“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ได้ทำ! พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์เอาตัวข้ามาขังไว้ที่นี่!”
เสียงแผดร้องแหบพร่าสั่นสะท้านไปทั่วห้องขังมืดอับชื้น กลิ่นสาปคาวเลือดผสมกับกลิ่นเน่าเหม็นของขยะปฏิกูลโชยเข้าจมูกจนชวนคลื่นเหียน ทว่าเสียงของ 'หลินเยว่' กลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของนางกำนัลที่ยืนถือแส้หนังอยู่หน้ากรงขัง
“ไม่ได้ทำงั้นรึ? หลักฐานคาตาขนาดนั้น เจ้ายังจะดึงดันไปถึงไหน อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามพระชายาจะเสด็จมาพิพากษาด้วยพระองค์เอง เตรียมตัวให้ดีเถิด... ในคุกหลวงแห่งนี้ ไม่มีใครออกไปได้ด้วยสภาพครบสามสิบสองหรอก!”
ปัง!
เสียงประตูเหล็กปิดสนิทลง ทิ้งให้ร่างบางที่สั่นเทาอยู่บนพื้นฟางเน่าๆ ตกอยู่ในความมืดมิด หลินเยว่กุมขมับที่ปวดร้าวราวกับจะระเบิด ความทรงจำที่สับสนปนเปหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก
ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้ไม่ใช่ห้องขังแห่งนี้ แต่เป็นห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีขาวจ้า เสียงเครื่องตรวจจับชีพจรที่ดังก้องเตือนเป็นจังหวะสุดท้ายก่อนความมืดมิดจะกลืนกิน... และภาพใบหน้าของเด็กหญิงวัยสิบขวบที่เธอพยายามยื้อชีวิตไว้บนเตียงผ่าตัดแต่ล้มเหลว ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีเหมือนถูกขุดขึ้นมาซ้ำเติม
*ที่นี่ไม่ใช่โลกของฉัน...*
เธอพยายามยันกายลุกขึ้น แต่สัมผัสจากฝ่ามือที่แตะพื้นกลับทำให้หัวใจหยุดเต้น รอยแผลเป็นกรีดลึกที่ข้อมือซ้ายช่างคุ้นตา แต่มันไม่ใช่รอยแผลจากการทำงานหนักของศัลยแพทย์ มันคือรอยแผลที่เกิดจากการกรีดเพื่อหวังปลิดชีพตัวเองตามความทรงจำของร่างนี้
หลินเยว่คนเดิม... ร่างกายนี้ถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษในถ้วยน้ำแกงของอัครมเหสี จนต้องโทษประหารชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้แก้ต่าง
“ช่างเป็นโชคชะตาที่เล่นตลกเหลือเกิน...”
เสียงของเธอแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น แววตาที่เคยตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบดุจมีดผ่าตัด มือที่เคยสั่นเทาค่อยๆ สำรวจสภาพร่างกายตนเองอย่างเป็นระบบ การหายใจแผ่วเบา จังหวะชีพจรที่เต้นผิดปกติจากการขาดน้ำและสารอาหาร
*ภาวะช็อกจากการเสียเลือดและร่างกายขาดน้ำขั้นรุนแรง*
เธอสรุปสถานการณ์ในใจได้ทันทีในฐานะแพทย์มืออาชีพ ความรู้เรื่องสรีรวิทยาหลั่งไหลเข้าสู่สมองแทนที่ความโศกเศร้า เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แต่กำลังคำนวณ 'เวลา' ที่เหลืออยู่
“ถ้าจะตาย... ข้าต้องไม่ตายแบบสุนัขข้างถนน”
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องขัง พื้นดินที่มีเศษหินแหลมคม ก้อนฟางที่หมักหมม และน้ำที่หยดลงมาจากเพดาน เธอเริ่มวิเคราะห์โอกาสรอด
*กึก... กึก...*
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นจากโถงทางเดิน เงาตะคุ่มที่ทอดยาวผ่านช่องประตูเหล็กทำให้บรรยากาศในคุกที่เย็นเยียบอยู่แล้วยิ่งกดดันขึ้นไปอีก ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นทองลายเมฆาเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้ากรงขัง กลิ่นกำยานราคาแพงลอยปะทะจมูก ซึ่งมันช่างดูขัดกับสถานที่อัปมงคลนี้เสียจริง
“หลินเยว่... เจ้ายังมีหน้ามาเงยหน้ามองข้าอีกรึ?”
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก หลินเยว่เงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวสวยสบประสานกับนัยน์ตาดุดันของบุรุษตรงหน้า เขาคือ 'เซียวจ้าน' ท่านอ๋องผู้ถือครองอำนาจทหารและเป็นคนที่ได้ชื่อว่าเกลียดชังนางเข้าไส้
“ท่านอ๋อง...” เธอเอ่ยชื่อเขาออกมาเบาๆ พลางหยัดกายลุกขึ้นยืนโดยไม่ยอมหลบสายตา แม้ชุดนักโทษจะสกปรกเพียงใด แต่ท่าทางของเธอกลับดูองอาจอย่างประหลาด
เซียวจ้านขมวดคิ้ว เขาคุ้นเคยกับการเห็นหลินเยว่คนเดิมที่ขี้ขลาดและร้องไห้คร่ำครวญ แต่ในดวงตาคู่ที่จ้องกลับมานี้กลับมีความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกหวั่นเกรง
“เจ้าบอกว่าไม่ได้ทำ... แต่ยาพิษนั่นอยู่ในกำมือเจ้า” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบชิดกรงเหล็ก กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นไหว “ข้าควรจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้มลทินแปดเปื้อนตระกูลหลิน”
“ถ้าท่านเชื่อว่าข้าทำ... ท่านก็ฆ่าเสียสิ” หลินเยว่เดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน “แต่หากท่านฆ่าข้าตอนนี้ ท่านก็จะไม่มีวันรู้ว่า 'ใคร' กันแน่ที่เป็นคนวางยาพิษในถ้วยนั้น และที่สำคัญ...”
เธอมองปราดเดียวไปที่ข้อมือของท่านอ๋อง ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย
“...ท่านเองก็กำลังรอความตายจากพิษในร่างกายที่รักษาไม่ได้อยู่เหมือนกัน ไม่ใช่หรือ? ท่านอ๋อง”
บรรยากาศในคุกหลวงเงียบกริบจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้น เซียวจ้านชะงักกึก มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง นี่เป็นความลับที่เขาสั่งปิดตายมาตลอดสามปี ไม่มีหมอหลวงคนไหนกล้าเอ่ยถึง แม้แต่มหาเสนาบดีก็ไม่รู้เรื่องนี้!
หลินเยว่ขยับเข้าใกล้กรงเหล็กอีกนิด เธอโน้มตัวกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยอำนาจและจังหวะของผู้เชี่ยวชาญ
“ให้ข้าออกไปจากที่นี่ และข้าจะบอกท่านว่า... ทำไมหมอหลวงทั้งแผ่นดินถึงรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวในร่างท่านไม่ได้”
เซียวจ้านนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม เขาเอื้อมมือเข้าไปในกรงขังคว้าคอระหงของหญิงสาวแล้วดึงเข้าหาตัวจนชิดกรงเหล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างหู
“เจ้าคิดว่าคำโกหกพรรค์นี้จะช่วยให้เจ้าพ้นผิดรึหลินเยว่? ดี... ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าจะจัดให้”
เขากระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหลินเยว่ขนลุกซู่ “คืนนี้ หลังยามสาม น้องสาวของเจ้า 'หลินเหวิน' จะมาเยี่ยมเจ้าพร้อมกับ 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษ... ถึงตอนนั้น หวังว่าเจ้าจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้!”
เขาสะบัดมือปล่อยนางจนร่างบางเซถอยหลังกระแทกกับผนังคุก ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้หลินเยว่ยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางความมืด
ทว่าในวินาทีที่แสงตะเกียงเริ่มริบหรี่ลง หญิงสาวกลับขยับยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย
*หึ... หลินเหวินงั้นรึ? ถ้าเจ้ากล้าเข้ามาในคุกนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า การศัลยกรรมคนให้กลายเป็นปีศาจนั้น... มันทำได้อย่างไร*
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูคุก พร้อมกับเสียงเปิดกุญแจที่ดังกังวานผิดปกติ ไม่ใช่คนส่งอาหาร ไม่ใช่ผู้คุม... แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำปิดหน้าปิดตาที่พกดาบอาบยาพิษเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ดอกโบตั๋นพันปี" แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ!
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 1
วิญญาณสลับร่าง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!