เสียงกระดาษปึกใหญ่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรساويดังปัง สะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานจนปรอทแทบแตก อคิราห์ หรือที่ทุกคนในวงการสถาปัตยกรรมขนานนามว่า 'คุณคินผู้ไร้ความปรานี' ปรายตามองเอกสารข้อเสนอโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ยักษ์ใหญ่ด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทรงพลังพอจะทำให้คู่แข่งกระอักเลือดได้ทันที
"ไอเดียระดับนักศึกษามหาวิทยาลัยปีหนึ่งยังดูมีมิติมากกว่านี้เลยนะคะคุณธันวา หรือว่าช่วงนี้สมองของคุณจะฝ่อไปพร้อมกับยอดขายที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ล่ะคะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกของอคิราห์บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของธันวา ร่างสูงโปร่งของคู่แข่งตัวฉกาจกัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง แต่ธันวากลับเลือกที่จะยิ้มรับความพ่ายแพ้ในยกแรกนี้ด้วยท่าทีเยือกเย็นผิดคาด
"อย่าเพิ่งปากดีไปเลยครับคุณคิน... ของดรีย์และทีเด็ดจริง ๆ เขามีไว้โชว์ช่วงท้ายต่างหากล่ะครับ" ธันวาจงใจเน้นเสียงและส่งสายตาพราวระยับข้ามโต๊ะประชุมไปหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดา ซึ่งนั่งนิ่งเงียบมาตลอดการปะทะคารม
รินรดารู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง รอยยิ้มของธันวาไม่ได้มีความน่าไว้วางใจแม้แต่น้อย แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงก่ำ เธอเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันขวับไปมองธันวาที่ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้อย่างเปิดเผย ขณะเดียวกัน อคิราห์ที่นั่งอยู่ข้างกายเธอกลับหรี่ตาลงมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องประชุมใหญ่ลดฮวบลงทันที รังสีความหึงหวงและอาการหวงก้างแบบไม่ปิดบังนั้นแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ
"มองอะไรคะคุณธันวา หน้าฉันมีตัวหนังสือเขียนว่า 'หลอกง่าย' แปะอยู่หรือไง" รินรดารemปะทะกลับทันควันเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด เธอเกลียดที่สุดเวลาที่ผู้ชายสองคนใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการบลัฟกันไปมา
"เปล่าเลยครับคุณริน... ผมแค่มองคนที่กำลังจะตัดสินใจเลือกทางเดินผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตต่างหากล่ะครับ" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างผู้กุมชัยชนะ "เพราะไอเดียที่ผมถืออยู่ตอนนี้ คือสิ่งที่จะทำให้บริษัทของคุณคินกลายเป็นแค่เศษฝุ่นในวงการ"
ปัง!
มือหนาของอคิราห์ทุบลงบนโต๊ะอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิมจนกาแฟในแก้วกระฉอก ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง บดบังรัศมีของทุกคนในห้องจนหมดสิ้น ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองธันวาเขม็ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"ถ้าคิดว่ามีดีพอก็เชิญเสนอมาสิครับ... อย่าดีแต่เห่าหอนเหมือนสุนัขจนถนนแปดเลน!" อคิราห์สวนกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนที่ทำเอาทีมงานของธันวาถึงกับหน้าซีดเผือด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เดินทางมาถึงจุดวิกฤตแล้ว หากแพ้ในรอบนี้ อคิราห์ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์จะต้องแบกรับความอับอายและแรงกระแทกจากบอร์ดบริหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเธอก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้ชายปากร้ายเอาแต่ใจคนนี้ต้องพังทลายลงต่อหน้าต่อตาคนน่ารังเกียจอย่างธันวา
มือเรียวบางใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สัญชาตญาณอินทีเรียร์ดีไซเนอร์สาวไฟแรงกรีดร้องเตือนสติว่า เธอจะนั่งดูเฉย ๆ อีกต่อไปไม่ได้แล้ว
"พอค่ะ!"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยแทรกขึ้นกลางอากาศ ทำเอาทุกลมหายใจในห้องประชุมชะงักงัน อคิราห์หันขวับมามองหญิงสาวทันที ดวงตาคู่นคมฉายแววตกใจระคนไม่พอใจที่เธอเข้ามาขัดจังหวะการเผชิญหน้า
"ริน... นั่งเงียบ ๆ ไปก่อนครับ เรื่องนี้ผมจัดการเอง" อคิราห์กระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนเป็นห่วง
"จัดการอะไรล่ะคะ ในเมื่อคุณเอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้งแบบนี้ มีหวังโดนเขาปั่นหัวจนเสียแผนกันพอดี!" รินรดาตอกกลับเสียงเบาแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจทั้งหมดที่มี แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเผชิญหน้ากับทุกคนในห้องประชุม
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารและโมเดลจำลองบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดกลับมามองธันวาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากอคิราห์ไม่มีเพี้ยน รอยยิ้มนั้นทั้งท้าทาย เย่อหยิ่ง และเต็มไปด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้
"ที่คุณธันวาพูดมาทั้งหมดเมื่อกี้ ฟังดูยิ่งใหญ่และน่ากลัวมากเลยนะคะ... เสียอย่างเดียว..." รินรดาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบ
"เสียอย่างเดียวอะไรล่ะครับคุณริน หรือว่าคุณจะเปลี่ยนใจมาร่วมงานกับผมจริง ๆ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างได้ใจ
"เสียอย่างเดียวคือมัน 'เชยสะบัด' และล้าสมัยไปสักสิบปีได้แล้วมั้งคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนนิ่ม ๆ ทำเอาธันวาหุบยิ้มแทบไม่ทัน "การยกเอาคอนเซปต์ 'อนุรักษ์นิยมผสมความหรูหรา' มาขายในยุคที่คนรุ่นใหม่มองหาพื้นที่สีเขียวและความยั่งยืน มันไม่ใช่ความพรีเมียมหรอกค่ะคุณธันวา... แต่มันคือการขุดหลุมฝังศพตัวเองต่างหาก"
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นจากฝั่งทีมงานของอคิราห์ อคิราห์เองก็ถึงกับชะงัก ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด
ธันวากัดฟันกรอด สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที "ถ้าคุณคิดว่าไอเดียผมมันเชยนัก งั้นก็เชิญแสดงภูมิปัญญาของคุณออกมาสิครับคุณรินรดา อย่าดีแต่พูดจาดูถูกคนอื่นเลย!"
"ได้ค่ะ" รินรดาตอบรับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เธอเดินอ้อมโต๊ะไปหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเชื่อมต่อกับจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุม นิ้วเรียวสวยกดทัชสกรีนรัวเร็วด้วยความคล่องแคล่ว แสงไฟจากหน้าจอฉายภาพกราฟิกสามมิติสีเขียวมรกตที่ผสมผสานโครงสร้างสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัวและน่าทึ่ง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทุกคนไม่ใช่แค่ตึกสูงระฟ้าทั่วไป แต่มันคือ 'ระบบนิเวศจำลอง' ที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารคอมเพล็กซ์ โครงสร้างถูกออกแบบด้วยแนวคิด Biophilic Design ที่ดึงแสงธรรมชาติและอากาศหมุนเวียนเข้ามาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมง แถมยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการของผู้เช่าแบบเรียลไทม์
อคิราห์เบิกตากว้างขึ้นทีละน้อย หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวาบเมื่อกวาดสายตาไล่ตามเส้นสายลายเส้นและการคำนวณโครงสร้างบนจอ มันไม่ใช่แค่สวยงามสะดุดตา แต่มันคือ 'งานศิลปะที่ใช้งานได้จริง' และตอบโจทย์โจทย์ยาก ๆ ของโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร้ที่ติ ชนิดที่แม้แต่เขาเองก็ยังคิดไม่ถึงมุมมองนี้มาก่อน!
"นี่มัน..." ธันวาอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า สีหน้าซีดเผือกราวกับคนเห็นผี ข้อเสนอที่เขาคุยนักคุยหนาว่าเด็ดดวง กลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าไปเลยเมื่อเทียบกับนวัตกรรมตรงหน้า
รินรดายืนกอดอก รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าเนียนใส เธอหันไปมองอคิราห์ที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายระยิบระยับ แววตาที่ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งเย็นชา มีเพียงความทึ่งและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
"ฉันเรียกมันว่า 'แปลนรักฉบับยั่งยืน' ค่ะ... อ้อ ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึง 'แปลนอาคารรักษ์โลก' ต่างหากล่ะคะ" รินรดาแกล้งพูดแก้เขินด้วยความรวดเร็วเมื่อเผลอหลุดคำว่ารักออกมาจากปาก ทว่าใบหน้าหวานกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
อคิราห์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างบางจนแทบจะชิด เขายื่นมือออกไปสัมผัสหัวไหล่บางเบา ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนรินรดาสะấuเฮือกด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูของเธอจนขนลุกซู่
"เก่งมาก... ยัยตัวแสบ" เสียงกระซิบแหบพร่ากระซิบลอดผ่านริมฝีปากหยักที่อยู่ห่างจากใบหูเธอเพียงคืบ "เธอทำให้ฉัน... ทึ่งจนแทบคลั่งเลยรู้ตัวไหม"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ธันวากำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับทีมงานอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะหันกลับไปต่อปากต่อคำกับคนฉวยโอกาสที่ยืนประชิดตัวจนเกินงาม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูก็在我ระเบิดขึ้นอีกครั้งจากด้านหลัง
"คุณคินคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
เสียงหอบเหนื่อยของเลขาฯ หน้าห้องดังแทรกขึ้นมา รินรดารีบผลักอกอคิราห์ให้ออกห่างด้วยความตกใจ ทั้งคู่หันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกัน
ร่างของเลขาฯ สาวสาละวนวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก มือถือแท็บเล็ตสั่นเทาชูขึ้นตรงหน้าอคิราห์ "มีอีเมลส่งตรงจากบอร์ดบริหารใหญ่... พวกเขาบอกว่า... พวกเขาบอกว่าไม่อนุมัติไอเดียนี้ค่ะ!"
อคิราห์ขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาอีกครั้ง "หมายความว่ายังไง ไม่อนุมัติ ทั้งที่งานเพอร์เฟกต์ขนาดนี้เนี่ยนะ!"
เลขาฯ สาวกลืนน้ำลายเอื้อมมือเปิดหน้าจอบนแท็บเล็ตให้ดูชัด ๆ พร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้อคิราห์และรินรดาต้องแข็งค้างราวกับถูกสาป
"ไม่ใช่แค่ไม่อนุมัติค่ะคุณคิน... แต่บอร์ดบริหารสั่ง 'พักงาน' คุณกะทันหัน และแต่งตั้งคนคนหนึ่งขึ้นมาแทนที่คุณทันทีตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป!"
--------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" มาโดยตลอดนะคะ
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 18
ทางออกที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!