แก้วคริสตัลทรงเตี้ยในมือของรินรดาถูกกระดกจนหยดสุดท้าย วอดก้าผสมโทนิคราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ตรงหน้ากลืนง่ายขึ้นเลยสักนิด ในเมื่อบุคคลที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าคือ ‘พิมพ์พิศา’ ดาราสาวแถวหน้าผู้ทรงอิทธิพลบนหน้าฟีดข่าว และ ‘ภาคิน’ อดีตคู่หมั้นหนุ่มไฮโซที่หอบผ้าหอบผ่อนหนีหายไปจากชีวิตของคิรากรเมื่อปีก่อน ทิ้งรอยแผลเป็นและความชาเย็นไว้ในใจท่านประธานหนุ่มผู้แสนจะหยิ่งทะนง
บรรยากาศรอบตัวรัศมีคุกรุ่นเสียจนคนมองยังรู้สึกร้อนแทน คิรากรยืนนิ่งเป็นหินทึบ กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ใบหน้าหล่อเหลาตึงเปรี๊ยะราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่พร้อมจะแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ ดวองตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาแบบไม่คิดจะปิดบัง
"บังเอิญจังเลยนะคะคีย์ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่... แล้วนี่พาใครมาด้วยเหรอคะ หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเลขาคนใหม่ของคุณเลยนี่นา" พิมพ์พิศายิ้มหวานหยด ย้อมเสียงให้ดูอ่อนหวานทว่าจงใจจิกกัดสายตามาที่ร่างเพรียวของรินรดาอย่างเปิดเผย
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอยังมีสติพอที่จะไม่สติหลุดกลางงานสังคม แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่กระแทกเข้ากระเพาะไปติดต่อกันหลายแก้วเมื่อครู่เริ่มออกฤทธิ์ประท้วง ร่างกายร้อนวูบวาบ หัวสมองเริ่มเบาหวิว มือบางวางแก้วเปล่าลงบนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยแรงที่หนักกว่าปกติเล็กน้อย
"บังเอิญโลกกลม หรือจงใจเดินเข้ามาหาเรื่องสนุกทำกันแน่คะคุณพิศา" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก รอยยิ้มมุมปากของเลขาตัวแสบไม่ได้มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เกรงว่าท่านประธานของดิฉันคงไม่ว่างมาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญหรอกค่ะ เชิญทางอื่นเถอะค่ะ"
"อุ๊ย! ปากเก่งใช้ได้เลยนี่สมคำร่ำลือ" ภาคินที่ยืนเงียบมานานโพล่งขึ้นบ้าง นัยน์ตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์มองสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาคิรากรต้องก้าวเท้าขยับเข้ามาขวางกั้นระหว่างร่างบางกับอดีตคู่หมั้นของตนไว้ทันที
"ถอยไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของคิรากรเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "อย่าเอาสายตาเน่าๆ ของนายมามองคนของฉัน และอย่าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีก ไสหัวไปซะ!"
คำประกาศกร้าวว่า 'คนของฉัน' ทำเอารินรดาที่กำลังมึนหัวอยู่ถึงกับชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ถึงจะรู้ว่าบอสจอมซึนอาจจะแค่พูดปกป้องศักดิ์ศรีในฐานะเจ้านาย แต่ไอ้ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มมันไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างเดียวแน่ๆ
พิมพ์พิศาหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อเจอวาจาเฉียบขาดไล่ตะردแบบไม่ไว้หน้า ก่อนจะดึงสีหน้ากลับมาแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน "ใจร้ายจังเลยนะคะคีย์ เราแค่ทักทายกันเอง... งั้นก็ตามสบายเถอะค่ะ หวังว่าเลขาคนใหม่คนนี้จะ ‘ทนทาน’ กว่าคนก่อนๆ นะคะ"
ว่าแล้วทั้งคู่ก็ยอมเดินเลี่ยงหายไปในฝูงชน ทิ้งให้ความอึดอัดระลอกใหญ่โถมเข้าใส่คนทั้งคู่
รินรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันกลับไปคว้าแก้วใหม่มาเทเครื่องดื่มอีกครั้ง แต่มือเรียวกลับสั่นเทาเล็กน้อย ความมึนปร่าแผ่ซ่านขึ้นสมองจนโลกเริ่มเอียงวับ
"พอได้แล้วริน" เสียงดุๆ ของคิรากรดังขึ้น พร้อมกับมือหนาที่ยื่นมาฉวยแก้วในมือเธอออกไปวางไกลเกินเอื้อม "เธอซัดเข้าไปกี่แก้วแล้วเนี่ย หัดดูสภาพตัวเองซะบ้าง"
"ยุ่งน่า..." รินรดาหันขวับไปค้อนใส่บอสหนุ่ม ตาคู่สวยฉ่ำน้ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องมองเขาเขม็ง ปากบางยื่นออกมาอย่างขัดใจ "ฉันจะดื่มมันเรื่องของฉัน บอสมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง... โอ๊ย!"
ร่างเพรียวเซถลาเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์เต็มพิกัด ขາเรียวที่เคยยืนหยัดมั่นคงกลับอ่อนยวบยาบราวกับไม่มีกระดูก คิรากรไวกว่าแสง ร่างสูงพุ่งเข้าคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มพับลงไปฟาดพื้น ท่อนแขนแข็งแรงรวบเอวคอดกิ่วเข้ามาชิดแนบอกแกร่ง ปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเธอ
ใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นรัวระรัวในความเงียบย่อมๆ ของมุมบาร์
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของคิรากรที่ก้มมองลงมาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกันจนสติที่กระเจิดกระเจิงอยู่แล้วยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่
"ไหนบอกว่าเก่งนักไง ไหงตอนนี้ทำท่าจะละลายคากอดฉันอยู่แล้วล่ะ" คิรากรกระซิบเสียงพร่า แววตาที่ปกติมักจะซ่อนความเย็นชาและความปากร้ายเอาไว้ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะยังคงหยิกแกมหยอกก็ตาม
รินรดากะพริบตาปริบๆ มองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้เสียจนนับขนตาได้ ความอัดอั้นตันใจที่เก็บซ่อนมาตลอดหลายวันประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้ความยับยั้งชั่งใจพังทลายลงในพริบตา ทำให้คนเมาตัดสินใจทำเรื่องที่บ้าที่สุดในชีวิต
นิ้วเรียวยื่นไปแตะที่ปลายคางคมของชายหนุ่ม บังคับให้เขาต้องก้มลงมารับฟังคำสารภาพที่เธอกลั้นใจมานาน
"นี่... บอสคะ" เสียงหวานติดจะยานคางนิดๆ แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้คิรากรสะดุ้ง "รู้ตัวไหม... ว่าบอสเนี่ยมัน... ปากเสียชะมัดเลย... ชอบทำเป็นดุ ชอบทำเป็นหวง... แต่รู้ไหมคะว่า... ที่ฉันยอมทนโดนด่าทุกวันเนี่ย..."
คิรากรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก ร่างสูงแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวเหลือเกินว่าถ้าขยับตัว ภาพฝันตรงนี้จะสลายหายไป
"เพราะฉัน... ชอบบอสต่างหากเล่า... ไอ้คนซึนบ้าเอ๊ย!"
รินรดาพึมพำประโยคสุดท้ายเบาหวิว ก่อนที่เปลือกตาคู่สวยจะค่อยๆ ปิดลง ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดซบลงกับอกแกร่งของประธานหนุ่มผู้ยืนค้างเติ่งราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางวันแสกๆ
คิรากรเบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำสารภาพที่เพิ่งลอยเข้าหูซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกอุ่นวาบพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอกจนขอบตาร้อนผ่าว รอยยิ้มที่หาดูได้ยากระ极กขึ้นบนมุมปากหยักอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนากระชับกอดร่างนิ่มในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น พลางก้มลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของคนเมาหลับใหล
"รู้ตัวช้าไปหน่อยนะ... ยัยตัวแสบ"
ทว่า... ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะอุ้มร่างบางขึ้นเพื่อพาออกจากสถานที่วุ่นวายนี้เพื่อกลับคอนโด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเขม모รงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระลอกใหม่
"อุ๊ย... ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันหรือเปล่าครับเนี่ย ท่านประธานคีย์"
คิรากรตวัดสายตาดุดันหันกลับไปมอง บุคคลที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ไม่ไกลกำลังส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ และคนๆ นั้น... คือพี่ชายต่างแม่ที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุดในโลก ผู้กุมความลับและแผนการบางอย่างที่กำลังจะสั่นคลอนทุกอย่างในบริษัท!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันนะคะ ขอตัวไปจัดการคนแอบสารภาพรักก่อน เดี๋ยวตอนหน้ามีเคลียร์ยาวแน่นอนค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 8
เมาแล้วหลุดปาก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!