เสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวที่สาดส่องเข้ามาพร้อมกัน ไม่ได้ทำให้ทนายความสาวในชุดสูทสีเทาดำเข้ารูปกระพือเปลือกตาลงแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าบันไดหินอ่อนของศาลยุติธรรม ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความยินดี แม้ว่าในมือของเธอจะเพิ่งถือแฟ้มเอกสารคดีประวัติศาสตร์ ที่สั่นคลอนรากฐานของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ได้ราบคาบก็ตาม
หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเมื่อสามปีก่อน ถูกแปรสภาพเป็นหยาดหยดแห่งน้ำแข็งที่เคลือบเกราะป้องกันหัวใจเธอไว้จนหนาทึบ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้รอยยิ้มราบเรียบที่เธอมอบให้แก่สื่อมวลชน มีรอยแผลเป็นจากอดีตที่ถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าคอยตอกย้ำอยู่ทุกค่ำคืน
"คุณรินรดาคะ! ชัยชนะในวันนี้ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าวงการกฎหมายไทย คุณมีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะที่สามารถเอาชนะทีมทนายของตระกูลอภิวัฒนโภคินได้?"
คำถามจากนักข่าวสาวช่องดังพุ่งตรงมายังเธอ รินรดากวาดสายตามองฝูงชนชั่วครู่ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ความยุติธรรมไม่ได้มีไว้เพื่อให้ผู้มีอำนาจซื้อหาค่ะ... แต่มันมีไว้เพื่อทวงคืนความจริงให้แก่คนที่เคยถูกความเงียบงำทำลายชีวิตต่างหาก"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากังวานและเฉียบคมจนผู้สื่อข่าวรอบกายถึงกับเงียบเสียงลงไปชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าเซ้าซี้ต่อ เมื่อรินรดากวาดสายตาปฏิเสธการให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยท่าทีเยือกเย็น เธอหมุนตัวเดินตรงไปยังรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่ โดยมีทีมงานคอยคุ้มกันอย่างรัดกุม
ประตูรถปิดสนิท ตัดขาดจากเสียงกะหน่ำถ่ายภาพและเสียงเซ็งแซ่ภายนอก ในพื้นที่ส่วนตัวอันเงียบงัน รินรดาถึงกับทิ้งตัวพิงเบาะหนังอย่างอ่อนล้า เปลือกตาปิดลงช้าๆ ลลมหายใจเข้าออกลึกยาวเพื่อขับไล่ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายเดือน
มือเรียวบางที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาไร้เพียรพลอย เอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตบนเบาะข้างๆ ขึ้นมาเปิดดูตารางงานของสัปดาห์ถัดไป ในฐานะทนายความมือหนึ่งที่เพิ่งสร้างสถิติ "ไร้พ่าย"
ข้อเสนอจากสำนักงานกฎหมายระดับโลกและคำเชิญให้เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมการกฤษฎีกาพิเศษหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
แต่นิ้วกลมกลึงที่กำลังเลื่อนหน้าจอรายงานคดีกลับต้องชะงักกึก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที เมื่อรายชื่อของคณะกรรมการอิสระชุดใหม่ที่จะเข้ามาวินิจฉัยคดีทรัพย์สินมูลค่าหมื่นล้านในสัปดาห์หน้าปรากฏขึ้นต่อสายตา
ชื่อนั้น... ชื่อที่เธอพยายามใช้หยาดเหงื่อและคราบน้ำตาฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งความทรงจำเมื่อสามปีก่อน
*นายธนาวิน อภิวัฒนโภคิน*
ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือวินการ์เดียน และอดีตสามีผู้เคยตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง "ผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะเขากิน"
รินรดานิ่งค้างไปราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่คมจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอแท็บเล็ตราวกับมันจะลุกเป็นไฟ ภาพเหตุการณ์ในคืนวันหย่าเมื่อสามปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมุดทะเบียนสมที่ถูกฉีกขาดต่อหน้าต่อตา คำพูดเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูกดำ และแว่นตาที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมพร้อมกับศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
*“เธอคิดจริงๆ หรือรินรดา ว่าผู้หญิงอย่างเธอจะมีปัญญา দাঁড়อยู่ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง? ถ้าไม่มีฉัน เธอว์ก็เป็นแค่เศษฝุ่นข้างถนนเท่านั้นแหละ”*
เสียงทุ้มต่ำอันเย็นชาของเขาดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดากำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าถูกแช่แข็งไว้ด้วยกาลเวลา กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง ราวกับบาดแผลเก่าที่ถูกกรีดซ้ำด้วยมีดเล่มเดิม
ทว่า... ครั้งนี้ ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแว่นตาคู่นั้นอีกแล้ว
ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ก่อนจะคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว ความทรงจำอันอ่อนแอถูกปัดกวาดทิ้งไปในเสี้ยววินาที เหลือไว้เพียงทนายความสาวผู้เยือกเย็นและพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ในเมื่อเขาอยากจะกลับเข้ามาในเกมนี้เอง... เธอก็พร้อมจะต้อนรับอดีตสามีผู้สูงส่งคนนี้ ด้วยบทเรียนราคาแพงที่เขาไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกรถเบาๆ จากผู้ช่วยสาวคนสนิทดึงรินรดาหลุดออกจากภวังค์ เธอกดลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง ใบหน้ากลับมาเรียบสนิทอย่างไร้ที่ติ
"คุณรินคะ ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งว่า... ประธานคณะกรรมการชุดใหม่ที่จะมาร่วมประชุมเตรียมคดีในวันพรุ่งนี้ ขอเข้าพบเป็นการส่วนตัวกับทนายความฝ่ายเราในเย็นนี้ค่ะ" ผู้ช่วยสาวรายงานด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย "ท่านประธานคนใหม่ระบุเจาะจงเลยค่ะว่า... ขอพบคุณรินรดาเพียงลำพัง"
รินรดานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคู่คมฉายแวววาววับขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้ผู้ช่วยสาวถึงกับเสียวสันหลังวาบ
"บอกเขาไปค่ะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทไร้ความเกรงกลัว "ว่าทนายความไร้พ่ายคนนี้... รอการกลับมาของเขาอยู่พอดีค่ะ"
แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอเปิดประตูรถก้าวลงมาเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ สำนักงานกฎหมายของเธอกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความเงียบงัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทที่คุ้นตาเกินกว่าใครกำลังยืนพิงเสาหินอ่อนรออยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยประกายไฟที่สั่นระริก
ธนาวินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคามแต่นิ่งสงบ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์โชว์เข้าจมูก รินรดายืนหยัดนิ่ง ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ปะทะสายตากับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำเธออย่างไม่เกรงกลัว
"ยินดีด้วยนะ... ทนายความรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอמהกระซิบแผ่วเบaข้างหูเธอขณะที่เขาเดินเฉียดผ่านร่างเธอไปอย่างจงใจ "แต่เกมนี้... เธอยังจำรสชาติของการพ่ายแพ้ต่อฉันได้อยู่หรือเปล่า?"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งและบีบคั้นหัวใจนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
กระจกเงาสะท้อนใจ
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำหย่า•ตอนที่ 1
ทนายความไร้พ่าย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่อยากถอนคำหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
