แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 13

การแทรกแซงของธันวา

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"หน้าจอแท็บเล็ตเครื่องนั้นไม่ได้กำลังฉายหนังผีค่ะ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าผีหลอกเสียอีก เพราะมันคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่ฟ้องว่าใครกันแน่ที่พยายามขุดหลุมฝังพวกเราทั้งเป็น" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองภาพเคลื่อนไหวบนจอของอคิราห์สลับกับใบหน้าซีดเผือดของธันวาที่ยืนแข็งทื่ออยู่ไม่ไกล บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมตอนนี้เงียบสนิท ชนิดที่ว่าหากมีเข็มสักเล่มหล่นลงพื้น ทุกคนคงได้ยินเสียงมันก้องกังวานจนแสบแก้วหู ธันวา คู่แข่งทางธุรกิจผู้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับและมักจะตีหน้าซื่อตาใสทุกครั้งที่เจอหน้ากัน บัดนี้รอยยิ้มเยาะและท่าทางมั่นอกมั่นใจได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมและสันจมูก ร่างสูงโปร่งของเขาขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่ออคิราห์ก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง "แปลกนะคะ..." ฉันเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บad timing สำหรับคนขี้โกงมักจะมาเยือนเสมอ "คนบางคนปากบอกว่าเป็นมืออาชีพและแข่งขันกันอย่างแฟร์ๆ แต่ลับหลังกลับทำตัวเป็นพวกย่องเบาแอบมาขโมยไฟล์แบบแปลนโครงสร้างไปส่งให้คู่ค้ารายอื่นซะเอง แบบนี้ในทางกฎหมายเขาเรียกว่า 'จารกรรมข้อมูล' หรือเรียกว่า 'สันดาน' ดีคะคุณธันวา?" "คุณริน! อย่ามาปรักปรำผมนะ!" ธันวาเสียงElevateขึ้นทันที ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหวาดกลัว เขาพยายามชี้นิ้วมาทางเราเพื่อกลบเกลื่อนความผิด "หลักฐานบ้านั่นอาจจะถูกตัดต่อขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าคุณสองคนร่วมมือกันจัดฉากเพื่อใส่ร้ายผม!" อคิราห์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก ชายหนุ่มปัดหน้าจอแท็บเล็ตให้เล่นวิดีโอวนซ้ำเป็นรอบที่สาม ภาพของธันวาที่ก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าโต๊ะทำงานของฉัน พร้อมกับแฟลชไดรฟ์ในมือที่กำลังเสียบเข้ากับพอร์ตยูเอสบี ปรากฏชัดเจนทุกมุมกล้อง ความละเอียดระดับโฟร์เคแบบนี้ต่อให้มีทนายมือหนึ่งจากสำนักงานไหนก็ดิ้นไม่หลุด "ตัดต่อเหรอครับ?" อคิราห์ทวนคำ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้คู่สนทนาให้แหลکคามือ "กล้องวงจรปิดตัวนี้เพิ่งติดตั้งใหม่เมื่อวานเพื่อความปลอดภัยของบริษัท และไฟล์ต้นฉบับก็อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของผม... คุณอยากให้ผมส่งตำรวจมาตรวจลายนิ้วมือแฝงบนโต๊ะทำงานของคุณรินรดาตอนนี้เลยไหมล่ะครับ หรือจะให้ผมเชิญผู้บริหารระดับสูงมาดู 'ผลงาน' ของคุณด้วยตัวเองดี?" คำพูดเรียบๆ แต่เฉียบขาดของอคิราห์ทำให้ธันวากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายลู่ลงอย่างคนจนตรอก ความพยายามที่จะปั่นหัวให้ฉันและอคิราห์ทะเลาะกันด้วยการปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตในโปรเจกต์ก่อนหน้านี้ พังทลายไม่เป็นท่าเมื่อความจริงเปิดเผยออกมาแบบหน้าหงาย ฉันมองแผ่นหลังกว้างของอคิราห์ที่ยืนบังฉันไว้ครึ่งตัวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ปกติแล้วหมอนี่จะปากจัดและชอบสั่งโน่นสั่งนี่จนฉันอยากจะเอาแฟ้มฟาดหัวสักทีสองที แต่เวลาที่เขาปกป้องคนของตัวเอง... อคิราห์ในเวอร์ชันนี้ช่างดูมีเสน่ห์จนอันตรายต่อหัวใจเหลือเกิน "คุณธันวาคะ" ฉันก้าวออกมาจากด้านหลังของอคิราห์ ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาอย่างคนไม่เกรงกลัวใคร "เกมของคุณมันจบแล้วค่ะ ทางเลือกตอนนี้มีแค่คุณจะเดินออกไปเองอย่างเงียบๆ หรือจะให้ฉันเป็นคนโทรแจ้งตำรวจและประจานความหน้าตัวเมียของคุณให้หุ้นส่วนทุกคนในวงการได้รู้" ธันวากัดฟันกรอด ดวงตาคู่เล็กฉายแววเคียดแค้นชิงชังส่งมาทางเราสองคนอย่างไม่ปิดบัง "ฝากไว้ก่อนเถอะ... พวกคุณคิดว่าจะชนะฉันได้ตลอดไปรึไง!" พูดจบ ธันวาก็กระแทកเท้าเดินลิ่วออกจากห้องประชุมไปอย่างหัวเสีย เสียงปิดประตูกระแทกดังปังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน เป็นอันปิดฉากความพยายามในการปั่นหัวและทำลายล้างครั้งนี้ลงอย่างราบคาบ ความเงียบกลับมาเยือนห้องประชุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายลง รินรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสถาปนิกหนุ่มข้างกายที่ยังคงตีหน้านิ่งสนิทตามสไตล์ "แหม... วันนี้คุณคินก็ดูพึ่งพาได้เหมือนกันนะคะเนี่ย" ฉันเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จงใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาใกล้ๆ "นึกว่าจะเก่งแต่ปากเสียใส่ฉันซะอีก" อคิราห์หันมามองฉัน นัยน์ตาคมกริบไหวระริกเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายเจ้าชู้ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ผมไม่ได้เก่งแค่ปากหรอกครับคุณรินรดา..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาขณะที่เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมด้านหลัง "ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเก่งเรื่องอื่นอีกแค่ไหน... ไว้เราค่อยไปเคลียร์กันต่อสองต่อที่คอนโดผมดีไหมล่ะครับ" หัวใจของฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกกับความหยอกเย้าที่คาดไม่ถึง รินรดารีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง "นี่คุณคิน! จะมาไม้ไหนเนี่ย หยอดเก่งนักนะช่วงนี้!" อคิราห์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนามาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของฉันออกให้อย่างเบามือสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนั้นทำให้คำพูดต่อล้อต่อเถียงของฉันติดอยู่ที่ลำคอ บรรยากาศรอบตัวหวานเชื่อมจนน่าแปลกใจ ราวกับว่าพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดผ่านไปและทิ้งไว้เพียงความใกล้ชิดที่เกินเลย ทว่า ในวินาทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนั้นเอง... เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นกะทันหัน พร้อมๆ กับเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติที่ดังแทรกเข้ามาว่า "โปรดอพยพออกจากอาคารทันที เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชั้นใต้ดิน!" และก่อนที่ฉันจะได้ตั้งสติ ไฟฟ้าทั้งชั้นก็ดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดและเสียงฝีเท้าของผู้คนที่วิ่งวุ่นวายด้านนอก ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มือหนาของอคิราห์คว้าข้อมือของฉันไว้แน่น กระชากให้ร่างของเราแนบชิดกันมากกว่าเดิมในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่แนบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงซอกคอ "จับมือผมไว้แน่นๆ... อย่าปล่อยเด็ดขาด" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%