สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ•ตอนที่ 22

ร่วมมือกันสู้

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่วางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเนื้อหนา ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ในยามวิกาล กลิ่นอายของกระดาษเก่าผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศราวกับประจุไฟฟ้าก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ อคินไม่ได้มองหน้าคนที่เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับจดจ่ออยู่กับภาพร่างโครงสร้างอาคารที่ถูกกางแผ่หลาอยู่เบื้องหน้า—ลายเส้นที่เขาทั้งคุ้นเคย เจ็บปวด และโหยหามาเนิ่นนาน "คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของนักวิจารณ์หนุ่มดังขึ้น ทำลายความเงียบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความเปราะบางของบรรยากาศ "การเอาชื่อเสียงและอนาคตในวิชาชีพมาเดิมพันกับโครงการที่บอร์ดบริหารจงใจปล่อยให้ล่มสมัน... มันไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือความโง่เขลาที่ไร้ราคา" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ภายใต้มาดนิ่งสงบฉายแววท้าทาย เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้อคินต้องหายใจสะดุด "ถ้าความถูกต้องมันไม่มีราคาค่างวดในสายตาของนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจอย่างคุณ... งั้นก็ปล่อยให้ฉันเป็นคนโง่ที่พยายามรักษาโครงกระดูกชิ้นสุดท้ายของสถาปัตยกรรมแท้จริงไว้เองเถอะครับ อ่อ... ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดความจริงแรงไปหน่อย" รินรดาจงใจใช้น้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขบขันที่เจือความร้าวราน เขายื่นมือออกไป นิ้วเรียวยาวแตะลงบนเส้นสายแปลนอาคารที่เธอยกร่างขึ้นมาใหม่ รอยนิ้วมือของเขากับเธอเกือบจะสัมผัสกันบนกระดาษแผ่นนั้น "คุณคิดว่าตัวเองกำลังสู้อยู่คนเดียวหรือไง" อคินเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างจริงจัง แววตาสีเข้มคู่นั้นไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาคมปลาบดังเดิม "ผมเกลียดคนอวดดี... แต่ผมเกลียดพวกที่ยอมจำนนต่อระบบเน่าเฟะพวกนั้นมากกว่า ถ้าเราจะพังโปรเจกต์นี้ทิ้งเพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้ถูกต้อง... เราต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ในฐานะผู้ช่วยกับนักวิจารณ์ แต่ในฐานะ 'สถาปนิก' ที่หลงทางทั้งคู่" คำว่า 'สถาปนิก' ที่หลุดออกมาจากปากของอคิน ทำให้รินรดาชะงักไป หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนเกือบจะหลุดออกมานอกอก ความลับที่เธอเพียรพยายามซ่อนเร้นภายใต้เงาของบริษัทอักษรย่อใหญ่โต บัดนี้กลับถูกเปิดโปงด้วยสายตาที่ทะลุปรุโปร่งของชายตรงหน้าเสียแล้ว เขาไม่ได้แค่สงสัย... เขารู้แน่ชัดมานานแล้ว "คุณรู้..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว "ผมรู้ตั้งแต่วันแรกที่คุณเขียนเส้นโค้งของบันไดหนีไฟนั่นแล้ว ไม่มีใครในบริษัทนั้นที่มีลายมือการคิดเชิงพื้นที่แบบคุณหรอก รินรดา" อคินโน้มตัวเข้าหาเธอระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ทีนี้... เราจะมาคุยกันอย่างจริงจังได้หรือยัง ว่าเราจะรื้อโครงสร้างบอร์ดบริหารชุดนี้อย่างไร" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการร่วมมืออันตราย อคินเริ่มกางเอกสารลับที่เขาแอบสืบสวนมาหลายเดือน—บัญชีรายชื่อการทุจริต การลดสเปกวัสดุก่อสร้างที่อาจนำไปสู่หายนะของโครงสร้างในอนาคต และเอกสารอนุมัติงบประมาณอันน่าเคลือบคลาย รินรดากวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดของสถาปัตยกรสาวประมวลผลข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ "พวกมันไม่ได้แค่อยากลดต้นทุน..." รินรดาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นตัวเลขบางอย่าง "แต่พวกมันจงใจออกแบบให้ตัวอาคารรับแรงเฉือนได้น้อยกว่ามาตรฐาน เพื่อที่พอสร้างเสร็จจะได้อ้างเหตุผลเรื่องภัยพิบัติ แล้วเคลมประกันมูลค่ามหาศาล!" "ถูกต้อง" อคินพยักหน้ารับ แววตาฉายประกายความมืดมน "ถ้าตึกนี้สร้างเสร็จตามแบบที่พวกมันแก้ มันจะกลายเป็นสุสานขนาดใหญ่กลางเมือง และพวกมันคือฆาตกรที่ใส่สูทผูกไท นั่งจิบไวน์ในห้องแอร์ นั่นคือเหตุผลว่าทำไม... เราถึงยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด" มือเรียวของรินรดากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว ความโกรธเกรี้ยวผสมผสานกับอุดมการณ์ที่ลุกโชนอยู่ในอก ทำให้เธอกล้าที่จะตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงาน เธอมองหน้าอคิน ชายผู้เคยเป็นปรปักษ์ตัวฉกาจ แต่ในวินาทีนี้ เขากลับเป็นพันธมิตรเพียงคนเดียวที่เธอพึ่งพาได้ "เราต้องเปลี่ยนแบบโครงสร้างใหม่ทั้งหมด" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "แทรกโครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอนสูงเข้าไปในแกนกลางของเสาหลัก โดยที่ข้างนอกยังดูเหมือนทำตามแบบเดิมทุกประการ พวกมันไม่มีทางรู้จนกว่าจะถึงขั้นตอนการตรวจสอบครั้งสุดท้าย... ซึ่งถึงตอนนั้น อำนาจการตัดสินใจจะตกอยู่ในมือของคณะกรรมการอิสระที่เราถือหางอยู่" อคินจ้องมองประกายตาที่มุ่งมั่นของหญิงสาว ความรู้สึกชื่นชมและเสน่หาลึกซึ้งพวยพุ่งขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้หญิงคนนี้ช่างงดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน งดงามเสียจนเขาอยากจะยอมจำนนต่อเงาของเธอไปตลอดกาล "แผนบ้าบิ่นมาก..." อคินมุมปากกระตุกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "แต่ผมชอบ... และผมจะช่วยคุณเคลียร์เส้นทางทางกฎหมายกับพวกสื่อมวลชนสายดาร์กที่ผมคุมอยู่ทั้งหมดเอง" ทั้งสองคนเริ่มลงมือทำงานร่วมกันอย่างเข้าขา เส้นแบ่งเขตระหว่างวิชาชีพเริ่มพร่าเลือนลง อคินทำหน้าที่วิเคราะห์จุดอ่อนทางกฎหมายและช่องโหว่ของสัญญา รินรดาจรดปลายปากกาแก้ไขแบบแปลนด้วยความเร็วและแม่นยำ ทุกครั้งที่มือของพวกเขาบังเอิญสัมผัสกันบนโต๊ะทำงาน ความร้อนผ่าวก็แล่นริ้วไปตามผิวสัมผัส ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตความรู้สึกให้ปั่นป่วน แต่นั่นก็ไม่อาจดึงความสนใจไปจากเป้าหมายตรงหน้าได้ เวลาล่วงเลยไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด เสียงฝนด้านนอกเริ่มโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างห้องทำงานดังซ่าๆ บรรยากาศภายในห้องเหลือเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเดียวที่สาดส่องลงบนกระดาษร่างนับร้อยแผ่นที่กองระเกะระระกะ รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงเพื่อพักสายตาชั่วครู่ อคินสังเกตเห็นความอิดโรยบนใบหน้าสวยนั้น เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาเงียบๆ ก่อนจะวางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงตรงหน้าเธอ "พักสักนิดเถอะครับ... คุณทำงานติดต่อกันมาห ชั่วโมงแล้วนะ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างประหลาด จนรินรดาต้องลืมตาขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ เธอมองหน้าเขา ชั่วขณะหนึ่ง ความกำกวมระหว่างความสัมพันธ์แบบคู่ค้าทางธุรกิจและความรู้สึกส่วนลึกที่ซ่อนเร้นก็เด่นชัดขึ้นมาในอากาศ รินรดาเงยหน้าสบตากับเขาในระยะประชิด หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคมคายคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของนักวิจารณ์ที่จ้องจะจับผิดอีกต่อไป... แต่มันคือสายตาของชายผู้กำลังตกหลุมรัก "คุณไม่ได้ช่วยฉันเพราะเรื่องงานใช่ไหม, อคิน" รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา รุกคืบด้วยคำถามที่ซ่อนความนัย อคินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด "ถ้าผมบอกว่า... ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเงาของคุณ..." อคินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ "คุณจะเชื่อไหมว่าผมไม่ได้ทำเพื่อความถูกต้องของวงการสถาปัตย์เลยสักนิด..." ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำตอบใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ขัดจังหวะบรรยากาศอันลึกซึ้งนั้นลงทันที *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่รินรดากลับไปตั้งสติยืนขึ้นเต็มความสูง ประตูห้องประชุมค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีเข้มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในความมืด ใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้นปรากฏรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "ขอโทษที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะครับ..." น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีแดงฉานที่ถูกโยนลงบนโต๊ะกลางกองแบบแปลน "แต่ดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณกำลังร่วมมือกันปกปิด... มันถูกส่งถึงมือตำรวจและอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%