กลิ่นอับชื้นของกระดาษไขและหมึกพิมพ์ราคาแพง คือกลิ่นเดียวในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบที่รินรดารู้สึกว่ามันซื่อสัตย์ที่สุดในรอบสามเดือนที่ผ่านมา
บนโต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีขนาดยักษ์ แผ่นแปลนสถาปัตยกรรมสามมิติถูกกางแผ่หลา แสงไฟจากสปอตไลท์เพดานส่องลงมากระทบเส้นสายดินสอและโมเดลจำลองอาคารสีขาวสะอาดตา มันคือผลงานชิ้นโบแดงของโปรเจกต์ 'The Horizon' คอนโดมิเนียมรักษ์โลกที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่หมายมั่นปั้นมือให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งปี แต่สิ่งที่น่าขันที่สุดในสายตาของเธอไม่ใช่ความอลังการของตัวตึก หากแต่เป็นชื่อที่ปรากฏอยู่มุมขวาล่างของกระดาษแผ่นนั้น... ชื่อของ "ธนา" สถาปนิกหัวหน้าทีมผู้ซึ่งไม่เคยจับไม้บรรทัดมานานนับปี
รินรดายืนกอดอกเงียบๆ อยู่ที่มุมห้อง ในฐานะ "ผู้ช่วย" ไร้ชื่อเสียง เธอนั่งลับฝีมืออยู่เบื้องหลังเงาของคนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วน งานทุกเส้น สายลมทุกองศาที่ถูกคำนวณเพื่อการประหยัดพลังงาน หรือแม้กระทั่งการจัดวางแสงธรรมชาติให้ลอดผ่านระเบียงอย่างแม่นยำ ล้วนมาจากมันสมองของเธอทั้งสิ้น แต่ในโลกทุนนิยมสีเทาแห่งนี้ นามบัตรของเธอกลับมีไว้เพื่อชงกาแฟและจัดตารางนัดหมายเท่านั้น
"ยอดเยี่ยมมากครับคุณธนา โครงสร้างกระจกโค้งรับลมธรรมชาติแบบนี้ สะท้อนรสนิยมความหรูหราที่ผสานกับธรรมชาติได้อย่างไร้ที่ติ สมกับเป็นมือหนึ่งของวงการจริงๆ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากหัวโต๊ะประชุม อคิน ก้าวเข้ามาในรัศมีแสงไฟด้วยชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบ นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะกวาดมองโมเดลตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก อคินคือชื่อที่สถาปนิกทุกคนทั้งเกรงกลัวและอยากเข้าหา เขาคือนักวิจารณ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมมือหนึ่ง ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายว่าผลงานชิ้นใดควรค่าแก่การประดับไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ หรือควรถูกเผาทิ้งในกองเพลิงแห่งความดาดดื่น
ธนารีบยิ้มรับคำชมอย่างหน้าชื่นตาบาน พร้อมกับเหลือบสายตามามองรินรดาด้วยความระแวงเล็กน้อย ซึ่งเธอก็ทำเพียงแค่เบือนหน้าหนีไปยังบานกระจกใสที่สะท้อนภาพเมืองเบื้องล่าง
"ขอบคุณครับคุณอคิน เราตั้งใจกันมาก เพื่อให้งานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด" ธนาเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ
อคินไม่ได้ตอบทันที เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณาโมเดลในมุมมองระดับสายตา นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับธนาโดยตรง แววตานั้นว่างเปล่าแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่
"แต่น่าแปลกนะครับ..." อคินลากเสียงยาว บรรยากาศในห้องประชุมพลันลดอุณหภูมิลงอย่างเฉียบพลัน "เส้นสายความโค้งของปีกอาคารด้านทิศตะวันตกนี้ มีความอ่อนช้อยและแม่นยำทางฟิสิกส์การไหลเวียนของอากาศในระดับที่... มืออาชีพที่ติดกับดักชื่อเสียงอย่างคุณธนา น่าจะหลงลืมไปนานแล้ว"
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ธนาหัวเราะแห้งๆ "เอ่อ... เรามีทีมงานเบื้องหลังที่แข็งแกร่งครับ"
"ทีมงานเบื้องหลัง?" อคินทวนคำ รอยยิ้มของเขาเหยียดยิ่งขึ้น "หรือความจริงแล้ว... งานชิ้นนี้ไม่ได้ถูกออกแบบโดยคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกกันแน่"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกคนในทีมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ธนาหน้าถอดสี รีบแก้ตัวเสียงสั่น "คุณอคินกำลังหมายความว่าอย่างไรครับ งานชิ้นนี้..."
"ผมหมายความว่า..." อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินช้าๆ ไปตามขอบโต๊ะ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากระดาษแปลนแผ่นเดิม ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่ธนา แต่กลับหันมาสบตากับรินรดาที่ยืนอยู่มุมห้องโดยตรง "งานชิ้นนี้ มีลายเซ็นจิตวิญญาณของใครบางคนที่เกลียดความฟุ้งเฟ้อ แต่กลับต้องจำยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออกทีละชั้น ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย สบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ว่าในใจจะเริ่มหวาดหวั่นต่อความแหลมคมของผู้ชายคนนี้
"คุณคงเข้าใจผิดแล้วครับคุณอคิน..." ธนาพยายามแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
แต่อคินยกมือขึ้นห้าม ปลายสายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่รินรดา รอยยิ้มที่มุมปากลึกขึ้นราวกับผู้ล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อเข้ามุม
"ผมไม่เคยเข้าใจผิดเรื่องงานศิลปะ และยิ่งไม่เคยพลาดเรื่องสถาปัตยกรรม" อคินโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ "โดยเฉพาะกับงานที่ซ่อน 'เง' ของใครบางคน... คนที่ผมตามหามาตลอดสามปีเต็ม"
รินรดากลั้นหายใจ เม้มริมฝีปากแน่น เธอกำมือเข้าหากันแน่นในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก ผู้ชายคนนี้รู้ได้อย่างไร หรือเขาเห็นร่องรอยอะไรในเส้นสายที่เธอจงใจซ่อนไว้
ก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรต่อ อคินก็ยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารลับที่วางอยู่ใต้กองแบบแปลนขึ้นมาเปิดดู แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายวาวโรจน์ราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่า เขาดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ชูขึ้นต่อหน้าทุกคน
"และบางที..." อคินกวาดสายตามองหน้าทุกคน ก่อนจะมาหยุดที่รินรดา พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกหนสันหลังวาบ "คุณผู้ช่วยคนเก่ง อาจจะช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับว่า... ทำไมรอยนิ้วมือบนกระดาษร่างต้นฉบับ ถึงมีชื่อย่อ 'R.R.' ที่ตรงกับสถาปนิกไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง ที่เพิ่งลาออกจากโปรเจกต์ใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อนกันแน่?"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดอักษรเหล่านี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ•ตอนที่ 1
ผลงานใต้ชื่อปลอม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!