กลิ่นอับชื้นของสีน้ำมันและสนิมเหล็กเคล้ากับความเงียบงัดยามเที่ยงคืนในแกลเลอรีส่วนตัว คือสิ่งที่รินรดาคุ้นเคยที่สุด... แต่ไม่ใช่ในคืนนี้
เสียงคลิกเบา ๆ จากลำโพงจิ๋วที่ซ่อนอยู่หลังผืนผ้าใบรูปกรงนกสีเลือด ดึงสติของเธอให้หลุดจากห้วงความคิด ปลายเล็บที่เปื้อนสีอะคริลิกจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองจนเจ็บแปลบ ไฟล์เสียงที่เธอบังเอิญกดเจอระหว่างเช็คระบบจัดแสดงงานศิลปะเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ไม่ใช่เสียงดนตรีทดลองอย่างที่ทีมงานอ้าง แต่มันคือเสียงหายใจหอบกระเส่า ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าที่จำฝังใจ—เสียงของพ่อเธอเอง บทสนทนาระหว่างคดีการเมืองที่ถูกปิดตายเมื่อสี่ปีก่อนกำลังดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในห้องนิทรรศการที่ปิดไฟมืดสนิท
"เล่นตลกอะไรกัน..." รินรดากัดฟันกรอด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความกลัวที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ใครกันที่กล้าเอาความลับของครอบครัวเธอมาทำเป็นงานศิลปะจัดวางอุบาทว์แบบนี้
*แกร็ก...*
เสียงพื้นไม้ลั่นเบา ๆ จากมุมมืดด้านหลังผนังปูนเปลือย ทำให้หัวใจของศิลปินสาวกระตุกวูบ รินรดากลั้นหายใจ มือข้างหนึ่งคว้ามีดคัตเตอร์ด้ามโปรดขึ้นมาสัญชาตญาณ แสร้งทำเป็นก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาบนผนังสีเทากลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คิด
พรึบ!
ร่างของเธอถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ศิลปะอย่างแรง พู่กันและหลอดสีร่วงกราวลงพื้นกระจายไม่เป็นท่า ก่อนที่มือใหญ่แข็งแรงข้างหนึ่งจะตะปบปิดปากเธอไว้แน่นจนส่งเสียงร้องได้เพียงอื้ออึงในลำคอ กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยแตะจมูก พร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ
"ถ้าไม่อยากตายคากองเลือดของตัวเอง ก็หุบปากซะ"
เสียงทุบต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูไม่ได้ทำให้รินรดากลัวจนตัวสั่นอย่างที่ควรจะเป็น แต่ความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาต่างหากที่ทำให้เธอตัดสินใจใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนข้างหลังสุดแรงเกิด!
"โอ๊ย! ยัยบ้าเอ๊ย มือหนักเป็นบ้า!"
ร่างสูงที่สบถออกมาด้วยความเจ็บปวดผละออกไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้รินรดาตวัดตัวกลับมาเผชิญหน้า พร้อมกับตวัดปลายคัตเตอร์ในมือจ่อเข้าที่ลำคอระหงของอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ลังเล แม้แสงไฟสลัวจากป้ายทางหนีไฟจะส่องมาไม่ชัดเจน แต่ดวงตาคู่คมดุที่จ้องมองกลับมาด้วยความโมโหจัดทำให้เธอจำได้แม่นยำ
ร้อยตำรวจเอกหญิง จันทร์เจ้า—ผู้หมวดสาวจอมเผด็จการที่คอยตามรังควานชีวิตเธอมาตลอดสัปดาห์นี้
"นี่คุณตามรังควานฉันไม่เลิกราหรือไงยะ หรือโรคจิตขั้นรุนแรงถึงชอบสะสะกดรอยตามคนอื่นในความมืด!" รินรดาแผดเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ดวงตาวาวโรจน์จ้องเขม็งไปยังตำรวจสาวที่กำลังยกมือขึ้นกุมสีข้างตัวเอง
จันทร์เจ้าสูดปากเข้าลึก ๆ ด้วยความเจ็บจากศอกเมื่อครู่ ก่อนจะปรายตามองปลายคัตเตอร์ที่จ่ออยู่ห่างจากหลอดลมของเธอไม่ถึงเซนติเมตร มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันแบบที่รินรดาเห็นแล้วอยากจะกรี๊ดใส่หน้าให้หูแตก
"ลดอาวุธลงแล้วใช้สมองคิดหน่อยสิคะ คุณศิลปินปากเก่ง... ถ้าฉันเป็นคนร้าย ฉันคงไม่มาช่วยดึงคุณให้พ้นจากวิถีกระสุนเมื่อกี้หรอกนะ" จันทร์เจ้าว่าด้วยน้ำเสียงเย็นชา เรียบสนิท แต่แววตากลับฉายแววระแวดระวังภัยรอบด้านอย่างชัดเจน
รินรดาชะงัก "วิถีกระสุนอะไร...?"
ยังไม่ทันที่จันทร์เจ้าจะได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เสียงกระจกด้านหน้าแกลเลอรีที่แตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหวก็ก้องกังวานขึ้น พร้อมกับรูกระสุนปริศนาที่เจาะทะลุกรอบรูปภาพตรงจุดที่รินรดายืนอยู่เมื่อสามวินาทีก่อนเป๊ะ!
จันทร์เจ้าไม่รอช้า มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของรินรดาแล้วออกแรงกระชากให้หมอบราบลงไปกับพื้นทันที น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาปกป้องทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่ม
"อยู่นิ่ง ๆ และหุบปากซะ... ไม่งั้นเราตายหะ—"
จันทร์เจ้ายังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังเร่งรีบเข้ามาใกล้ประตูหลังแกลเลอรีมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเงาตะคุ่มของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าห้องทำงาน
โรสแมรี่พิษขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความระทึกใจและเคมีชวนจิกหมอนในตอนนี้นะคะ
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 1
หลักฐานในแกลเลอรี
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!