"พี่หญิงช่างโชคดีนักที่วันนี้พระชายาอ๋องให้เกียรติมาร่วมงานเลี้ยงชมบุปผา ข้าเพียงแต่เกรงว่า... กลิ่นอายคาวเลือดจากโรงหมอของท่าน จะทำให้หมู่มวลบุปผาในวังหลวงเหี่ยวเฉาลงเสียก่อน"
เสียงหวานหูที่แฝงไปด้วยพิษร้ายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของระเบียงทางเดินที่ประดับด้วยโคมไฟกระดาษ หลินเยว่หยุดฝีเท้าลงอย่างช้าๆ นางไม่ได้หันกลับไปมองในทันที แต่กวาดสายตามองไอร้อนที่พวยพุ่งจากถ้วยชาในมือตนเอง ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"กลิ่นคาวเลือดที่เจ้าว่า... คือกลิ่นที่ช่วยยื้อชีวิตผู้คนให้กลับมาจากยมโลกได้ หวังว่าหลินเหวินผู้แสนสูงส่งอย่างเจ้า จะไม่ทำตัวเป็นดอกไม้ที่บอบบางจนลืมไปว่า รากของเจ้าก็อาศัยปุ๋ยจากสิ่งเน่าเปื่อยเช่นกัน"
หลินเยว่หันกลับไปเผชิญหน้ากับน้องสาวต่างมารดา ดวงตาคู่สวยดุจกวางของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความริษยาของอีกฝ่าย หลินเหวินในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกโบตั๋นดูงดงามราวกับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ทว่ามือที่กำพัดอยู่ในมือนั้นกลับสั่นระริกด้วยความเคียดแค้น
"ท่านยังปากดีไม่เปลี่ยน" หลินเหวินก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายกลบกลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนจนน่าสะอิดสะเอียน "ข้ามีเรื่องจะเตือนท่านในฐานะพี่น้อง... การรักษาท่านอ๋องไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ยิ่งท่านพยายามยื้อลมหายใจที่ใกล้ดับของเขาไว้มากเท่าไหร่ ท่านก็ยิ่งดึงตัวเองลงเหวเร็วขึ้นเท่านั้น"
"เหวที่ว่า... เจ้าหมายถึงกับดักที่พวกเจ้าวางไว้ในถ้วยชาที่ข้ากำลังจะดื่ม หรือในผ้าเช็ดหน้าผืนที่เจ้าแอบเปลี่ยนให้ข้าในห้องรับรองกันแน่?" หลินเยว่เลิกคิ้วถามน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ
หลินเหวินชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศดูซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "ท่านอ๋องคงไม่ได้บอกท่านกระมัง ว่าคนที่จะทำลายท่านอ๋องจริงๆ คือคนที่เขาเชื่อใจที่สุด... และนั่นไม่ใช่ข้า"
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันที เสียงดนตรีบรรเลงจากห้องโถงใหญ่แว่วมาตามลม แต่สำหรับหลินเยว่ มันกลับดูห่างไกลเหลือเกิน นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านมาจากเงามืดหลังพุ่มไม้ใหญ่ กลิ่นอายของนักฆ่าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีไม่ได้เล็ดลอดจากสัญชาตญาณศัลยแพทย์ของนางไปได้
"ท่านอ๋องอยู่ที่ไหน" หลินเยว่ถามเบาๆ แต่น้ำเสียงทรงพลัง
"ท่านอ๋องกำลังร่วมโต๊ะเสวยกับฮ่องเต้" หลินเหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "และในจอกสุราที่เขากำลังยกขึ้นดื่มนั้น... หากข้าเป็นท่าน ข้าจะรีบวิ่งไปหยุดเขาทันที หากท่านยังอยากเห็นเขามีชีวิตอยู่จนถึงยามราตรีนี้"
หลินเยว่ไม่รอช้า นางวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะข้างทางอย่างไม่ใยดี ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า ทว่าหลินเหวินกลับเอื้อมมือมาคว้าแขนเสื้อของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นแรงจนน่าตกใจ
"อย่าไปเลยพี่หญิง" เสียงของหลินเหวินเปลี่ยนไปเป็นความเวทนาที่ปรุงแต่งขึ้น "ท่านคิดว่าท่านอ๋องรักท่านจริงๆ หรือ? เขาเพียงแค่ต้องการหมอฝีมือดีมาคอยประคับประคองชีวิตที่ไร้ค่าของเขาไว้เท่านั้น เมื่อใดที่เขาหายดี... ท่านก็เป็นเพียงของเล่นที่หมดอายุขัย"
"ความรักของคนไร้ค่าอย่างเจ้า ไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกที่อยากเห็นใครสักคนมีชีวิตรอดไปพร้อมกับบ้านเมืองนั้นเป็นอย่างไร" หลินเยว่สะบัดแขนออกอย่างแรงจนหลินเหวินถอยหลังไปสองสามก้าว
นางก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลไม่ใช่เพราะกลัวความตาย แต่กลัวว่าแผนผังที่นางวางไว้เพื่อรักษาเซียวจ้านจะพังทลายลง หากขุนนางกังฉินเหล่านั้นใช้โอกาสนี้สังหารเขาด้วยสารพิษที่นางตรวจสอบไม่ได้
เมื่อหลินเยว่ผลักบานประตูไม้แกะสลักเข้าไป ภาพเบื้องหน้าคือความเงียบงันที่น่าขนลุก เซียวจ้านนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ประดู่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับดูซีดขาวผิดปกติ มือแกร่งของเขาถือจอกสุราค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีเข้มดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนจ้องมองนางนิ่ง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
"เยว่เอ๋อร์..." เสียงแหบพร่าของเซียวจ้านดังขึ้น ร่างกายของเขาเอนไปข้างหลังเล็กน้อย มุมปากมีหยดเลือดสีคล้ำไหลออกมาเป็นทางยาว
ในวินาทีนั้นเอง เสียงถ้วยสุราแตกกระจายบนพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วห้องโถง ขุนนางอาวุโสที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ลุกขึ้นพรวดพราดพร้อมเสียงอุทานที่แสร้งทำเป็นตื่นตกใจ แต่ในดวงตาเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยประกายแห่งชัยชนะ
หลินเยว่ถลาเข้าไปรับร่างของเซียวจ้านที่กำลังจะร่วงหล่นลงสู่พื้น นางสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา กลิ่นอัลมอนด์จางๆ ลอยแตะจมูก—กลิ่นของไซยาไนด์ในรูปแบบที่โบราณที่สุด
"ท่านอ๋อง! อย่าเพิ่งหลับตา!" นางตะโกนเรียกพร้อมกับกดจุดบนลำคอเพื่อสกัดจุดเลือด แต่สิ่งที่ทำให้นางต้องชะงักงันคือ... เซียวจ้านไม่ได้กำลังหมดสติจากพิษร้ายเพียงอย่างเดียว
เขาคว้าข้อมือนางไว้แน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ไม่ต้องรักษา... เพราะข้าเป็นคนวางยาตัวเอง เพื่อล่อให้พวกมันเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา... แต่ดูเหมือนว่า 'คนทรยศ' ที่ข้าตามหา ไม่ใช่พวกมัน"
สายตาของเซียวจ้านไม่ได้มองไปที่ขุนนางเหล่านั้น แต่มองตรงไปยังประตูห้องโถงที่ซึ่ง 'ใครบางคน' กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์หลวงที่ถือดาบชักออกจากฝัก... บุคคลนั้นคือคนเดียวกับที่หลินเยว่ไว้ใจที่สุดตั้งแต่วันแรกที่นางข้ามภพมา
ด้วยรักและสัญญาใจจาก ดอกโบตั๋นพันปีค่ะ
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 38
งานเลี้ยงลวงตา
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!