เสียงกุญแจกระทบกันเบาๆ ที่หน้าประตูห้องชุดหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ทำให้คนที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงขยับเขยื้อน รัญชิตาในยามนี้ไม่มีคราบประธานสาวผู้เย่อหยิ่งและทรงอำนาจหลงเหลืออยู่เลยสักนิด ใบหน้าคมคายที่มักจะเชิดขึ้นยามเผชิญหน้ากับคู่แข่ง ตอนนี้กลับซีดเซียว ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้ขึ้นสูงถึงสามสององศาจากการทำงานหักโหมและตากฝนเพื่อเคลียร์โปรเจกต์ที่กรณ์พยายามเล่นตุกติก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน มีนาราที่ถือวิสาสะใช้สำופןการ์ดสำรองซึ่งเคยได้มาโดยไม่ตั้งใจไขเข้ามาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนกังวล หลังจากเห็นข่าวหน้าหนึ่งเรื่องบริษัทคู่แข่งพยายามควบรวมกิจการโดยใช้ช่องโหว่ขณะที่รัญชิตาหายหน้าไปจากบริษัท หัวใจของสถาปนิกสาวก็กระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ต่อให้ปากจะบอกว่าเกลียดความเผด็จการของอีกฝ่ายแค่ไหน แต่พิมส่งข่าวมาว่าประธานคนเก่งล้มพับคาโต๊ะทำงานและถูกหามกลับคอนโดโดยไม่มีใครดูแล มีนาราจึงทิ้งงานออกแบบตรงหน้าทันที
"รัญชิตา!" มีนารากดเสียงต่ำขณะผลักประตูห้องนอนเข้าไป ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาความโกรธที่สะสมมาทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา
ร่างโปร่งภายใต้ชุดสูทที่ยับยู่ยี่นอนขดอยู่บนเตียงกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหมอนจนผ้าปูยับย่น เปลือกตาที่ปิดสนิทมีร่องรอยความเหนื่อยล้าชัดเจน
มีนาราวางกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากมน ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เธอต้องอุทานเบาๆ "ให้ตายสิ... ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ทำไมไม่ยอมไปโรงพยาบาลวะเนี่ย"
น้ำเสียงที่หลุดออกมาไม่ได้มีความดุด่า เจือไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด มีนาราจัดการเดินหายเข้าห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กกับกะละมังใส่น้ำอุ่นออกมาอย่างคล่องแคล่ว เธอนั่งลงที่ขอบเตียง บรรจงเช็ดตามกรอบหน้าลำคอ และฝ่ามือที่เย็นเฉียบของอีกฝ่ายอย่างเบามือ
สัมผัสอุ่นๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่คุ้นเคยทำให้คนที่นอนซมอยู่เริ่มได้สติ รัญชิตากะพริบตาช้าๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ภาพของมีนารากำลังนั่งขมวดคิ้วจดจ่อกับการเช็ดตัวให้เธอ ปรากฏชัดขึ้นในคลองสายตา
"มา... ได้ยังไง..." เสียงแหบพร่าและแห้งผากเอ่ยออกมาแทบไม่ได้ศัพท์ รัญชิตาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ความมุนงำและอาการปวดหัวเล่นงานจนต้องล้มตัวลงนอนซบหมอนตามเดิม
"นอนนิ่งๆ ไปเลยค่ะคุณประธาน ไม่ต้องมาทำเป็นเก่งตอนนี้เลย หน้าตาซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ยังจะมีปากมีเสียงอีกเหรอ" มีนาราเอ็ดเบาๆ แต่สายตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เธอวางผ้าลงข้างกะละมัง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเรียวที่ร้อนจัดขึ้นมาบีบเบาๆ "รู้ไหมว่าสภาพคุณตอนนี้มันดูไม่ได้เอาเสียเลยกรณ์มันเกือบจะฮุบโปรเจกต์ที่คุณทุ่มเทมาทั้งปีอยู่แล้วนะ ถ้าพิมไม่โทรมาบอก ฉันคงไม่รู้ว่าคุณนอนเป็นผักอยู่ตรงนี้"
รัญชิตามองใบหน้าเรียวสวยที่ฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง หัวใจที่เคยด้านชาและระแวดระวังผู้คนมาตลอดชีวิตกลับรู้สึกวูบวาบแปลกๆ ความซึนเดระที่เคยมีถูกพิษไข้กัดกินจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนแอที่อยากจะซบลงตรงไหล่บางนี้เหลือเกิน
"เป็นห่วงฉันเหรอ..." รัญชิตาเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่มีนาราด้วยประกายระยิบระยับที่เจือความออดอ้อนแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน "ฉันนึกว่า... เธอจะสะใจเสียอีกที่เห็นฉันตกที่นั่งลำบาก"
มีนาราชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบกับสายตาคู่นั้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปากก็ยังคงฟอร์มจัดตามนิสัย "สะใจสิคะ ควรจะฉลองด้วยซ้ำที่คุณจะได้เลิกทำตัวเป็นเจดีย์ทรายคอยสั่งโน่นสั่งนี่สักที แต่... พอเห็นคุณนอนซมไร้ทางสู้แบบนี้แล้วมัน... น่าหงุดหงิดมากกว่าสะใจน่ะสิ"
รัญชิตายกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนแรง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย "ปากแข็งชะมัด... ทั้งๆ ที่รีบพุ่งตัวมาหาฉันทันทีที่รู้ข่าวเนี่ยนะ"
"ใครรีบพุ่ง! ฉันแค่ผ่านมาแถวนี้ต่างหากเล่า!" มีนาราเถียงเสียงสูง แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ความทันคนของเธอใช้ไม่ได้ผลเลยเมื่อเจอสายตาร้อนแรงที่มองตรงมา
รัญชิตาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปควชายเสื้อของมีนาราไว้ ราวกับเด็กน้อยที่กลัวว่าผู้ปกครองจะเดินหนี หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่เก็บงำไว้ในใจมานาน
"มีน..." เสียงเรียกนั้นจริงจังจนมีนาราต้องหันกลับมามอง "ฉันขอโทษ... สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา ที่ปากร้ายใส่ ที่ทำเป็นผลักไส ทั้งที่จริง ๆ แล้ว... ฉันแค่อยากให้เธออยู่ใกล้ๆ"
มีนาราเบิกตากว้างเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ยินคำสารภาพจากปากของประธานสาวผู้เย่อหยิ่งคนนี้ รัญชิตาหลุบตาลงต่ำ ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ "ฉันกลัว... กลัวว่าถ้าบอกความรู้สึกออกไปตรงๆ เธอจะวิ่งหนีฉันไปเหมือนทุกครั้ง ฉันเลยต้องสร้างกำแพงขึ้นมา... แต่พอไม่มีเธออยู่ตรงหน้าจริงๆ ฉันถึงได้รู้ว่า... ฉันขาดเธอไม่ได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ มีนาราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เคมีที่เคยปะทะกันด้วยคารมคมคาย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึง
"คุณนี่มัน..." มีนาราถอนหายใจยาวเหยียด ยอมแพ้ให้กับความคลั่งรักแบบไม่ฟอร์มของคนตรงหน้า เธอยื่นมือไปอังหน้าผากให้อีกครั้งเพื่อเช็กอุณหภูมิ "ป่วยจนเพ้อใหญ่แล้วรัญชิตา พักผ่อนได้แล้วค่ะ เรื่องงานเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง"
"เธอจะจัดการให้ฉันจริงๆ เหรอ?" รัญชิตาเงยหน้าขึ้นมอง แววตาเป็นประกายด้วยความหวัง
"ค่ะ ฉันจะจัดการทั้งเรื่องงาน... แล้วก็จัดการคุณด้วยถ้ายังดื้อไม่ยอมกินยา" มีนาราพูดพลางหยิบชามยาและแก้วน้ำที่เตรียมไว้ข้างเตียงขึ้นมาประคองให้คนป่วยลุกขึ้นพิงหัวเตียง
รัญชิตายอมทำตามอย่างว่าง่าย ผิดวิสัยประธานจอมเนี๊ยบสิ้นเชิง ดวงตาคู่สวยยังคงมองตามทุกการเคลื่อนไหวของมีนาราไม่วางตา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นแค่ความฝัน
หลังจากบังคับให้คนป่วยกินยาและเช็ดตัวจนไข้เริ่มลดลง รัญชิตาก็มีท่าทีง่วง ริมฝีปากแห้งผากขยับยิ้มบางๆ ก่อนจะดึงชายเสื้อมีนาราไว้เบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะลุกขึ้น
"อย่าเพิ่งไป... อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนนะ" เสียงทุ้มแหบเอ่ยขอร้องอย่างน่าเอ็นดู
มีนาราชะงัก เธอมองเตียงกว้างสลับกับใบหน้าของคนที่นอนรอคำตอบ แววตาลังเลฉายชัดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงเหมือนเดิม
"ก็ได้ค่ะ... แค่คืนนี้นะ"
รัญชิตายิ้มกว้างอย่างพอใจ ดวงตากลมโตปิดลงช้าๆ ด้วยความอ่อนเพลีย มือเรียวยังคงกุมมือของมีนาราไว้หลวมๆ ใต้ผ้าห่ม มีนารามองภาพนั้นแล้วส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ทว่า... ความเงียบสงบในยามวิกาลไม่ได้ดำเนินต่อไปอย่างที่คิด
กริ๊งงงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของมีนาราที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน มีนาราขมวดคิ้วยุ่ง เอื้อมมือไปหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ 'กรณ์' โทรเข้ามาในยามวิกาล
รัญชิตาที่เกือบจะเคลิ้มหลับ ลืมตาขึ้นทัน1ที ดวงตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาคมกริบและฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจนทันทีที่เห็นชื่อคู่ปรับ
"ปล่อยมันไป..." รัญชิตาเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเจือความหึงหวงและหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "ไม่ต้องรับ"
มีนารามองหน้าจอที่ยังคงสั่นระรัวสลับกับใบหน้าของคนป่วยที่ตอนนี้กลับมาทำหน้าบึ้งตึงใส่เธอเสียอย่างนั้น เธอยกยิ้มมุมปาก นึกสนุกอยากลองใจคนปากแข็งขึ้นมาทันที
"ถ้าฉันไม่รับ... แล้วเขาเกิดมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์ล่ะคะ?" มีนาราแกล้งลอยหน้าลอยตาถาม
"มีนารา!" รัญชิตาผุดลุกขึ้นมานั่งทันที ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งด้วยความหึงที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด มือเรียวคว้าข้อมือมีนาราไว้แน่น ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตด้วยความหวาดหวั่นปนดุดัน "ถ้าเธอกล้ารับสายมัน... ฉันจะจูบเธอจริงๆ ด้วย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" เสมอมานะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 33
เมื่อประธานกลายเป็นหมาโบ้
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!