กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงอบอวลอยู่ในห้องสมุดส่วนตัวของเซฟเฮาส์ แสงไฟสลัวสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งรั้นและแพขนงที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมของรินลดา เชฟสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความผิดพลาดใดๆ บนโลกใบนี้ บัดนี้เธอกำลังยืนกอดอกจ้องมองร่างสูงโปรดของพรรษพรที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและหยาดหยดของความโกรธกรุ่นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเงียบ
"คุณต้องการอะไรกันแน่ พรรษพร"
เสียงหวานที่เคยราบเรียบเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ รินลดาเค้นเสียงถามออกไปหลังจากที่พวกเธอต้องเผชิญหน้ากันในสงครามน้ำลายและคำวิจารณ์อันเจ็บแสบมานานนับแรมเดือน บทวิจารณ์ชิ้นล่าสุดของหญิงสาวตรงหน้าเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความภาคภูมิใจในฐานะเชฟอัจฉริยะของเธอจนย่อยยับ แต่วันนี้... ในสถานที่ปิดตายแห่งนี้ ไม่มีกล้อง ไม่มีนักข่าว และไม่มีหน้ากากจอมปลอมของสังคมนักวิจารณ์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
พรรษพรค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า ท่าทางที่สุขุมและเยือกเย็นนั้นยิ่งทำให้รินลดาแทบคลั่ง ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพของเชฟสาวผู้กำลังพยายามปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองด้วยเกราะอันเปราะบาง
"อยากรู้จริงๆ หรือคะ ริน... ว่าทำไมฉันถึงต้องเขียนบทความพวกนั้น" พรรษพรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับหนักแน่นจนดึงบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลึกลงไปทุกที
"ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเกลียดฉัน หรือต้องการเหยียบย่ำฝาชีวะ... เอ่อ ฝีมือของฉัน เพื่อสร้างเรตติ้งให้คอลัมน์ไร้สาระของคุณ แล้วมันจะมีเหตุผลบ้าบออะไรอีก!" รินลดาโพล่งออกมาด้วยความเหลืออด เธอก้าวเข้าไปประชิดโซฟาตัวนั้นจนระยะห่างระหว่างพวกเธอแทบไม่เหลือ ร่างบางระหงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงอย่างไร้เหตุผลเมื่อกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของนักวิจารณ์สาวลอยมาแตะจมูก
พรรษพรไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเซฟสาวผู้เย่อหยิ่ง แววตาคู่สวยที่เคยคมปลาบจนใครๆ ต่างหวาดกลัว บัดนี้กลับไหววูบลงชั่วขณะ ราวกับกำลังซ่อนเร้นมหาสมุทรแห่งความเจ็บปวดบางอย่างไว้ภายใน
"เพราะถ้าฉันไม่วิจารณ์คุณอย่างรุนแรง... ครอบครัวของคุณก็จะไม่มีวันปล่อยให้คุณหลุดพ้นจากคุกทองคำนั่น"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจห้อง รินลดาชะงักกึก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ
"คุณ... ว่าอะไรนะ?"
พรรษพรลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอทำให้ต้องโน้มใบหน้าลงมาใกล้รินลดาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่รินรดกันทำให้รินลดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือเรียวบางของนักวิจารณ์สาวเอื้อมออกไป แต่อยู่กลางอากาศก่อนจะชะงัก แล้วตัดสินใจวางลงเบาๆ บนไหล่บอบบางของเชฟสาว บีบมันเบาๆ เป็นเชิงย้ำเตือนให้ตั้งใจฟัง
"คุณคิดว่าตระกูลอภิวัฒนากุลจะยอมปล่อยให้ทายาทคนเดียวเดินออกจากอาณาจักรธุรกิจอาหารไปเปิดร้านเล็กๆ ตามความฝัน โดยไม่มีข้ออ้างหรือแรงกระแทกจากสังคมภายนอกเลยอย่างนั้นหรือคะ ริน" พรรษพรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและจริงจัง "ถ้าฉันไม่ทำให้ผลงานของคุณดูมีตำหนิในสายตาคนนอก เพื่อลดแรงกดดันบ้าๆ จากบอร์ดบริหารที่จ้องจะดึงคุณกลับไปสืบทอดกิจการ... คุณคิดว่าคุณจะได้ยืนอยู่ตรงจุดนี้เหรอคะ"
รินลดารู้สึกราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่ศีรษะ สมองของเธอขาวโพลน ข้อมูลมหาศาลตีรวนกันอยู่ในหัว ความโกรธเกลียดที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าและความจริงอันน่าตกใจที่เพิ่งกระจ่าง
"คุณ... คุณทำแบบนั้นทำไม..." เสียงของรินลดาขาดห้วง เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อล้นขึ้นมาคลอเบ้า "เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเสียหน่อย ทำไมคุณต้องเอาชื่อเสียงอนาคตของคุณมาเสี่ยงเพื่อฉัน ทำไมต้องยอมเป็น 'นางมารร้าย' ในสายตาของทุกคนด้วยล่ะพรรษพร!"
พรรษพรยิ้มเศร้าๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากนักวิจารณ์ฝีปากกล้าคนนี้ นิ้วเรียวสวยเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของรินลดาออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่แผ่วเบานั้นอบอุ่นจนหัวใจที่ด้านชาของเชฟสาวสั่นสะท้าน
"เพราะฉันทนเห็นคุณถูกขังอยู่ในกรงทองที่ไม่มีความสุขไม่ได้... และเพราะฉัน..."
พรรษพรเว้นจังหวะ ดวงตาสองคู่ประสานกันแนบแน่น ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดที่เก็บงำไว้ภายใต้บทบาทอันเคร่งเครียด ความเงียบงันระหว่างพวกเธอดังก้องเสียยิ่งกว่าเสียงใดๆ เคมีที่พุ่งพล่านและแรงดึงดูดอันตรายทำให้บรรยากาศในห้องสมุดร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที
ทว่า ในวินาทีที่พรรษพรกำลังจะเอ่ยประโยคสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของพวกเธอไปตลอดกาล—
*กริ๊ก! แอด...*
เสียงปลดล็อกรหัสประตูหน้าของเซฟเฮาส์และบานประตูไม้ที่ถูกผลักเข้ามาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยคุ้นหูของบุคคลที่ไม่คาดฝัน ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศอันเปราะบางและลึกซึ้งนั้นลงในเสี้ยววินาที
"ริน! อยู่ข้างในหรือเปล่าลูก แม่กับคุณอาพาคนมาร้านอาหารรอบดึก—"
รินลดาและพรรษพรผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ลมหายใจหอบกระชั้นและความตกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของทั้งคู่ เมื่อเงาร่างของบุคคลที่สามก้าวพ้นขอบประตูห้องสมุดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของพวกเธอนะคะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 15
ความลับของนักวิจารณ์
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!