มรดกอาถรรพ์: ผมไม่ได้ล่าผี แค่ระบบบัญชาให้ปิดคดี•ตอนที่ 3

เหยื่อรายที่สาม

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"ศศินา... ถอยไปให้ห่างจากฉัน" เสียงของรินทร์แหบพร่า ทว่าหนักแน่นดุจประกาศิต เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง แต่สายตาจดจ้องเพียงเงาร่างสีแดงฉานที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังของเธอ แสงสีแดงเลือดนั้นไม่ได้ปรากฏแก่สายตาคนทั่วไป แต่มันกรีดแทงนัยน์ตาของรินทร์ราวกับเศษแก้ว ศศินาชะงักฝีเท้า มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะไหล่เขาค้างอยู่กลางอากาศ ใบหน้าสวยคมของทายาทตระกูลจอมขมังเวทไหววูบเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉยที่น่าสะพรึงกลัว เธอค่อยๆ ลดมือลง แววตาคมปลาบนั้นสะท้อนความสงสัยเคลือบแคลง "รินทร์... คุณเห็นอะไรในดวงตาฉันกันแน่?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง "ความไว้วางใจที่เคยมีต่อกัน มันเปราะบางเพียงนี้เชียวหรือคะ?" รินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาขยับตัวเว้นระยะห่างออกไปอีกก้าว ในขณะที่สมองของเขาเริ่มประมวลผลข้อมูลที่ไหลทะลักเข้ามาจากหน้าต่างระบบเบื้องหน้า [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบไออาคมระดับสูงที่แฝงเร้นในร่างกายเป้าหมาย] [สถานะ: อันตรายถึงชีวิต] [คำเตือน: กระแสพลังงานในพื้นที่เปลี่ยนทิศทาง... เป้าหมายที่สามกำลังจะถูกสังเวย] "ฉันไม่ได้มองว่าคุณเป็นผู้ต้องสงสัย ศศินา" รินทร์ตอบสวนกลับโดยไม่หันไปมอง "แต่ฉันกำลังมอง 'สิ่งที่กำลังยืมร่างกายคุณ' อยู่ต่างหาก" บรรยากาศในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลดังที่ปิดตายเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น อากาศโดยรอบหนักอึ้งราวกับมีมวลสารบางอย่างกดทับ กลิ่นอายของกำยานเก่าแก่ผสมปนเปกับกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ ที่โชยมาจากมุมมืดของห้อง รินทร์หยิบเหรียญอาคมโลหะสีดำขึ้นมาขัดถูเบาๆ ระหว่างนิ้วสัมผัสถึงไอเย็นที่แล่นผ่านกระดูก ศศินาเงียบไปนาน ก่อนจะแค่นหัวเราะแผ่วเบา "ถ้าเช่นนั้น คุณก็คงรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนฆ่าเหยื่อสองรายก่อนหน้านี้" "ผู้ฆ่าไม่ใช่คน... แต่มันคือ 'เจตจำนง' ที่ตกค้างอยู่บนรอยเลือด" รินทร์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาของเขาฉายแววสีทองจางๆ อันเป็นผลจากทักษะ 'เนตรสัจจะ' ที่เปิดใช้งานเต็มกำลัง "ศศินา คุณรู้ดีว่าในฐานะผู้สืบทอด คุณไม่ควรเอาตัวเองมาผูกติดกับอาถรรพ์ที่กัดกินวิญญาณแบบนี้ แต่ทำไมคุณถึงยังยอมให้มันเกาะกินร่างของคุณอยู่?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ ศศินาเม้มปากแน่น ความแข็งกร้าวในดวงตาเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น เธอรู้ดีว่ารินทร์ฉลาดเกินกว่าจะหลอกได้ แต่เขาก็ใจดีเกินกว่าจะหักหาญเธอในตอนนี้ "ฉันไม่มีทางเลือก รินทร์" เธอพึมพำ น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้า "สายเลือดตระกูลฉันมันเป็นคำสาป... ยิ่งฉันพยายามไขปริศนาคดีนี้มากเท่าไหร่ รากเหง้าของมันก็ยิ่งฝังลึกในร่างฉันมากขึ้นเท่านั้น" ทันใดนั้นเอง พื้นห้องสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงกระดิ่งลมที่แขวนไว้หน้าต่างดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่าน รินทร์รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงกว่าเดิม [ระบบแจ้งเตือน: ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS ปรากฏขึ้น] [รายละเอียด: ปิดคดีฆาตกรรมรายที่สามก่อนเวลาเที่ยงคืน หรือวิญญาณเป้าหมายจะถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์] [รางวัลความสำเร็จ: เปิดปลดล็อกความลับตระกูลผู้พิทักษ์ / แต้มจิตวิญญาณ +500] [บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียการควบคุมพลังเนตรถาวร] รินทร์หน้าถอดสี ภารกิจระดับ SSS ไม่เคยปรากฏมาก่อน และการที่ระบบเจาะจงลงมาที่ 'เหยื่อรายที่สาม' นั่นหมายความว่าเวลาของเขาและศศินาเหลือน้อยลงทุกที "ดูนั่น..." รินทร์ชี้ไปที่พื้นไม้กลางห้อง ซึ่งรอยเลือดเก่าจางๆ กำลังค่อยๆ นูนเด่นขึ้นมาเป็นลวดลายอักขระที่บิดเบี้ยว มันคือรอยเลือดของเหยื่อรายที่สอง แต่ทว่าในเวลานี้ รอยเลือดนั้นกลับขยายตัวราวกับสิ่งมีชีวิต ศศินาเบิกตากว้าง "นั่นมัน... สัญลักษณ์ผนึกสายเลือดของฉัน!" "คุณโดนหลอกใช้ให้มาที่นี่เพื่อเป็นสื่อกลางในการทำพิธี" รินทร์วิเคราะห์ด้วยเสียงเย็นเยียบ "ศศินา ฟังฉันนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าปล่อยให้จิตใจของคุณคล้อยตามเสียงกระซิบที่ได้ยินจากอักขระนั่น" ทว่าไม่ทันขาดคำ แสงสีแดงที่เคยล้อมรอบร่างของศศินาก็พุ่งวาบเข้าสู่อักขระบนพื้น อากาศรอบตัวกลายเป็นสูญญากาศ ร่างของศศินาถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากล้มลงกับพื้น เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดขณะที่ร่างกายเริ่มเรืองแสงสีม่วงดำที่น่าสยดสยอง รินทร์พุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้ พลังอาคมในตัวเขาปะทะกับแรงอาถรรพ์อย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสีขาววูบวาบ รินทร์กัดฟันแน่น เขารู้สึกได้ว่าระบบกำลังทำงานหนักเพื่อพยายามปรับสมดุลพลังของเขา แต่ทว่า... "รินทร์... หนีไป..." เสียงของศศินาขาดห้วง ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา ทว่าในวินาทีที่รินทร์กำลังจะดึงเธอกลับมาได้สำเร็จ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง ทั้งที่ประตูทางเข้าถูกล็อกตายไว้อย่างแน่นหนา เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากเงามืดเข้ามาในแสงไฟที่กำลังดับวูบ รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยซึ่งควรจะตายไปตั้งแต่วันแรกของคดี นั่นคือเหยื่อรายที่หนึ่ง... ที่เดินกลับมาพร้อมกับมีดอาคมในมือ ขวัญเนตรทายใจหวังว่าคุณผู้อ่านจะตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์พลิกผันในบทนี้และรอติดตามตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรดกอาถรรพ์: ผมไม่ได้ล่าผี แค่ระบบบัญชาให้ปิดคดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%