"ถ้าคุณคิดจะเอาเรื่องเมื่อครู่ไปป่าวประกาศให้คนทั้งบริษัทฟังล่ะก็ บอกไว้ก่อนเลยว่าตำแหน่งเลขานุการของคุณจะสั้นยิ่งกว่าอายุแมลงชีปะขาวเสียอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจกดให้ต่ำลงจนน่าฟัง ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวทันทีที่ประตูบานหรูถูกปิดล็อกลง คิรากรไม่ได้ถอยห่างจากรินรดายาวนานอย่างที่ควรจะเป็น ประธานหนุ่มยังคงยืนค้ำร่างสูงโปร่งของเธอไว้กับบานประตูไม้เนื้อดี แว่นสายตาไร้กรอบที่มักจะเสริมลุคให้ดูเย็นชาถูกผลักขึ้นเบาๆ ด้วยปลายนิ้วเรียว ทว่าดวงตาคมกริบหลังเลนส์นั้นกลับฉายแววพยศและระแวดระวังราวกับแมวป่าที่กำลังจนมุม
รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอยังคงรักษารอยยิ้มพริ้มเพราไว้ที่มุมปากอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า มือเรียวบางยกขึ้นกอดอกหลวมๆ มองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปดของเจ้านายหนุ่มด้วยความรู้สึกขบขันระคนหมั่นไส้
"อุ๊ย ประธานคีย์กำลังร้อนตัวอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย" รินรดาเอ่ยเสียงใส ลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วประสานงาน "รินยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะคะ แค่บังเอิญ... ต้องใช้คำว่าบังเอิญสินะคะ ถึงจะถูก บังเอิญเดินมาเห็นฉากเลิฟซีนระดับพรีเมียมเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจต่างหาก"
"รินรดา!" คิรากรกัดกรามกรอดจนสันกรามคมชัดขึ้นมาทันตาเห็น ความขาวสะอาดบนใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเจือสีเรื่อจางๆ ด้วยความเคืองโกรธที่ปะปนอยู่กับความอับอายเล็กๆ "อย่ามาทำปากดีใส่ผมนะ คุณเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นวันแรก ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติรับคุณเข้าทำงาน"
"จำได้แม่นเลยค่ะ พระคุณของท่านประธานล้นเกล้าล้นกระหม่อมมากค่ะ" รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายไร้ความเกรงกลัว "แต่ก็นั่นแหละค่ะท่านประธาน ในเมื่อรินกุมความลับระดับชาติ... เอ่อ หรือจะเรียกว่าความลับระดับซอกตึกดีคะ? ไว้ในมือแบบนี้ มันก็ต้องมีค่าเหนื่อยในการปิดปากกันหน่อยไหมคะ"
คิรากรหรี่ตาลงมองเลขาป้ายแดงที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนเพิ่งเริ่มงานวันแรก เธอไม่มีอาการประหม่า ลนลาน หรือหวาดกลัวอำนาจมืดของเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน รินรดากลับยืนยิ้มแป้นแล้นรอจังหวะฟันกำไรจากสถานการณ์คับขันของเขาเสียด้วยซ้ำ
บอสหนุ่มพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาทางจมูกอย่างขัดใจ เขายอมถอยหลังกลับไปตั้งหลักที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีที่พยายามดึงอำนาจและความเย่อหยิ่งกลับคืนมา แต่ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดนั้นกลับทรยศความนิ่งขรึมของเขาจนหมดสิ้น
"คุณต้องการอะไรว่ามา" คิรากรตัดบทเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง "อยากได้โบนัสล่วงหน้า? หรือต้องการวันหยุดเพิ่ม? เชิญพูดมาให้จบ แล้วก็ไสหัวออกไปเคลียร์กองเอกสารบนโต๊ะคุณได้แล้ว"
รินรดาส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนเรียวปากสีพีช เธอเดินนิ่มๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาคู่คมกวาดมองเอกสารกองโตบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของประธานหนุ่มซึนเดระที่กำลังนั่งกอดอกทำหน้ายักษ์ใส่เธอ
"โบนัสอะไรนั่นรินไม่สนใจหรอกค่ะ เงินเดือนที่บริษัทจ่ายให้ก็คุ้มค่ากับความอดทนในการรับมือกับบอนปากร้ายอย่างคุณแล้วล่ะค่ะ" รินรดาแกล้งเอ่ยแซวเบาๆ จนคนฟังทำหน้าเหวอ "สิ่งที่รินต้องการในตอนนี้... ไม่ใช่เงินค่ะ แต่เป็น 'ที่พัก' ต่างหาก"
คิรากรเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความฉงน "ที่พัก? คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่บริษัทจัดเตรียมไว้ให้เลขาผู้บริหารยังไม่ถูกใจคุณอีกหรือไง หรือรสนิยมสูงจนต้องให้ผมหาบ้านเดี่ยวพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวให้?"
"ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ" รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาซุกซนเมื่อครู่เจือความกังวลระคนเหนื่อยล้าลงไปวูบหนึ่ง "คอนโดที่บริษัทจัดให้มันดีเกินไปค่ะคุณคีย์ แต่ปัญหาคือ... มันไกลจากบ้านคุณแม่ของรินเกินไป ท่านเพิ่งผ่าตัดใหญ่ รินจำเป็นต้องแวะไปดูอาการท่านทุกเช้าและดึก แต่ถ้าให้เดินทางไป-กลับจากคอนโดนั้นมาที่บริษัทแล้วแวะไปหาคุณแม่ด้วย รินคงได้ร่างสลายคาพวงมาลัยรถยนต์แน่ๆ ค่ะ"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม" คิรากรสวนกลับทันที น้ำเสียงแข็งกระด้างแต่แววตากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเรื่องอาการป่วยของคุณแม่เธอ "เรื่องปัญหาส่วนตัวของคุณ คุณต้องจัดการเอง ไม่ใช่มาโยนภาระให้บริษัท... หรือมาต่อรองกับผมแบบนี้"
"เกี่ยวสิคะ เพราะคอนโดส่วนตัวของคุณ... ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและห่างจากโรงพยาบาลที่คุณแม่รินพักรักษาตัวอยู่แค่ห้านาที มันดันเป็นเป้าหมายที่รินหมายตาไว้ต่างหากล่ะคะ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดน้อยลง "รินรู้มาว่าคุณคีย์ซื้อคอนโดหรูห้องนั้นไว้ แต่แทบไม่เคยไปนอนเลยเพราะมัวแต่ทำงานจนรากงอกอยู่ที่เพนเฮาส์บริษัท... ให้รินเช่าช่วงต่อ หรือไม่ก็ย้ายเข้าไปอยู่ฟรีๆ เพื่อแลกกับการเป็นเลขาและคนดูแลส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ดีไหมคะ?"
"คุณจะบ้าหรือไง!" คิรากรดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปครูดกับพื้นห้องเสียงดังลั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนเหลือเชื่อ "ให้คุณย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดส่วนตัวของผมเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ! นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของผม ห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด!"
"อุ๊ย เสียงดังทำไมคะ กลัวคนอื่นรู้หรือไงว่าประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังจะเสียท่าให้เลขาหน้าใหม่" รินรดาลุกขึ้นยืนบ้าง เธอยืดตัวตรงสู้สายตาที่ดุดันของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คิดดูให้ดีนะคะคุณคีย์ การมีคนดูแลส่วนตัวที่คอยจัดแจงตารางชีวิต เสิร์ฟกาแฟ ปรุงอาหารคลีนๆ ให้กินตรงเวลาแถมยังช่วยสกรีนผู้หญิงแปลกหน้าที่จะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงเนี่ย มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีกนะคะ"
คิรากรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาเกือบจะเสียฟอร์มให้ผู้หญิงน่ารำคาญคนอื่นแล่นเข้ามาในหัว ทำให้เขาตระหนักได้ว่า... ข้อเสนอของรินรดามันไม่ได้แย่เสียทีเดียว อย่างน้อย ยัยเลขาปากเก่งคนนี้ก็มีความสามารถในการไล่ตะردคนน่ารำคาญออกไปได้อย่างแนบเนียนโดยที่เขาไม่ต้องออกแรงเอง
"นี่คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาต่อรองเงื่อนไขบ้าๆ แบบนี้กับผม" คิรากรเค้นเสียงถาม ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาโดยอัตโนมัติ กดดันให้เธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ถ้าผมบอกว่าไม่... คุณจะทำอะไรผมได้"
รินรดาไม่ถอยหนี เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นสบตาคมกริบของประธานหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะกันอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ไม่มีความเลิกลัก มีเพียงรอยยิ้มท้าทายที่จุดประกายความเร่าร้อนในบรรยากาศระหว่างกัน
"ถ้าคุณไม่ยอม... รินก็แค่เดินออกไปประกาศให้พนักงานทั้งแผนกการตลาดและการเงินฟัง ว่าท่านประธานสุดหล่อผู้แสนเย็นชา กำลังซุ่มจูบกับดาราสาวชื่อดังในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อกี้ยังไงล่ะคะ" รินรดากระซิบเสียงเบาหวิวริมฝีปาก ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "รับรองว่าข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าแซ่บสะใจแน่นอนค่ะ"
"คุณกล้ามากนะ รินรดา!" คิรากรคำรามลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้หลวมๆ ไม่ให้เธอขยับหนี ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงต่ำจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้หัวใจของประธานหนุ่มเต้นรัวผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
"รินเป็นคนจริงใจเสมอค่ะท่านประธาน" เธอตอบสวนกลับทันควัน นัยน์ตาส่อแววพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนปากแข็ง "ว่าไงคะ? จะเซ็นสัญญา 'ดีลลับ' นี้ หรือจะให้รินเดินออกไปประกาศก้องโลกดีล่ะคะ?"
คิรากรจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเจื้อยแจ้วไม่หยุดด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ลึกๆ แล้วเขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำยอมตกหลุมพรางที่เลขาตัวแสบขุดดักไว้ แต่วิสัยของคิรากรมีหรือจะยอมจำนนโดยง่าย
"ก็ได้..." ประธานหนุ่มกดเสียงต่ำลง ทว่านัยน์ตาคมกริบกลับพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่รินรดาไม่ทันได้สังเกตเห็น "ในเมื่อคุณอยากดูแลผมนัก... ผมก็จะจัดให้ตามคำขอ"
คิรากรใช้มืออีกข้างคว้ากระดาษบันทึกข้อความใกล้มือ พร้อมกับดึงปากกาหมึกซึมราคาแพงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงก็โน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"แต่จำไว้นะ... การก้าวเข้ามาในชีวิตผมในฐานะคนดูแลส่วนตัว มันไม่ได้มีแค่เรื่องงานหรอกนะรินรดา..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามความหมาย ประตูห้องทำงานบานหรูก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานใสของบุคคลที่สามที่ดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุ
"พี่คีย์ขา! แนนซี่ลืม... อุ๊ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและความแสบสันต์ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 2
ดีลลับแลกที่พัก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!