ความเงียบในพื้นที่อับทึบของบันไดหนีไฟชั้นสามสิบห้าไม่เคยเป็นมิตรกับใคร โดยเฉพาะเมื่อมันถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ลอยก้องมาจากความมืดเบื้องบน
ภาคินไม่ขยับเขยื้อน ร่างในสูทตัดเย็บเนี๊ยบของเขายังคงยืนบังรัศมีไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวเอาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังร่างที่ก้าวพ้นเงาสลัวลงมา ใบหน้าของชายคนนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ความรู้สึก เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่มักปรากฏอยู่บนหน้าข่าวสังคมของนิตยสารธุรกิจชั้นนำ—รอยยิ้มของ "ธนาธร"
"ดูเหมือนพวกคุณสองคนจะมีความสนใจร่วมกันในเรื่องแปลกๆ นะครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจที่พบคนแปลกหน้าสองคนลักลอบเข้ามาในโซนโครงสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จของตึกระฟ้าแห่งนี้ ธนาธรยืนกอดอกอย่างสบายอารมณ์ แม้ว่ารอบกายเขาจะรายล้อมไปด้วยความเน่าเฟะของระบบทุนนิยมที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมากับมือ
ลภัสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สัญชาตญาณนักข่าวสืบสวนกรีดร้องเตือนภัยในหัว แต่เธอกลับเลือกที่จะเผชิญหน้าด้วยการเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายราวกับกำลังประเมินราคาสัตว์ป่าอันตรายในกรงขัง
"ความสนใจในความจริง มักเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนที่พยายามปิดบังมันเสมอไม่ใช่หรือครับ คุณธนาธร"
ภาคินชิงจังหวะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาของสถาปนิกอาวุโสไหววับชั่วขณะเมื่อปะทะกับสายตาของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้เล่นกันด้วยกฎหมาย แต่เล่นกันด้วยเดิมพันที่แลกมาด้วยชีวิตและชื่อเสียง
ธนาธรหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานสะท้อนกับผนังปูนเปลือย ฟังดูเย็นเยียบเสียจนขนลุก
"ความจริงหรือครับคุณภาคิน... ความจริงในตึกสูงหลังนี้ มันก็เหมือนกับฐานรากของมันนั่นแหละครับ มันถูกเททับด้วยคอนกรีตหนาเตอะจนไม่มีใครขุดคุ้ยมันขึ้นมาได้หรอก ถ้าคุณยังดึงดันจะรื้อถอนมันลงมา สิ่งที่จะพังทลายลงมาทับคุณ อาจไม่ใช่แค่ตึกหลังนี้... แต่อาจเป็นลมหายใจของคุณเองด้วยซ้ำ"
ประโยคคำขู่ที่แฝงมาด้วยความนุ่มนวลนั้นทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา ลภัสขยับตัวเล็กน้อยเตรียมจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเพื่อควักเครื่องบันทึกเสียงออกมา แต่แรงบีบเบาๆ ที่ข้อศอกทำให้เธอต้องชะงัก
ภาคินเป็นคนดึงเธอไว้ มืออุ่นจัดที่สัมผัสผ่านเนื้อผ้าส่งสัญญาณเตือนอย่างเงียบเชียบ สถาปนิกหนุ่มใหญ่ปะทะสายตากับธนาธรอย่างไม่เกรงกลัว
"ตึกหลังนี้ผมเป็นคนออกแบบโครงสร้างครับคุณธนาธร ผมรู้ดีว่าจุดไหนคือจุดรับน้ำหนัก และจุดไหนคือจุดอ่อน... รอยร้าวเล็กๆ ที่คุณพยายามเอาปูนมาโบกปิดไว้ มันไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริงหรอกนะครับ มันแค่รอเวลาที่จะระเบิดออกมาตอนที่รับน้ำหนักไม่ไหวเท่านั้นเอง"
รอยยิ้มบนใบหน้าของธนาธรเลือนหายไปชั่วพริบตา ดวงตาคมกริบฉายแววคุกคามอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว
"ถ้าอย่างนั้น... เราคงต้องมาดูกันว่า ระหว่างรอยร้าวที่คุณว่า กับอำนาจในการจัดการของผม อะไรมันจะพังเร็วกว่ากัน" ธนาธรเอ่ยเสียงเยือกเย็น ก่อนจะผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญ "เชิญตามสบายครับสำหรับค่ำคืนนี้ แต่อย่าลืมว่า ทางลงข้างล่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และบางที... คุณอาจจะหาทางออกไม่พบด้วยซ้ำถ้าเดินผิดชั้น"
พูดจบ ธนาธรก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นไปในความมืดของบันไดหนีไฟเบื้องบน ฝีเท้าของเขาสม่ำเสมอและมั่นคง ทิ้งให้เสียงสะท้อนสุดท้ายก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่
เมื่อเสียงนั้นลับหายไป ลภัสจึงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอหันมามองภาคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความนับถือที่ผสมปนเปกันในสัดส่วนที่ยากจะคาดเดา
"คุณรู้ตัวไหมว่าเพิ่งเอาหัวไปจ่อปากเสือ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบ
"เสือตัวนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอครับ ถ้าเรารู้ว่ามันซ่อนเขี้ยวไว้ตรงไหน" ภาคินตอบสั้นๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปยังโต๊ะทำงานชั่วคราวของเขาที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงชั้นสามสิบห้า "มานี่เถอะครับ ก่อนที่ รปภ. รอบดึกจะเดินมาตรวจโซนนี้"
ลภัสก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว บนโต๊ะทำงานรกๆ นั้น นอกจากกระดาษแปลนอาคารจำนวนมากแล้ว ยังมีแฟ้มเอกสารปกแข็งสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งวางอยู่—แฟ้มที่ภาคินเพิ่งดึงออกมาจากลิ้นชักนิรภัยที่ถูกล็อกไว้ด้วยรหัสผ่าน
"นี่คืออะไร?" นักข่าวสาวถาม น้ำเสียงเจือความตื่นเต้นเมื่อสัญชาตญาณบอกว่านี่คือ "ของจริง"
"นี่คือแฟ้มงบประมาณการก่อสร้างฉบับจริง ที่ถูกทำลายในระบบฐานข้อมูลส่วนกลางเมื่อสามเดือนก่อน" ภาคินเปิดแฟ้มออก เผยให้เห็นกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวเลข ลายเซ็น และบันทึกข้อความภายในที่ถูกไฮไลต์ด้วยสีเหลืองสะท้อนแสงหลายจุด "ตัวเลขค่าวัสดุก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างเหล็กหลักถูกปัดส่วนต่างหายไปเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ เงินก้อนนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกโยกย้ายไปเป็นทุนสำรองในนามบริษัทกระดาษของเครือญาติธนาธร"
ลภัสก้มลงมองตัวเลขเหล่านั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สมองอันปราดเปรื่องของนักข่าวสายสืบสวนกำลังประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
"นี่มัน... หลักฐานการทุจริตระดับชาติชัดๆ!" เธออุทานออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว "ถ้าเราเอาเอกสารชุดนี้ออกไปเผยแพร่ ธนาธรไม่มีทางรอดแน่!"
"ช้าก่อนครับคุณลภัส" ภาคินเอื้อมมือมาทับแฟ้มเอกสารนั้นไว้ แววตาของเขาจริงจังและลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะคาดเดา "คุณคิดจริงๆ หรือว่าเอกสารชุดนี้จะรอดไปถึงมือสำนักข่าวของคุณโดยไม่มีใครขัดขวาง?"
"หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า..." ภาคินยังไม่ทันได้อธิบายต่อ เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยจู่ๆ ก็ดังลั่นสนั่นตึก เสียงหวอโหยหวนบาดแก้วหูพร้อมกับระบบสปริงเกลอร์บนเพดานที่พ่นละอองน้ำลงมาเปียกปอนพื้นที่รอบตัวทันที
ในความอลหม่านนั้นเอง ไฟฟ้าฉุกเฉินทั้งหมดดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดและเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางโถงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงของ รปภ. ทั่วไป แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงและหนักแน่นราวกับทหารฝึกมา
ภาคินคว้าข้อมือของลภัสไว้แน่นในความมืด ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มใหญ่สะท้อนแสงไฟกระพริบสีแดงจากสัญญาณเตือนภัย
"วิ่งครับ!"
เขากระชากเธอให้พุ่งตัวเข้าไปในซอกเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ ขณะที่แสงไฟฉายลำแรงกวาดผ่านเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับเสียงตะโกนภาษาต่างชาติห้วนสั้นที่ดังขึ้นจากหน้าประตู—และก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ขยับตัวหนีไปไหน เสียงกระสุนปืนนัดแรกก็เจาะทะลุกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจาย พร้อมกับร่างของใครบางคนพังประตูเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางหนี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง•ตอนที่ 4
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาล
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!