แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย เสียงนั้นดังทึบและหนักหน่วงพอจะเรียกสติให้ทุกคนในห้องประชุมใหญ่หันมามองเป็นตาเดียว ทว่าไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคน ในเมื่อหัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามคือ "ภาคภูมิ" รองประธานกรรมการบริหารผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้าน
รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังกองพิมพ์เขียวโครงสร้างอาคาร เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจกับเสียงกระแทกนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาสีนิลภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมยังคงมองตรงไปที่ชายวัยกลางคนผู้กำลังแสดงอำนาจด้วยใบหน้าเรียบเฉย มือเรียวบางใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่ภายนอกเธอกลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"คุณรินรดาครับ..." ภาคภูมิเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยันที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุภาพ "โครงการ 'Green Horizon' ที่คุณออกแบบโครงสร้างไว้อย่างละเอียดลออนี้... มันสวยงามตามอุดมคติที่คุณเพ้อฝันดีหรอกครับ แต่ในโลกธุรกิจจริง ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพวกนี้ มันกำลังกัดกินผลกำไรของบริษัทเราจนแทบไม่เหลืออะไรเลย"
"ถ้าเราลดสเปกวัสดุลงครึ่งหนึ่งตามที่คณะกรรมการบริหารเสนอ ต้นทุนจะลดลงสามสิบเปอร์เซ็นต์ทันที" ผู้บริหารอีกคนเสริมขึ้นมา พร้อมกับดันเอกสารข้อเสนอการแก้ไขแบบแปลนมาตรงหน้าเธอ
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองเอกสารแผ่นนั้น ภายในใจเธอกำลังเดือดดาลด้วยเพลิงแห่งอุดมการณ์ โครงการนี้ไม่ใช่แค่ตึกสูงระฟ้าทั่วไป แต่มันคือหัวใจและจิตวิญญาณของสถาปนิกที่ต้องการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช่กล่องคอนกรีตที่สูบพลังงานและทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างเลือดเย็น หากเธอยินยอมเซ็นชื่อแก้ไขแบบในวันนี้ เท่ากับเธอกำลังทำลายศรัทธาของตนเองด้วยมือของเธอเอง
"ฉันไม่เซ็นครับ... อ้อ หมายถึง ดิฉันไม่เซ็นค่ะ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดที่เกือบจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา รีบปรับน้ำเสียงให้กลับมานุ่มนวลราบเรียบตามบทบาท 'ผู้ช่วยสถาปนิก' ที่เธอสวมไว้ "เพราะวัสดุทุกชิ้นผ่านการคำนวณโครงสร้างอย่างรัดกุมแล้ว หากลดสเปกตามที่ท่านรองฯ เสนอ ความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวจะลดลงทันที และชื่อเสียงของบริษัทเราก็จะพังทลายลงในวันที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น"
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงทันที ภาคภูมิหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กฝึกงานหรือผู้ช่วยตำแหน่งกระจ้อยร่อยคนนี้ จะกล้าแข็งข้อกับอำนาจเบ็ดเสร็จของเขาต่อหน้าพนักงานนับสิบชีวิต
"คุณรินรดา... คุณเป็นแค่ผู้ช่วยสถาปนิกเงา ไม่ใช่เจ้าของโปรเจกต์ อย่าลืมสิครับว่าใครเป็นคนจ้างคุณมาทำงาน" ภาคภูมิโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาต่ำลงจนน่ากลัว "ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมเซ็นเอกสารฉบับนี้ภายในวันนี้ นอกจากคุณจะตกงานอย่างไร้ที่ยืนในวงการนี้แล้ว โครงการนี้ก็จะถูกรื้อถอนแบบแปลนใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีชื่อของคุณหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว... เลือกเอาครับ ว่าจะยอมรับความจริง หรือจะจมดิ่งไปกับอุดมคติโง่ๆ ของคุณ"
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้อง รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังเบาบางลง เธอถูกต้อนจนมุมอย่างสมบูรณ์แบบ อำนาจทุนนิยมกำลังจะบดขยี้ความถูกต้องจนแหลکสลายต่อหน้าต่อตา ทว่า ในวินาทีที่เธอเกือบจะจำนนต่อความจริงอันโหดร้าย ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและทรงภูมิที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏกายเสียอีก
อคิน ในชุดสูทสีชาคูลสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เดินน่องยาวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบกวาดมองทุกคนในห้องด้วยความเหยียดหยามเล็กน้อยราวกับพวกเขากำลังเล่นขายของกันอยู่
"ขออภัยที่เสียมารยาทนะครับ พอดีผมได้ยินเสียงสุนัขเห่าดังมาถึงล็อบบี้ชั้นล่าง นึกว่าเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เสียอีก" อคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟัง รอยยิ้มมุมปากของเขามีความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูก
ภาคภูมิหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเห็นแขกไม่速เชิญ "คุณอคิน... เข้ามาในนี้ได้อย่างไรครับ นี่เป็นห้องประชุมลับเฉพาะของคณะกรรมการบริหาร"
"ลับเฉพาะหรือครับ?" อคินเดินตรงไปยังเก้าอี้ว่างข้างๆ รินรดา แล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างถือวิสาสะ เขายื่นมือไปหยิบเอกสารข้อเสนอการลดสเปกวัสดุก่อสร้างขึ้นมาพลิดูผ่านๆ ด้วยท่าทีเบื่อหน่าย "ผมก็นึกว่าเป็นห้องประชุมเพื่อหาทางทำลายชื่อเสียงตัวเองเสียอีก ถึงได้กล้าออกคำสั่งให้ทำลายแบบแปลนที่แม้แต่สถาปนิกมือหนึ่งของประเทศยังต้องยอมจำนนต่อความงดงามของมัน"
รินรดากลั้นหายใจ เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เขามาทำอะไรที่นี่? และเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอกำลังเผชิญกับวิกฤตอะไรอยู่?
อคินวางเอกสารลงช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับภาคภูมิด้วยแววตานิ่งสนิทที่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องหลบตา "ท่านรองฯ ภาคภูมิครับ คุณคงไม่ทราบสินะครับว่า บทความวิจารณ์ชิ้นต่อไปของผม ผมตั้งใจจะเขียนเจาะลึกเกี่ยวกับความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่ชอบลดต้นทุนวัสดุก่อสร้างจนส่อเค้าทุจริต... ชื่อของคุณคงจะดูโดดเด่นมากทีเดียวบนหน้าหนึ่งของนิตยสารสถาปัตยกรรมระดับเอเชีย"
"คุณอคิน! คุณกำลังขู่ผมอย่างนั้นหรือ?" ภาคภูมิผุดลุกขึ้นยืน สีหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
"ผมไม่ได้ขู่ครับ ผมแค่วิจารณ์ล่วงหน้าตามความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราวน้ำแข็ง "และที่สำคัญที่สุด... แบบแปลนของโครงการ 'Green Horizon' นี้ มีลายเซ็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาของสถาปนิกที่ปรึกษาอิสระที่ทางเรากำลังร่วมงานอยู่ หากพวกคุณกล้าแตะต้องหรือแก้ไขเส้นสายแม้แต่มิลลิเมตรเดียวโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมเกรงว่าคดีความเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์และฟอกเงินอาจจะทำให้พวกคุณไม่ได้นอนไปอีกนานทีเดียวครับ"
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ภาคภูมิขบกรามแน่นจนสันนูน ดวงตาสอดส่ายมองอคินสลับกับรินรดาด้วยความเคียดแค้น แต่เขารู้ดีว่าอคินมีอิทธิพลมากแค่ไหนในวงการนี้ การมีเรื่องกับนักวิจารณ์มือหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลคนนี้เท่ากับการฆ่าตัวตายทางธุรกิจชัดๆ
"ฝากไว้ก่อนเถอะครับ..." ภาคภูมิเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดหน้าใส่พนักงานคนอื่น "เลิกประชุม!"
สิ้นคำสั่งนั้น คณะกรรมการบริหารต่างพากันทยอยเดินออกจากห้องด้วยความรีบร้อน ทิ้งให้รินรดานั่งอยู่กับอคินเพียงลำพังท่ามกลางกองเอกสารและพิมพ์เขียวที่เกลื่อนโต๊ะ
รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งโล่งอก หงุดหงิด และหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
"คุณมาทำไม?" เธอน้ำเสียงเรียบเย็น เอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้นก่อน
อคินหันมามองเธอ แววตาคมกริบนั้นฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่นแต่มันกลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
"ผมก็แค่มาทวงงานเขียนบทวิจารณ์ที่คุณติดผมไว้..." อคินโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความหมายลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องงาน "และ... มาปกป้องผลงานของสถาปนิกอัจฉริยะผู้ซ่อนเงา ที่ผมยังไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาทำลายมันเสียก่อนที่ผมจะกระชากหน้ากากเธอออกมาด้วยตัวเอง"
รินรดาชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ บนตัวเขาทำให้สติเธอกระเจิดกระเจิง
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียดและอบอวลด้วยแรงดึงดูดอันตรายนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินรดาก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า
เธอก้มลงมองหน้าจอตามสัญชาตญาณ และข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่ปรากฏอยู่บนนั้น ก็ทำให้เลือดในGายของเธอกลายเป็นน้ำแข็งไปชั่วขณะ
**"ยินดีด้วยที่คุณรอดตัวไปได้วันนี้... แต่คุณแน่ใจหรือครับ ว่าข้อมูลลับทั้งหมดของโปรเจกต์นี้ ยังอยู่ครบในเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท?"**
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข้อมูลลับที่เธอเก็บซ่อนไว้ในฐานข้อมูลเข้ารหัสกำลังถูกดาวน์โหลดออกไปจากระบบแบบเรียลไทม์ และต้นทางของสัญญาณนั้น... มาจากห้องทำงานส่วนตัวของท่านรองประธานภาคภูมิที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่นี้เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับที่ค่อยๆ คลี่คลายในบทนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ•ตอนที่ 10
คำสารภาพที่ไม่ได้พูด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!