เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 8

มื้อค่ำกระชับมิตร

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ฉันให้เวลาพวกแกถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้... ถ้าสัญญาฉบับจริงยังไม่มาวางบนโต๊ะนี้ เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาฉ้อโกงที่ดินมรดกได้เลยค่ะ" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เฉียบคมราายาวตัดเหล็กดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของโถงรับรองในตลาดกลาง เหมยยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ สิ้นเสียงประกาศกร้าวของเธอ ลุงชวนและเสี่ยปกรณ์ถึงกับหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนต้องหันไปสบตากันด้วยความเลิกลั่ก ท่าท่ามกลางเสียงฮือฮาอื้ออึงของชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รอบด้าน ต่างซุบซิบถึงความเด็ดเดี่ยวของแม่สาวเจ้าของไร่ร้างคนใหม่ที่กล้าหักหน้าผู้มีอิทธิพลประจำถิ่นได้อย่างเจ็บแสบ ผู้กองกวินที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเงียบๆ ปรายตามองสองผู้เฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่จ้องตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปแตะข้อศอกเรียวบางของภรรยาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนให้พอก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ แม้เขาจะยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ แต่รัศมีกดดันและความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ก็มากพอที่จะทำให้ลุงชวนต้องรีบดึงเสี่ยปกรณ์ถอยร่นออกไปอย่างไม่เป็นขบวน รถกระบะคันเก่าแต่เครื่องยนต์ยังแน่นทะยานออกจากลานจอดมุ่งหน้าสู่ "ไร่รุ่งอรุณ" บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ และกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรสดที่เหมยเพิ่งเก็บมาจากมิติลับติดตัวมาด้วย กวินเหลือบมองสตรีข้างกายเป็นระยะ ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดและทึ่งในคราเดียวกัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ไม่เพียงแต่ทำเกษตรเก่งจนผักในไร่โตวันโตคืนอย่างกับมีเวทมนตร์ แต่สมองของเธอยังเฉียบแหลมราวกับนักเจรจาระดับชาติ การจัดการกับตาแก่เจ้าเล่ห์อย่างลุงชวนด้วยหมัดน็อคทางกฎหมายเมื่อครู่ ทำให้กำแพงความระแวงที่เขาสร้างไว้ในใจเริ่มสั่นคลอนทีละน้อย "คุณไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นหรอกนะคะผู้กอง" เหมยเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา โดยที่ดวงตายังคงมองทิวทัศน์สองข้างทาง "โลกนี้น่ะ... ความใจดีมันใช้ไม่ได้ผลกับคนที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อเราหรอกค่ะ ถ้าเราไม่แสดงเขี้ยวเล็บออกไปบ้าง พวกมันก็จะคิดว่าเราเป็นแค่ลูกแกะตัวนึงให้เคี้ยวเล่นเท่านั้นเอง" กวินไม่ได้ตอบโต้คำพูดนั้นทันที เขานำรถเลี้ยวเข้าจอดใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าบ้านพักไม้สักเก่าแก่ที่ได้รับการซ่อมแซมจนดูอบอุ่นและแข็งแรงขึ้นด้วยฝีมือของเขาเอง ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ หันมาสบตากับภรรยาสำมะโนครัวเฉพาะกิจนิ่งนาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ "ผมไม่ได้คิดว่าคุณเป็นลูกแกะ... เหมย" กวินเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมมีความรู้สึกบางอย่างไหววับ "แต่บางที... คุณก็ใจกล้าเกินไปจนน่าตีให้ก้นลาย" เหมยเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "ฮ่าๆ ผู้กองกล้าขู่ฉันเหรอคะ ระวังเถอะค่ะ... คืนนี้ฉันจะทำกับข้าวรสชาติเผ็ดร้อนจนคุณลืมทางกลับบ้านไปเลย!" ว่าแล้วร่างเพรียวบางก็เปิดประตูลงจากรถ สะบัดชายเสื้อคลุมลินินเบาๆ แล้วเดินนำลิ่วเข้าครัวทันที ทิ้งให้ผู้กองหนุ่มนั่งมองตามด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าเคร่งขึร็งของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ คือหลักฐานชั้นดีว่าน้ำแข็งในใจของเขาเริ่มละลายลงทีละน้อยภายใต้ความสดใสและเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวคนนี้เสียแล้ว เมื่อก้าวเข้ามาในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและวัตถุดิบสดใหม่ก็ลอยตลบอบอวลไปทั่ว เหมยจัดการล้างมือให้สะอาดสะอ้าน ดวงตาเป็นประกายระยับเมื่อนึกถึงเมนูเด็ดที่จะใช้ "มัดใจ" และ "ละลายน้ำแข็ง" ในอกของนายทหารมาดเข้มคนนั้นให้ราบคาบ คืนนี้เธอไม่ได้แค่อยากทำอาหารเพื่อประทังชีวิต แต่เธอต้องการรังสรรค์มื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่า "บ้าน" ที่แท้จริงควรจะมีบรรยากาศแบบไหน วัตถุดิบหลักในมิติลับถูกทยอยนำออกมาวางบนเคาน์เตอร์ไม้ ข้าวหอมมะลิเก่าเมล็ดเรียวสวย เนื้อหมูสามชั้นติดมันแทรกสวยงามจากฟาร์มอินทรีย์ ปลากระพงตัวโตเนื้อแน่นสดใหม่ และที่ขาดไม่ได้คือพริกขี้หนูสวนสีแดงสดที่เธอเพิ่งเก็บสดๆ ร้อนๆ รสชาติเผ็ดร้อนสะใจคืออาวุธลับที่จะทำให้คนทานต้องจดจำ เหมยเริ่มลงมือทำเมนูแรก "แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายพริกขี้หนูสวน" กลิ่นกะทิสดเคี่ยวกับพริกแกงเขียวหวานตำเองส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เสียงโขลกพริกและตำเครื่องแกงเมื่อครู่ผสมผสานกับเสียงซอยเครื่องเทศอย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงดนตรีบรรเลงแห่งความสุข ตามด้วย "ปลาทอดขมิ้นสมุนไพร" ที่ส่งเสียงฉ่าเมื่อเนื้อปลาสัมผัสกับน้ำมันร้อนๆ ในกระทะเหล็กสีดำขลับ เปลือกนอกสีเหลืองทองกรอบร่วนส่งกลิ่นหอมของขมิ้นชันและกระเทียมเจียวเตะจมูก และเมนูสุดท้ายที่เธอตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อเอาใจคนชอบทานรสจัดจ้าน "ผัดฉ่าทะเลเดือด" ที่อัดแน่นไปด้วยกุ้งตัวโตและปลาหมึกสดกรอบผัดคลุกเคล้ากับใบโหระพาและกระชายซอยละเอียด เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ครัวเล็กๆ กลายเป็นสวรรค์ย่อมๆ กลิ่นหอมของอาหารไทยแท้ๆ ลอยออกไปตามสายลมยามค่ำคืน กระจายไปทั่วบริเวณไร่รุ่งอรุณ กวินที่กำลังยืนซ่อมเครื่องมือเกษตรอยู่ที่โรงเก็บของด้านนอก ถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรับกลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูก ท้องของเขาที่ปกติไม่ค่อยแสดงอาการหิว กลับส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาอย่างดื้อดึง ชายหนุ่มวางประแจในมือลง ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความยอมจำนนต่อเสน่ห์ปลายจวักของภรรยา เขาเดินสาวเท้าเข้าสู่ตัวบ้านด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากวันแรกที่ก้าวเข้ามาอย่างสิ้นเชิง ภายในห้องอาหาร แสงไฟสีส้มอบอวลส่องกระทบโต๊ะไม้ตัวยาวที่ถูกจัดวางด้วยอาหารคาวรสเลิศสามถึงสี่อย่างควันฉุย เหมยกำลังตักข้าวใส่จานให้พอดีคำ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับกวินที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพอดี รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้ พร้อมกับคำพูดที่ชวนให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบ "ยืนทำอะไรอยู่ล่ะคะผู้กอง... มานั่งสิคะ หรือต้องให้ฉันป้อนถึงปากถึงจะยอมทานข้าวฝีมือฉัน?" กวินนิ่งงดวงตาดุจพญาอินทรีมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย เขาเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามเธออย่างเงียบๆ มือหนาหยิบช้อนขึ้นมาตักแกงเขียวหวานราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ก่อนจะตักเข้าปากช้าๆ วินาทีที่รสชาติกลมกล่อม เผ็ดร้อน หอมมันของกะทิและเครื่องแกงกระจายไปทั่วปลายลิ้น ดวงตาคมกริบของกวินก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยเคลือบคลอบุคลิกของเขามาเนิ่นนาน ถูกละลายหายไปจนหมดสิ้นด้วยฝีมือทำอาหารอันเป็นเลิศนี้ "อร่อย... ไหมคะ?" เหมยเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มซุกซน รอฟังคำตอบจากปากของนายทหารมาดเข้ม กวินวางช้อนลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอตรงๆ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความอบอุ่นและลึกซึ้งที่พุ่งตรงมายังหัวใจของเธอ ชายหนุ่มเอื้อมมือมากุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านผิวเนื้อทำให้เหมยถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ "อร่อยมาก..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา แต่หนักแน่นก้องกังวานในความเงียบ "และผมคิดว่า... ผมคงขาดอาหารฝีมือคุณไปตลอดชีวิตไม่ได้แล้วล่ะ เหมย" บรรยากาศหวานละมุนกำลังโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งห้องอาหาร ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากผลประโยชน์และความจำเป็น ค่อยๆ ถักทอสายใยความผูกพันขึ้นทีละน้อย ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของเหมยกำลังเต้นระส่ำด้วยความเขินอายอยู่นั้น เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังปังๆ อย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาทก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา! กวินขมวดคิ้วมุ่นทันที แววตาอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกดุจใบมีดโกนในเสี้ยววินาที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะที่เหมยรีบก้าวตามไปที่หน้าต่างเพื่อมองออกไปด้านนอกภายใต้ความมืดมิด แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนหยาบคายที่ดังลั่นทะลุความมืดเข้ามา... "ไอ้กวิน! อีเหมย! ออกมาเคลียร์เรื่องวันนี้เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูจะเผาไร่พวกมึงให้ราบคาบ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%