"ถ้าคุณคิดว่าการจ้องหน้าฉันแล้วจะช่วยให้ยอดขายไตรมาสนี้พุ่งขึ้นได้เองล่ะก็... กรุณาคิดใหม่ค่ะ ท่านประธาน"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่เฉียบคมราคมมีดโกนของรินรดา ดังแทรกความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดี แววตาของหญิงสาวพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ไม่มีความหวาดหวั่นต่อรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคิรากรแม้แต่น้อย
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่สบตากันจนแทบละลายหายใจยังคงทิ้งไออุ่นระอุไว้ในอากาศ ทว่าคิรากรกลับเลือกที่จะดึงหน้ากากความดุดันกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตหัวใจที่เขาพยายามปิดตาย
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." คิรากรแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งมาที่เลขานุการตัวแสบ "เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์มินิมาร์ทอยู่ไหน ทำไมถึงยังไม่วางบนโต๊ะผม"
"อยู่บนสมองและสองมืออันขยันขันแข็งของดิฉันนี่แหละค่ะ แต่บังเอิญว่าสมองส่วนนั้นกำลังประมวลผลเรื่องความไม่มีเหตุผลของท่านประธานอยู่ เลยทำให้ล่าช้าไปนิดหน่อย" รินรดาตอบกลับทันควัน ไหล่บางไหวราวนึกสนุก เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีชายหนุ่มนั่งหน้าบึ้งตึงเป็นประธานอยู่หลังบัลลังก์เหล็กกล้า
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ผู้หญิงคนนี้ช่างหาญกล้าเกินไปแล้ว ใครๆ ในบริษัทต่างก็ก้มหัวตัวสั่นเวลาเขาตวัดสายตาใส่ แต่รินรดากลับทำตัวเหมือนแมวขู่ฟ่อที่พร้อมจะตะปบหน้าเขาได้ทุกเมื่อ แถมไอ้รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมานั่นอีก... มันช่างกวนประสาทจนเขาอยากจะจับมาตีสักทีสองทีให้เข็ด
แต่ทว่า... ในความดื้อรั้นและวาจาเชือดเฉือนเหล่านั้น กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตาเขาให้อยู่ที่เธอตลอดเวลาอย่างน่าประหลาด
"นี่คุณ!" คิรากรผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่ไกล ความกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความเข้มข้น "อย่ามาลามปามผมให้มากนักนะรินรดา อย่าลืมว่าผมเป็นเจ้านายคุณ"
"ทราบค่ะ ท่านประธานผู้แสนจะเผด็จการ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่จะเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขา หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวเป็นจังหวะกลองรัว แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มเย้าหยอกไว้ได้เป็นอย่างดี "แต่เจ้านายที่ดีควรจะรับฟังลูกน้อง ไม่ใช่เอาแต่ปั้นหน้ายักษ์ใส่ตั้งแต่เช้าแบบนี้นะคะ คนเขาจะหาว่าวัยทองก่อนวัยอันควรเอาได้"
"คุณ...!" คิรากรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน เขาอยากจะเอ่ยปากไล่เธอออกเสียให้พ้นๆ หน้า แต่แปลกเหลือเกิน... พอลองคิดว่าพรุ่งนี้ไม่มีผู้หญิงปากเก่งคนนี้มาคอยต่อปากต่อคำในห้องทำงาน หัวใจดวงนี้กลับรู้สึกโหวงเหวงอย่างไรชอบกล
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางสายตาที่ประสานกันนิ่ง คิรากรจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด ขอบตาคู่สวยที่ฉายแววรู้ทัน และรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอ มันไม่ใช่รอยยิ้มประจบสอพลอเหมือนที่เขาเคยพบเจอจากคนอื่นๆ แต่มันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา... รอยยิ้มที่ท้าทายหัวใจที่ด้านชาของเขาให้กลับมาเต้นอีกครั้ง
พลัน มุมปากหยักลึกของคิรากรก็กระตุกขึ้นวูบหนึ่ง... เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของความรู้สึกโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว รอยยิ้มแรกที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาครองตำแหน่งประธานบริหารบริษัทแห่งนี้มา
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นภาพนั้น ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก กำลังแย้มยิ้ม... และรอยยิ้มนั้นมันช่างทรงพลังเสียจนทำเอาสติของเธอหลุดลอยไปชั่วขณะ ความหล่อเหลาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุดันบัดนี้ปรากฏเด่นชัดจนหัวใจดقاتรัวแรงยิ่งกว่ากลองเพล
"ย... ยิ้มอะไรคะ?" รินรดาเผลอหลุดเสียงตะกุกตะกักออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงาน ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อเจอสายตาวิบวับที่ทอดมองมาอย่างมีความหมายของชายหนุ่ม
"เปล่า..." คิรากรตอบเสียงนุ่มทุ้ม ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดขอบโต๊ะทำงาน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง "แค่คิดว่า... บางทีการมีเลขาปากจัดอย่างคุณ มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนที่เสียงหวานแหลมจะเอמהทักทายเสียงดังลั่นห้อง
"คีย์คะ! รินอยู่นี่เอง ดีจังที่แวะมาหา..."
รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวถอยหลังออกมาจากอ้อมแขนที่เกือบจะปิดล้อมของคิรากรทันที ขณะที่คิรากรหุบยิ้มฉับพลัน ใบหน้ากลับมาบึ้งตึงเย็นชาดุจเดิมยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ
และในวินาทีที่รินรดาลอบมองใบหน้าบึ้งตึงของคิรากรสลับกับผู้หญิงคนใหม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประตูแห่งความลับและปมปัญหาใหม่ก็ถูกเปิดผ้าม่านออกอย่างไม่ทันตั้งตัว... เมื่อเธอดันเหลือบไปเห็นสายตาที่ผู้หญิงคนนั้นใช้มองเธอ มันเต็มไปด้วยความริษยาและประกายความอาฆาตมาดร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มหวานหยด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 32
รอยยิ้มแรกที่เห็นได้ยาก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!