมันมาวางไว้แทบเท้าเจ้าให้จงได้"
เฟยหรงช้อนตามองสามี หัวใจที่เคยด้านชาจากประสบการณ์ทรยศหักหลังในอดีตชาติ คล้ายถูกความอบอุ่นอันหนักแน่นนี้หลอมละลาย นางยื่นมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดภายใต้ร่มผ้า
"เราไม่ต้องไปถึงหน้าผามรณะหรอค่ะพี่อวี้... เพราะเมล็ดพันธุ์ชุดแรก อยู่ในมิติพิเศษของข้าแล้ว" นางกระซิบเสียงเบาแนบชิดริมหีบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่ง ทำให้ฉินอวี้สะท้านเฮือกอย่างห้ามไม่อยู่
การลงมือทำเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดในบ่ายวันนั้นเอง ฉินอวี้ใช้พละกำลังมหาศาลในการขุดคูระบายน้ำและพลิกหน้าดินตามคำบัญชาของเฟยหรงทุกประการ ขณะที่นางทำหน้าที่ผสมหัวเชื้อปุ๋ยชีวภาพจากมิติพิเศษ รดลงบนผืนดินสีขาวโพลนอย่างเป็นระบบ กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรและดินชื้นเริ่มโชยขึ้นมาแทนที่กลิ่นเค็มอับชื้นเดิม
ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยและความสงสัยของชาวบ้านที่แอบมองอยู่หลังรั้ว สองสามีภรรยาทำงานประสานกันอย่างรู้ใจ เฟยหรงคอยส่งน้ำและเช็ดเหงื่อให้สามีด้วยความอ่อนโยน ส่วนฉินอวี้ก็คอยปกป้องคุ้มครองทุกย่างก้าวไม่ให้ภรรยาต้องเหนื่อยล้าเกินพอดี บรรยากาศความรักและความมุ่งมั่นอบอวลไปทั่วไร่รกร้างแห่งนี้
กระทั่งยามเย็นเยือน แสงอาทิตย์สีส้มแดงสาดส่องลงมาทาบทับแปลงดินที่ถูกปรับปรุงใหม่จนเกิดประกายระยับราวกับเกล็ดเพชร
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารค่ำ–ซุปไก่ตุ๋นโสมป่าเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น พร้อมข้าวกล้องร้อนๆ ส่งกลิ่นเย้ายวนลอยอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านหลังเล็ก ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะนั่งลงรับประทานอาหารเพื่อฉลองวันแรกของการเริ่มต้นใหม่นั้นเอง...
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านอย่างรุนแรงและหยาบคายก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของ "หลินเฉิง" น้องชายต่างแม่ผู้จองหอง ที่พังประตูเข้ามาพร้อมกับอันธพาลประจำหมู่บ้านอีกสามคน สายตาโลภ The eyes of greed กวาดมองไปรอบแปลงดินที่เริ่มเปลี่ยนสี ก่อนจะจ้องเขม็งมาที่เฟยหรงด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"พี่รอง... ได้ข่าวว่าพวกเจ้ากำลังจะปลูกของมีค่าบนที่ดินเน่าๆ นี้รึ? ส่งสัญญาถือครองที่ดินมาให้ข้าตรวจดูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 3 "กลยุทธ์พลิกผืนดิน" ของคุณหนูเฟยหรงและสามีสุดคลั่งรักนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้•ตอนที่ 3
กลยุทธ์พลิกผืนดิน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!