"ต่อให้มันเอาโฉนดไปค้ำประกันกับยมทูต ฉันก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาฮุบผืนดินที่พ่อกับแม่ฉันเอาชีวิตเข้าแลกเด็ดขาด!"
เสียงกระแทกกระดาษแผ่นบางบนโต๊ะไม้สักเก่าครึ้มดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศในห้องทำงานที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด เหมยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับกวางป่าที่จนมุมแต่พร้อมจะสู้ตาย เธอจ้องมองภาพถ่ายสำเนาโฉนดที่ดินแปลงวิกฤต ซึ่งถูกประทับตราชื่อของ 'กลุ่มทุนอิทธิพลตระกูลสิงหราช' อย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำไร่ทำสวนธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือสงครามแย่งชิงแผ่นดินทำกินที่ลุงชวนตัวแสบแอบไปทำลับหลัง โดยมีเบื้องหลังเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นคอยชักใยอยู่
กวินซึ่งยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังเงียบมาตลอด ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางอย่างมั่นคง ฝ่ามือหนากรำแดดและผ่านการจับอาวุธมาโชกโชนเอื้อมแตะลงบนไหล่บอบบางเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนที่ถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความโกรธของเหมยค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด
"อย่าเพิ่งใช้อารมณ์นำทาง เหมย" น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจและความมั่นใจดังขึ้นข้างหู กวินไม่ได้เอ่ยปลอบโยนด้วยคำหวานเลี่ยน แต่แววตาคมกริบที่มองเหมยนั้นเต็มไปด้วยความปกป้องคุ้มครองอย่างสุดหัวใจ "ในเมื่อพวกมันเล่นนอกเกม เราก็มีวิธีจัดการในแบบของเรา โฉนดผืนนี้ยังไม่หลุดมือไปไหนจนกว่าลายเซ็นในเอกสารโอนกรรมสิทธิ์จะสมบูรณ์ และจำไว้... ตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครหน้าไหนเอาแผ่นดินนี้ไปจากเธอได้ทั้งนั้น"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับภูเขาผาของชายหนุ่ม ทำให้เหมยต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมคายคู่นั้น ที่มักจะแสดงความเย็นชาใส่คนภายนอกเสมอ แต่กลับมีประกายความอ่อนโยนและห่วงใยฉายชัดเจนยามที่มองมาที่เธอคนเดียว
หัวใจดวงน้อยที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้ดิ้นรนในเมืองกรุง และต้องมาเผชิญหน้ากับญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อในชนบท กลับไหววูบอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมานานนับตั้งแต่สูญเสียพ่อแม่ กำลังถูกเติมเต็มทีละน้อยโดยผู้ชายมาดเข้มคนนี้
กวินถอนสายตาจากเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกาต้มน้ำดินเผาบนเตาถ่านที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรพื้นบ้านขึ้นมา เขาจัดการรินน้ำชาอุ่นๆ ลงในถ้วยเซรามิกใบเล็กอย่างเบามือ แล้วเลื่อนมาตรงหน้าหญิงสาว
"ดื่มเสียหน่อย หน้าซีดหมดแล้ว" เขากล่าวเสียงนุ่ม พร้อมกับหยิบผ้าขนับผืนเล็กที่ชุบน้ำอุ่นหมาดๆ ยื่นให้เธอซับหน้าซับตา "เรื่องลุงชวนกับกลุ่มทุนนั่น ฉันส่งคนไปเช็คข่าวตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว พวกมันกำลังเล่นตลกปั่นราคาเพื่อกดดันให้เธอยอมจำนนทางกฎหมาย แต่ช่องโหว่ในเอกสารชุดนี้ยังมีอยู่... ฉันไม่ปล่อยให้เธอต้องสู้คนเดียวหรอก เหมย"
เหมยรับผ้าอุ่นมาถือไว้ ปลายนิ้วของเธอเผลอสัมผัสโดนปลายนิ้วด้านหนาของชายหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสไฟอ่อนๆ วาบผ่านผิวจนเธอต้องรีบชักมือกลับ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ทว่าแววตากลับหลบซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมตามนิสัย
"ฉันไม่ได้กลัวพวกมันหรอกค่ะผู้กอง... แค่รู้สึกเจ็บใจที่คนในสายเลือดเดียวกันยอมขายวิญญาณให้ซาตานเพื่อแลกกับเศษเงิน" เหมยถอนหายใจยาว พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ ความอุ่นร้อนของชาสมุนไพรช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในสมองลงได้มาก "แต่แปลกนะคะ... ทุกครั้งที่ฉันมีเรื่องเดือดร้อนจนแทบจะรับไม่ไหว คุณก็มักจะก้าวเข้ามาถูกจังหวะทุกที เหมือนมีเรดาร์ตรวจจับความซวยของฉันได้ยังไงอย่างนั้น"
กวินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าคมสัน "เรดาร์อะไรกัน ฉันก็แค่อยู่ใกล้ๆ เธอก็เท่านั้น... อีกอย่าง หน้าที่ของฉันคือการดูแลความปลอดภัยในไร่นี้ และเหมย ก็คือหัวใจสำคัญที่สุดของไร่"
คำพูดกำกวมแต่ทรงพลังทำเอาเหมยสำลักน้ำชาเบาๆ เธอกลอกตาใส่ชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ระคนเขินอาย "ผู้กองคะ! หัดพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย เสียภาพลักษณ์ทหารหน่วยรบพิเศษหมด"
"กับคนอื่นฉันไม่พูดหรอก" กวินตอบหน้าตาย น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าหมั่นไส้ "พูดเฉพาะกับคนที่อยากให้ฟังเท่านั้น"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอบอุ่นหัวใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะพูดคุยถึงแผนการขั้นต่อไปในการตลบหลังลุงชวนและกลุ่มทุนเจ้าปัญหา เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นรัวเร็วขัดจังหวะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เหมยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาหาถึงเรือนพักยามวิกาลเช่นนี้ กวินส่งสัญญาณมือให้เหมยถอยไปอยู่ด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้าไปประชิดบานประตูไม้ด้วยท่าทีระแวดระวัง ก่อนจะกระชากเปิดออกอย่างรวดเร็ว
ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตู กลับไม่ใช่ลุงชวนหรือลูกน้องกลุ่มทุนอย่างที่คาดคิด
ร่างของหญิงสาวในชุดหรูหราทันสมัย ตัดกับบรรยากาศบ้านสวนชนบทอย่างสิ้นเชิง ยืนหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวราวกับเพิ่งเจอผีสาง และสิ่งแรกที่เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก็ทำให้ทั้งเหมยและกวินต้องช็อกค้างจนพูดไม่ออก
"คุณเหมย... ช่วยด้วยค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... แม่ของคุณ... เอ่อ... ไม่สิ... คนที่อ้างว่าเป็นแม่เลี้ยงของคุณ ถูกฆ่าตายอยู่ในกระท่อมท้ายไร่!"
สิ้นเสียงคำประกาศราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เอกสารโฉนดที่ดินในมือของเหมยก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น พร้อมๆ กับความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ...
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
— *กระท่อมไผ่ริมธาร* ละเมียดละไมร้อยเรียงเรื่องราวด้วยหัวใจค่ะ
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 15
ทหารหนุ่มกับมุมอ่อนโยน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!