"ถ้าคุณธันวาขยับคิ้วเข้าหากันอีกนิดเดียว หน้าผากคุณจะสามารถหนีบดินสอโรุดริ่งหล่นลงมาได้แล้วนะครับ"
น้ำเสียงใสแจ๋วที่เจือแววขบขันดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องประชุมใหญ่ ธันวาชะงักปลายปากกาหมึกซึมในมือ ข้อมูลตัวเลขงบประมาณการปรับปรุงภูมิทัศน์โครงการริมน้ำที่เพิ่งถกเครียดกันมากว่าสองชั่วโมงพลعيแทบจะละลายหายไปจากสมองทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของประโยคกวนประสาทนั้น
พู่กันนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวบางกำลังหมุนปากกาเน้นข้อความสีพาสเทลเล่นอย่างอารมณ์ดี ชุดสูทเบลเซอร์สีเบจโอเวอร์ไซส์ที่เจ้าตัวสวมทับเสื้อยืดลายกราฟิกซนๆ ดูขัดหูขัดตาสถาปัตยกรผู้เคร่งครัดในระเบียบแบบธันวาเสียเหลือเกิน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดึงดูดสายตา... และกวนหัวใจเขาได้ทุกครั้งที่ขยับตัว
"ผมไม่ได้ขมวดคิ้วเพราะเครียดเรื่องงานครับพู่กัน แต่ผมกำลังคิดอยู่ว่า ถ้าผมอนุมัติให้คุณออกแบบสวนหย่อมโซน C ตามใจชอบ มีหวังงบโครงการคงบานปลายจนผมต้องเอาสูทแพงๆ นี้ไปจำนำ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษามาดสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงภูมิไว้อย่างเต็มที่ แม้ว่าหัวใจเจ้ากรรมจะเต้นผิดจังหวะไปสองรอบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
พู่กันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทศบนโต๊ะกระจกใส นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นจ้องมองทะลุผ่านกรอบแว่นสายตาของเขา ราวกับกำลังอ่านหนังสือพิมพ์หน้าที่ซ่อนข่าวลับเอาไว้
"แหม พูดซะน่าสงสารเชียวครับคุณสถาปนิกปากจัด กลัวงบพังหรือกลัวว่าดีไซน์ของฉันมันจะไปขโมยซีนตึกทรงเรขาคณิตแข็งกระด้างของคุณกันแน่ล่ะคะ... เอ้ย! ของคุณกันแน่ล่ะครับ" พู่กันแกล้งทำเป็นสะดุดคำพูดตัวเองพร้อมกับแลบลิ้นล้อเลียน ท่าทางกวนโอ๊ยแบบนั้นทำเอาธันวาเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีวิธีทำให้เขาเสียศูนย์ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์วัดระดับน้ำเลยสักนิด
"คุณพู่กันครับ กรุณารักษามารยาทในการทำงานด้วยครับ นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมา..."
"โอ๋ๆๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ คนอะไรซื่อบื้อเป็นบ้า หน้าตาออกจะหล่อเหลาคมคายระดับขึ้นปกนิตยสารสถาปัตยกรรม แต่ทำไมเวลาเขินถึงชอบทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้กินยาขมหมอเส็งทุกทีล่ะครับเนี่ย" พู่กันสวนกลับทันควันด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า ปิดท้ายประโยคด้วยการกะพริบตาปริบๆ ส่งความกวนมาให้แบบคอมبوเซ็ต
ธันวาถึงกับไปไม่เป็น ปลายปากกาในมือเกือบหักคามือ คำว่า 'ซื่อบื้อ' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีพีชอ่อนๆ นั้นทำเอาคนฟังอย่างเขาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เขาเนี่ยนะซื่อบื้อ? สถาปนิกผู้กุมบังเหียนโปรเจกต์หมื่นล้านและวางแผนชีวิตไว้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างธันวาเนี่ยนะ คือคนที่ถูกยัยเด็กแลนด์สเคปปากกล้าต้อนจนมุม?
บรรยากาศในห้องประชุมที่เคยเงียบขียบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นมืออาชีพ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดประหลาดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทีมงานคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างพากันก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสาร แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นประกายไฟแปลกๆ ที่พุ่งชนกันระหว่างหัวหน้าทีมทั้งสองฝ่าย
ธันวาขยับแว่นตาแก้เก้อ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา เขารู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เกมนี้ดำเนินต่อไป พู่กันคงได้หัวเราะเยาะเขาจนจบโปรเจกต์นี้แน่ๆ
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมาวิเคราะห์สีหน้าผม..." ธันวาแกล้งโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำถูกลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบที่ได้ยินกันแค่สองคน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "สู้เอาเวลาไปแก้แบบแปลนสวนโซนทิศใต้ที่คุณส่งมาให้ผมเมื่อคืนดีกว่านะครับ เพราะถ้ามันยังสวยแต่รูปแต่ใช้งานจริงไม่ได้..."
เขาเว้นจังหวะไปนิด ปล่อยให้สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างนึกสนุก
"...ผมอาจจะต้อง 'ลงโทษ' คนออกแบบด้วยการให้เลี้ยงกาแฟผมไปตลอดทั้งโปรเจกต์นี้เลยก็ได้"
พู่กันชะงัก รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยริ้วสีแดงระเรื่อที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู ดวงตาคู่โตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึงกับการรุกกลับที่คาดไม่ถึงของพ่อหนุ่มมาดนิ่งคนนี้ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลออยู่ท่ามกลางความเงียบ
"คุณ... คุณมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะเนี่ย ธันวา" พู่กันกระซิบกลับเสียงเบา หางเสียงสั่นนิดๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แต่แววตาไหววับนั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอเริ่มจะตั้งรับไม่ค่อยไหวแล้ว
ธันวายืดตัวกลับมานั่งหลังตรง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ เป็นครั้งแรกของวัน รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง แต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจที่สามารถทวงคืนพื้นที่ความเหนือกว่ากลับมาได้สำเร็จ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เกมกำลังสนุกและเคมีระหว่างทั้งสองกำลังคุกกรุ่นจนน่าติดตาม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้ใครอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ธันวาจำได้แม่นยำว่าเป็นรอยยิ้มของ 'เมฆา' คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขามาโดยตลอด
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย! การประชุมสำคัญพอดี" เมฆากวาดสายตามองธันวาและพู่กันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนาลงบนโต๊ะตรงหน้าพู่กัน "พอดีผมมีข้อเสนอใหม่ที่น่าสนใจกว่าโปรเจกต์นี้สิบคูณ... สนใจไปคุยกันเป็นการส่วนตัวไหมครับ คุณพู่กัน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "สายลมแผ่วเบา" ด้วยกันเสมอนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 10
คนซื่อบื้อในชุดสูท
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!