"ถ้าคิดจะเอาที่ดินแปลงนี้ไปทำสนามแข่งรถเถื่อนกับพวกแก๊งค้ายา ก็เตรียมตัวติดคุกหัวโตได้เลยค่ะคุณลุงชวน เอกสารสิทธิ์ในมือฉันฉบับนี้ มีลายเซ็นของท่านผู้ว่าฯ และตราประทับกรมที่ดินครบถ้วน ถ้ายังไม่อยากให้ตระกูลเราต้องอับอายขายขี้หน้าไปจนวันตาย... กรุณาไสมือกลับออกไปจากเขตไร่ของฉันซะ!"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เฉียบคมราคมมีดโกนบาดลึกลงไปในความเงียบสงบของผืนดินรกร้าง เหมยยืนกอดอกพิงโครงกระบะรถบรรทุกเก่าๆ แววตาดำขลับคู่นั้นกวาดมองร่างท้วมของลุงชวนและลูกน้องหน้าเลือดอีกสามคนที่ยืนหน้าเสียอยู่หน้าประตูรั้วผุพัง เธอยังจำภาพวันที่ตัวเองต้องถือใบลาออกจากตำแหน่งเชฟใหญ่แห่งร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์สามดาวในมหานคร เพื่อแบกกระเป๋าใบน้อยกลับมาเผชิญหน้ากับฝูงเหลือบไรที่จ้องจะฮุบมรดกชิ้นสุดท้ายของตระกูลได้เป็นอย่างดี
ลุงชวนหน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้าย่นยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่แผนการกว้านซื้อที่ดินราคาถูกเพื่อปล่อยต่อให้กลุ่มทุนสีเทากำลังจะพังไม่เป็นท่า เขาแค่น้ำลายลงพื้นอย่างดูถูก "นังเด็กอวดดี! แกคิดว่าแค่มีกระดาษแผ่นเดียวแล้วจะอยู่ที่นี่รอดเรอะ? ไร่ 'หุบเขาพันดาว' แห่งนี้มันมีแต่ดินแห้งแล้ง หนี้สินติดพัน และผีสางซุกซ่อนอยู่! อยู่ได้ไม่เกินสามวันหรอก แกก็คงต้องคลานกลับกรุงเทพฯ แบบหมาข้างถนน!"
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะฉันเตรียมเกลือไว้โรยพวกเหลือบไรอย่างพวกคุณไว้เรียบร้อยแล้ว เชิญค่ะ!" เหมยโบกมือไล่อย่างไม่ไยดี ก่อนจะดึงประตูรั้วเหล็กสนิมเขรอะปิดใส่หน้าพวกมันเสียงดังโครมใหญ่ สะใจจนรอยยิ้มมุมปากของเธอกระตุกขึ้นเล็กน้อย
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ความจริงอันโหดร้ายก็ถาโถมเข้าใส่ เหมยสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อตั้งสติ ภาพตรงหน้าคือเรือนไม้สักเก่าคร่ำครึที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมากว่าสเกลสิบปี หยากไย่เกาะหนาเตอะ พื้นบ้านผุพังจนแทบเดินไม่ได้ และสวนกว้างที่เต็มไปด้วยวัชพืชสูงท่วมหัว นี่หรือคือมรดกที่เธอต้องใช้พลิกชีวิต?
"ให้ตายเถอะ... สภาพดูไม่จืดกว่าในเอกสารประมูลร้อยเท่าเลยมั้งเนี่ย" เหมยพึมพำกับตัวเองขณะวางกระเป๋าเดินทางลงบนโต๊ะไม้ฝุ่นเขรอะ ทว่าในวินาทีที่ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินหัวใจ เสียงระบบปริศนาก็แวบขึ้นในห้วงความคิด — *[ ตรวจพบเจ้าของสิทธิ์คนใหม่... เปิดใช้งาน 'มิติฟาร์มสวรรค์' ระดับที่หนึ่ง ]*
พริบตาเดียว แสงสีทองเรืองรองก็วาบขึ้นในดวงตา เหมยพบว่าสติสัมปชัญญะของเธอดิ่งวูบเข้าไปสู่พื้นที่สีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ ที่นั่นมีแปลงดินอุดมสมบูรณ์ส่งกลิ่นหอมของแร่ธาตุ น้ำพุวิเศษที่ใสสะอาดราวกับแก้วผลึก และชั้นเก็บของมหัศจรรย์ที่สามารถเก็บรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบได้ตลอดกาล รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานทันที ในเมื่อโลกภายนอกไม่ยอมปรานีเธอ งั้นเธอก็จะใช้มิติลับนี่แหละเนรมิตให้ไร่ร้างกลายเป็นจักรวรรดิอาหารที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ!
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสำรวจมิติลับ เหมยดึงสติตัวเองกลับมาโลกความเป็นจริงแล้วเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง ทว่าเบื้องหลังบานประตูไม้เก่าๆ กลับไม่ใช่พวกของลุงชวน แต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายชาติทหาร ผิวค่อนข้างคล้ำจากแดด ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปสลัก แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกำลังจ้องมองเธอด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"คุณคือ...?" เหมยเลิกคิ้วถามพล-างถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ผมกวิน..." เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินกระทบกันดังขึ้น ชายหนุ่มปรายตามองสภาพบ้านที่ผุพังแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นกล่องเครื่องมือช่างขนาดใหญ่และถังน้ำดื่มสะอาดมาให้เธอ "ปู่ผมบอกว่ามีหลานสาวเจ้าของไร่คนใหม่ย้ายเข้ามาในสภาพปางตาย ผมเลยเอาของจำเป็นมาให้... แล้วก็เตือนไว้ก่อนนะ ดินโซนนี้ตอนกลางคืนงูเงี้ยวเขี้ยวขอเยอะ ถ้าไม่อยากตายก่อนได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ก็อย่าเดินออกไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้า"
พูดจบ ผู้กองกวินก็หันหลังเตรียมเดินกลับไปยังบ้านไร่ฝั่งตรงข้ามทันทีโดยไม่รอคำขอบคุณ ทิ้งให้เหมยยืนกะพริบตาปริบๆ กับความปากร้ายแต่ใจดีแบบแปลกๆ ของอดีตทหารหนุ่มคนนี้
ตกดึก ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอัปยศของดินแห้งแล้งเข้ามาในบ้าน เหมยจัดการทำความสะอาดมุมครัวเล็กๆ ที่พวกลุงชวนยังไม่ทันได้รื้อทำลาย เธอหยิบหม้อดินเผาเก่าๆ ออกมา พร้อมกับเปิดมิติลับดึง 'ข้าวหอมมะลิป่า' และ 'เนื้อหมูป่าหมักสมุนไพร' ที่เติบโตด้วยน้ำพุวิเศษออกมาปรุงอาหารท่ามกลางแสงเทียน
กลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศและเนื้อย่างหมักซีอิ๊วโบราณเริ่มลอยฟุ้งกระจายผ่านรอยแตกของผนังบ้าน พุ่งทะยานออกไปสู่อากาศยามค่ำคืนอย่างรุนแรง ชนิดที่ต่อให้คนอยู่ไกลออกไปเป็นกิโลก็ต้องน้ำลายสอ
ในขณะที่เหมยกำลังจะตักข้าวคำแรกเข้าปากเพื่อประทังความหิวโหย เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านอีกครั้ง ตามด้วยแรงผลักเบาๆ ที่ทำให้ประตูไม้เก่ากระเด็นเปิดออก
ผู้กองกวินยืนหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องมองหม้อข้าวในมือเธอสลับกับใบหน้าของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"กลิ่นนี่มัน... คุณทำอะไรกินกันแน่?" กวินถามเสียงพร่าโดยไม่ละสายตาจากอาหารตรงหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กระท่อมไผ่ริมธาร" นะคะ
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 1
จากเชฟระดับมิชลินสู่ชาวไร่ตกอับ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!