กระบี่วิปลาสพาดฟ้ากับนางเซียนผู้ตัดขาดธุลีโลก•ตอนที่ 1

กระบี่หักกับสัตว์อสูรปากเสีย

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"กฎแห่งสำนักอัคคีผลาญสวรรค์มีไว้เพื่อสยบมาร มิใช่เพื่อสยบความไร้ค่าของเจ้า ลั่วอู๋หยา! ไสหัวออกไปเสียจากประตูบรรพกาลนี้!" เสียงตวาดก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดกลางฤดูร้อน สะท้อนก้องไปทั่วลานพิธีบูรพา เมฆหมอกสีชาดบนท้องฟ้าปั่นป่วนหมุนวนราวกับมหาสมุทรคลั่ง แรงกดดันจากพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับลงมาจนพื้นศิลาสีนิลแตกร้าวเป็นรอยแยกละเอียดดั่งใยแมงมุม ผู้คนนับพันในชุดอาภรณ์ศิษย์สายในต่างยืนนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดติดอยู่ลำคอ ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ บุรุษผู้หนึ่งกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับยอดเขาที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน ลั่วอู๋หยาแย้มยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นสูงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอดมองผู้อาวุโสสูงสุดบนแท่นบูชาด้วยแววตาสสมเพชระคนเย้ยหยัน ในมือของเขากุม 'กระบี่วิปลาส' อาวุธคู่กายที่บิ่นเว้าจนเหลือสภาพไม่ต่างจากท่อนเหล็กขึ้นสนิม แต่มันกลับแผ่ไอสังหารเย็นยะเยือกออกมาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "สยบมาร หรือว่าสยบความหวาดกลัวของพวกท่านกันแน่ ผู้อาวุโสใหญ่?" น้ำเสียงของลั่วอู๋หยาแหบพร่าแต่นิ่งสนิท เต็มไปด้วยความทะนงตนที่ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่อาจสั่นคลอนได้ "ข้าใช้กระบี่เล่มนี้ปกป้องสำนักมาสามร้อยครั้ง ชะล้างโลหิตของพวกนอกรีตไปเท่าไหร่ พวกท่านย่อมรู้ดีที่สุด แต่วันนี้เมื่อผลประโยชน์และความโลภครอบงำจิตใจพวกท่าน ข้ากลับกลายเป็น 'มาร' ที่ต้องถูกขับไล่... ช่างเป็นตลกร้ายของวิถีเซียนเสียจริง" "บังอาจ!" ผู้อาวุโสใหญ่ตบพนักเก้าอี้หยกแตกละเอียด ร่างชราพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ กรงเล็บปราณเพลิงอัคคีคำรามดั่งพยัคฆ์ร้ายตะปบเข้าที่กลางอกของลั่วอู๋หยาในพริบตา ทว่า ลั่วอู๋หยาไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง ปลายเท้าของเขายังคงฝังแน่นอยู่กับพื้นศิลา *เปรี้ยง!* ประกายไฟจากการปะทะกระจาย ทว่าก่อนที่กระบวนท่าสังหารจะถึงตัว กลับมีเสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแก้วหู ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด "ฮ่าๆๆๆ! อ้ายแก่หัวหงอกหนังเหนียว หน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้ ยังมีหน้ามาใช้วิชาหมาลอบกัดกับเด็กหนุ่มรูปงามเช่นนี้อีกหรือ? น่าไม่อาย! น่าไม่อายเสียจริง!" ร่างสีดำสนิทขนาดเท่าลูกสุนัขพุ่งทะยานออกมาจากสาบเสื้อของลั่วอู๋หยา มันคือ 'จิ่วฉี' สัตว์อสูรบรรพกาลผู้มีใบหน้ากวนประสาท ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ ขนสีนิลวาววับราวกับหางเสือดาว แต่กลับมีหางถึงเก้าเส้นที่สะบัดไกวไปมาอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ผู้อาวุโสใหญ่ชะงักงัน พลังปราณที่กำลังโถมเข้าใส่พลันสะดุดลงชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายโบราณกาลที่เล็ดลอดออกมาจากร่างเล็กๆ ของเจ้าอสูรตัวนี้ "อสูรชั้นต่ำ เดรัจฉานตัวนี้กล้าดียังไง..." "เดรัจฉานบ้านปู่เจ้าสิไอ้เฒ่าหนังยาน!" จิ่วฉีแยกเขี้ยวขาววาววับ พ่นกลุ่มควันสีม่วงประหลาดใส่หน้าผู้อาวุโสใหญ่จนอีกฝ่ายต้องรีบสะบัดแขนเสื้อถอยร่นไปสามก้าวด้วยความตกใจ มันลอยตัวกลางอากาศ ยืดอกผึ่งผายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริตชวนโมโห "จำไว้! วันนี้พวกเจ้าขับไล่จักรพรรดิกระบี่ในอนาคตออกไป วันหน้าต่อให้พวกเจ้าเอาหัวสุนัขมากราบกรานขอร้องให้เขากลับมา เขาก็จะเหยียบพวกเจ้าให้จมธรณี!" ลั่วอู๋หยาเหลือบมองเจ้าอสูรปากเสียข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "จิ่วฉี วันนี้เจ้าพูดจาเข้าหูข้าที่สุด" "แน่นอนสนายท่าน ข้าพูดความจริงเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าสำนักนี้ใกล้จะฉิบหายแล้ว!" จิ่วฉีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเกินเหตุ สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านยอดเขาอัคคีผลาญสวรรค์อย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา ท้องฟ้าที่เคยมีเมฆสีชาด กลับถูกย้อมด้วยสีครามเข้มราวกับรัตติกาลอันหน็บหนาว เหล่าศิษย์สำนักต่างตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากธรรมชาติ แต่เป็นเพราะแรงกดดันระดับที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้าน กำลังแผ่ซ่านลงมาจากนภากาศเบื้องบน บนก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยต่ำลงมาอย่างไร้สุ้มเสียง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งนางยืนอยู่บนยอดกระบวนกระบี่ที่เปล่งแสงเรืองรอง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลม เส้นผมสีดำสนิทดั่งหมึกจีนยาวสยายถึงสะโพก ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับรูปสลักน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทว่าดวงตากลับมีความลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรโบราณที่กักเก็บความลับนับหมื่นปี เซียนจินหลิง... นางผู้สืบทอดวิชาธารน้ำแข็งพันปีแห่งแดนเซียนไร้ธุลี ผู้ที่แม้แต่เจ้าสำนักอัคคีผลาญสวรรค์ยังต้องก้มหัวคำนับให้สามส่วนเมื่อพบหน้า ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานพิธีทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ผู้อาวุโสใหญ่รีบประสานมือโค้งคำนับด้วยความนอบน้อมถึงขีดสุด "คารวะท่านเซียนจินหลิง ลมอะไรหอบท่านผู้สูงส่งมาเยือนสำนักเล็กๆ ของเราในวันนี้ หรือท่านสนใจศิษย์คนใดในพิธี..." เซียนจินหลิงไม่แม้แต่จะชายหางตาแลผู้อาวุโสใหญ่ ร่างระหงของนางเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ทว่าพริบตาเดียวกลับมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าลั่วอู๋หยา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมยในเหมันตฤดูโชยปะทะนาสิก ลั่วอู๋หยาสบตาเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่วินาทีนี้ กลับสะท้อนภาพเงาของเขาเพียงผู้เดียว "เจ้า... จะไปกับข้าหรือไม่?" น้ำเสียงของนางไพเราะดั่งเสียงพิณสวรรค์ แต่กลับเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เป็นประโยคที่สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ ลั่วอู๋หยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างบางจนกลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับความหนาวเย็นของนาง "ไปกับเจ้า? เซียนผู้สูงส่งเช่นท่าน ไม่กลัวว่าชื่อเสียงอันบริสุทธิ์จะแปดเปื้อนเพราะเดินทางร่วมกับศิษย์ผู้ถูกขับไล่เช่นข้าหรือ?" "ข้าไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น นอกจาก..." เซียนจินหลิงเว้นจังหวะ เล็กน้อย ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน "คำทำนาย..." "คำทำนายอันใด?" ลั่วอู๋หยาหรี่ตาลง ทว่า ยังไม่ทันที่เซียนจินหลิงจะเอ่ยปากตอบ ท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดเสียงคำรามลั่นสนั่นหวั่นไหว เมฆหมอกทั้งหมดฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นรอยแยกสีดำสนิทของมิติที่กำลังเปิดออก อักขระโบราณสีทองนับหมื่นตัวพรั่งพรูออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับสวรรค์กำลังประกาศิตประกาศกร้าว จิ่วฉีที่ปกติมักจะปากมาก กลับหุบปากฉับ ขนทั่วร่างลุกชัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มันส่งเสียงคำรามในลำคอด้วยความหวาดกลัว "แย่แล้ว... ประตูแห่งมหันตภัยเปิดออกแล้ว! พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด!" ลั่วอู๋หยากำด้าม 'กระบี่วิปลาส' ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาคมกริบฉายประกายความดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมฉีกกระชากทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า เขาสบตากับเซียนจินหลิงที่ตอนนี้เอื้อมมือเรียสงดงามมาแตะที่แขนเสื้อของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความผูกพันล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ในวินาทีที่อักขระสีทองตัวสุดท้ายบนท้องฟ้าหล่นลงมาทาบทับร่างของทั้งคู่ พื้นศิลาใต้เท้าก็พังทลายลงสู่ห้วงเหวลึกอย่างไร้ก้นบึ้ง พร้อมกับเงาร่างมหึมาของสัตว์อสูรโบราณนับพันที่คำรามก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง... -------------------------------------------------- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ - ลั่วอู๋หยา และ ลั่วอสูรหมื่นภูผา*
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพาดฟ้ากับนางเซียนผู้ตัดขาดธุลีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%