เสียงหัวปากกาหมึกซึมของภาคินที่ลากผ่านกระดาษไขแผ่นใหญ่ เป็นเพียงเสียงเดียวที่ก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสี่สิบแปด ขณะที่มหานครเบื้องล่างกำลังหลับใหลภายใต้ห่มคลุมของหมอกควันและแสงไฟสีส้มสลัวจากป้ายโฆษณาขนาดยักษ์
"คุณกำลังบอกว่า เส้นเหล็กโครงสร้างหลักของโซน C ไม่ได้ถูกตัดทอนเพื่อลดงบประมาณ... แต่มันถูกออกแบบให้ 'ยอมรับน้ำหนักในจุดที่ผิดพลาด' ตั้งแต่แรกอย่างนั้นหรือครับ"
เสียงของลภัสแหบพร่าเล็กน้อย เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารรายงานการทดสอบความต้านทานแรงดึงที่เพิ่งขโมยมาจากห้องเก็บเอกสารลับของบริษัทธนาธรกรุ๊ปเมื่อสามวันก่อน ดวงตาคู่คมของนักข่าวสาวผ่านการจ้องตัวเลขและสมการมานานกว่าเจ็ดชั่วโมงติดต่อกันจนขึ้นเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ แต่ความกระหายในความจริงยังคงสุกสกาวอยู่ในแววตานั้น
ภาคินไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวในชุดสูทสีเข้มที่ถอดเสื้อนอกพับแขนขึ้นถึงข้อศอกค่อยๆ วางไม้บรรทัดสามเหลี่ยมลงบนโต๊ะเขียนแบบ เขายืดตัวตรง ยอมให้กระดูกสันหลังลั่นกรอบเบาๆ จากการนั่งก้มตัวเป็นเวลานาน ชายวัยกลางคนถอดแว่นสายตาออก ใช้ปลายนิ้วคลึงหว่างและดั้งจมูกที่ขึ้นรอยกดลึก
"สถาปัตยกรรมไม่ได้พูดโกหกครับคุณลภัส..." ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่นัยน์ตาสีสนิมเหล็กกลับมีความร้าวรานซ่อนอยู่ "แต่มันยอมจำนนต่อผู้ที่ถือปากกาขีดเส้นสายเหล่านั้น นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนรู้ดีว่าเสาเข็มเจาะต้องรับน้ำหนักลงสู่ชั้นดินดาน แต่คนที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร... เขาไม่ได้ต้องการตึกที่ตั้งอยู่ได้เป็นร้อยปี เขากต้องการตึกที่ทำกำไรสูงสุดภายในทศวรรษแรก และพร้อมจะทรุดตัวลงอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหมดอายุสัญญาประกันภัย"
ลภัสเงยหน้าขึ้น สบตากับสถาปนิกอาวุโสตรงหน้า เปลือกตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น มันไม่ใช่การคาดเดาของนักข่าวสายอาชญากรรม แต่มันคือคำสารภาพจากปากของ 'ผู้สร้าง' เอง
"คุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้นไม่ใช่หรือครับ ภาคิน" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมและท้าทาย ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อบารมีของชายหนุ่มรุ่นพี่ "ตึก 'The Zenith' ที่คุณภาคภูมิใจนักหนา ก็ตั้งอยู่บนฐานรากที่กำลังกัดกินวิญญาณของคนงานก่อสร้างสามคนที่ถูกฝังกลบไว้ใต้คอนกรีตเมื่อห้าปีก่อนไม่ใช่หรือไง"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดโกนที่ถูกกรีดลงกลางใจ บรรยากาศในห้องทำงานมืดทึบพลันเย็นเยียบลงถนัดตา ภาคินไม่โกรธเคือง เขามองเธอนิ่งนาน คล้ายกำลังประเมินความลึกของบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันของนักข่าวสาวคนนี้ ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันตัวเอง
"คมมากครับสมกับที่เป็นคุณลภัส..." ภาคินลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน เดินไปที่ตู้แช่ไวน์มุมห้อง หยิบแก้วคริสตัลสองใบและรินไวน์แดงวินเทจสีเข้มลงไปอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินกลับมาวางแก้วหนึ่งตรงหน้าเธอ "แต่คุณเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง... ผมไม่ได้สร้างตึกเพื่อธนาธร ผมสร้างตึกเพื่อให้มนุษย์ได้ตระหนักว่าเขากำลังตัวเล็กแค่ไหนเมื่อเทียบกับความโลภของตัวเอง ตึกหลังนั้นไม่ได้พังเพราะวิศวกรรม แต่มันกำลังพังเพราะความลับที่พวกเรากำลังช่วยกันรื้อฟื้นมันขึ้นมาต่างหาก"
ลภัสไม่แตะต้องแก้วไวน์ เธอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน อุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว ระหว่าง 'คนแฉความจริง' กับ 'ผู้ร่วมขบวนการในเงามืด' กำลังดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วงทางจิตวิญญาณที่รุนแรงเกินกว่าจะปฏิเสธ กลิ่นอายของกาแฟดำที่เย็นชืดผสมผสานกับกลิ่นไวน์ฝรั่งเศสราคาแพงลอยอบอวลในอากาศ ปิดกั้นโลกภายนอกที่กำลังวุ่นวายเหลือไว้เพียงคนสองคนที่ฉลาดทันกันและพร้อมจะเดิมพันทุกอย่าง
"แปลนแผ่นนี้ไม่ได้บอกแค่เรื่องโครงสร้าง..." ลภัสโน้มตัวเข้าหาแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังจุดตัดของเส้นเหล็กที่ภาคินเพิ่งวงด้วยดินสอสีแดง "แต่มันคือลายแทงห้องนิรภัยใต้ดินชั้นใต้ดินสามของตึก A... จุดที่ธนาธรใช้เก็บเงินสดสินบนและบัญชีลับทั้งหมด"
ภาคินก้มลงมองตามปลายนิ้วของเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของกันและกัน สถาปนิกหนุ่มใหญ่สูดหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ของลภัสทำให้เขารู้สึกถึง 'ชีวิต' มากกว่าสิบปีที่ผ่านมาภายใต้หน้ากากนักออกแบบมืออาชีพ
"คุณกล้าพอที่จะก้าวเข้าไปในพื้นที่นั้นกับผมไหมล่ะครับ" ภาคินกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเธอจนเกือบชิด "เพราะถ้าพรุ่งนี้เช้า แปลนแผ่นนี้ยังอยู่บนโต๊ะนี้... เราทั้งคู่จะไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ใครตามหา"
ดวงตาของลภัสประกายแสงแห่งความท้าทาย เธอยิ้มรับความเสี่ยงนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน "ฉันไม่เคยกลัวความมืดอยู่แล้วค่ะ... ภาคิน" *(เชิงอรรถผู้เขียน: แม้ในใจจะรู้ว่ากำลังเดินเข้าสู่ปากเหว)*
ทันใดนั้นเอง—!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังก้าวเดินอย่างเป็นจังหวะบนพื้นพรมทางเดินด้านนอก หน้าห้องทำงานของภาคิน เสียงกุญแจกระทบกันดังแกร็ก พร้อมกับไฟฉายลำแสงสีขาวที่สาดส่องลอดผ่านช่องกระจกฝ้าใต้ประตูเข้ามาอย่างกะทันหัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและเงามืดของตึกระฟ้าไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง•ตอนที่ 15
ค่ำคืนในห้องทำงานมืด
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!