“คุณกำลังสร้างอนุสาวรีย์ให้กับความโลภ หรือกำลังพยายามฝังศพจริยธรรมของตัวเองอยู่กันแน่ครับ รินรดา?”
น้ำเสียงของอคินราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่เพิ่งผ่านการล้างด้วยแอลกอฮอล์ เขาวางร่างพิมพ์เขียว ‘โครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง’ ลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ในห้องประชุมที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ครางหึ่ง ผังโครงการที่รินรดาภูมิใจนักหนาถูกกางแผ่อยู่ตรงหน้า มันคือความสวยงามที่ซ่อนเร้นด้วยบาดแผลของการขับไล่ชุมชนดั้งเดิม
รินรดาไม่หันไปมองหน้าเขา เธอจับปากกาคอแร้งแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว สายตาจับจ้องเพียงเส้นสายที่เธอวาดขึ้นด้วยความทะนุถนอม “ความสวยงามต้องแลกมาด้วยการเสียสละเสมอ คุณเองก็น่าจะรู้ดีกว่าใครนี่ครับ อคิน... การพัฒนาคือการทำลายเพื่อสร้างใหม่ คุณในฐานะนักวิจารณ์น่าจะเข้าใจสัจธรรมนี้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ”
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เขาโน้มตัวลงมาจนกลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ แตะจมูกของหญิงสาว “การทำลายเพื่อสร้างใหม่คืองานศิลปะ แต่การทำลายเพื่ออำนาจคืองานรับใช้... สถาปนิกที่ไร้เงาอย่างคุณ กำลังยอมให้บริษัทมืดดำครอบงำอุดมการณ์จนมิดเลยสินะ”
รินรดาวางปากกาลงแรงๆ จนเกิดเสียงดังสนั่น เธอหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบของเขา นัยน์ตาสีเข้มของเธอฉายแวววูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามแบบฉบับ “อุดมการณ์กินไม่ได้ครับ และโลกความจริงก็ไม่มีพื้นที่ให้คนโลกสวยอย่างคุณมาชี้นิ้วสั่งหรอก ถ้าผมไม่ทำ คนอื่นก็ทำ และถ้าคนอื่นทำ... พื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นแค่บล็อกปูนไร้วิญญาณ แต่สิ่งที่ผมออกแบบ มันยังมีลมหายใจให้ผู้คนได้ใช้ชีวิต”
“ลมหายใจบนซากปรักหักพังของชีวิตคนอื่นน่ะหรือครับ?” อคินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายที่คุกรุ่นด้วยโทสะ “คุณไม่ได้กำลังสร้างที่อยู่อาศัย คุณกำลังสร้างกรงขังที่ฉาบด้วยดีไซน์หรูหรา เพื่อล่อหลอกให้คนโง่เขลาเข้ามาติดกับดักทางชนชั้น”
บทสนทนาหยุดชะงักลง อุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดต่ำลงอย่างน่าประหลาด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของอคิน เธอเห็นความโกรธเกรี้ยว ความผิดหวัง และความเจ็บปวดที่เขาซ่อนไว้หลังหน้ากากนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ มันคือกระจกเงาที่สะท้อนถึงตัวเธอเองในวันที่เธอเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการนี้ด้วยหัวใจที่ใสสะอาด
“คุณเกลียดผมหรือครับ... ที่ผมเปลี่ยนไป” รินรดาถามเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งทระนงในน้ำเสียงลดหายไปเหลือเพียงความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
อคินชะงักไปครู่หนึ่ง มือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะบีบเข้าหากันแน่น ก่อนจะผ่อนคลายลงช้าๆ “ผมไม่ได้เกลียดคนอย่างคุณ รินรดา... ผมเกลียดที่คนที่มีพรสวรรค์ระดับเปลี่ยนโลกได้ กลับเลือกที่จะเป็นเพียงเครื่องมือของปีศาจ”
เขาเอื้อมมือไปแตะรอยพับบนพิมพ์เขียว ผิวสัมผัสของกระดาษเสียดสีกันเบาๆ “ถ้าคุณยังไม่เลิกทำลายวิญญาณของเมืองนี้ด้วยงานออกแบบพวกนี้... บทวิจารณ์ชิ้นต่อไปของผม จะไม่ใช่แค่เรื่องของสถาปัตยกรรม แต่มันจะเป็นการเปิดโปงทุกอย่างที่คุณพยายามปกปิดเอาไว้”
รินรดาเม้มริมฝีปาก เธอรู้ดีว่าอคินไม่ได้ขู่ เขามีหลักฐานบางอย่างอยู่ในมือ หลักฐานที่อาจจะทำให้เส้นทางอาชีพที่เธอสร้างมาด้วยน้ำตาพังทลายลงในชั่วข้ามคืน แต่ก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบ ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอย่างกะทันหัน
เลขานุการส่วนตัวของประธานบริษัทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง “คุณรินรดาครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคนปล่อยภาพร่างต้นแบบลับของโปรเจกต์นี้ลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมกับแนบหลักฐานการเวนคืนที่ดินที่ไม่ชอบธรรม... ตอนนี้คนทั้งวงการกำลังลุกเป็นไฟครับ!”
รินรดารีบลุกขึ้นคว้าแท็บเล็ตมาดู ทันทีที่ภาพบนหน้าจอปรากฏขึ้น หัวใจของเธอก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะข้อมูลที่หลุดออกไปเพียงอย่างเดียว แต่เพราะ ‘ลายเส้น’ ที่ปรากฏอยู่ในภาพนั้น... มันไม่ใช่ลายเส้นของเธอ แต่มันคือลายเส้นของคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่อุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน
เธอมองหน้าอคินที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของเขาไม่ได้มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย แต่กลับมีความเศร้าโศกซ่อนลึกอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น
“คุณทำแบบนี้ทำไม?” รินรดาถามเสียงสั่น “คุณรู้ใช่ไหมว่าลายเส้นนี้น่ะ... ใครเป็นคนวาด”
อคินขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความนัยที่ทำให้อากาศรอบกายรินรดาหนาวเย็นลงจนถึงกระดูก “ผมไม่ได้ทำ... แต่เจ้าของลายเส้นนี้ต่างหาก ที่กำลังกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เขาควรจะได้รับ... รวมถึงตัวคุณด้วย รินรดา”
เขาหันหลังเดินไปที่ประตู ก่อนจะหยุดลงตรงธรณีประตูแล้วเอ่ยทิ้งท้ายเบาๆ ราวกับกระซิบ “เตรียมตัวรับผลของการกระทำไว้ให้ดี เพราะสิ่งที่กำลังจะมาถึง... มันไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่มันคือการพิพากษา”
เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นไม้ห่างออกไปทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่กลางความว่างเปล่า ภาพร่างบนหน้าจอเริ่มเบลอพร่าด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา นี่ไม่ใช่เพียงแค่รอยร้าวในอุดมการณ์อีกต่อไป แต่มันคือรอยร้าวในชีวิตที่เธอกำลังจะถูกทำลายลงโดยเงาของอดีตที่เธอกลัวที่สุด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับรอยร้าวในจิตใจของตัวละครในบทนี้นะครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ•ตอนที่ 11
รอยร้าวในอุดมการณ์
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!