"ถ้าคุณจะวางไอส์แลนด์ครัวแบบนี้ ก็รบกวนช่วยทำทางเดินให้กว้างพอที่เชฟสองคนจะยืนสวนกันได้โดยไม่เอาศอกกระแทกหน้ากันด้วยครับ คุณสถาปนิก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้รินทร์ชะงักมือที่กำลังขีดเขียนลงบนม้วนกระดาษแปลนสีน้ำเงิน เธอไม่ได้หันไปมองในทันที แต่ตวัดปากกาเมจิกในมือหมุนวนช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาเหมือนน้ำในหม้อต้ม
ไซต์งานก่อสร้างที่ร้อนระอุด้วยฝุ่นปูนและเสียงเครื่องเจาะกลายเป็นเงียบสนิทลงทันทีที่เจ้าของร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งคนใหม่ก้าวเท้าเข้ามา รินทร์ค่อยๆ หันกลับไปประจันหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น
คินน์... ผู้ชายที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่กลับยืนอยู่ท่ามกลางเศษหินปูนด้วยสูทคัตติ้งเนี้ยบกริบ เขามองแปลนในมือเธอด้วยสายตาแบบที่คนเบื้องบนมักมองคนงานก่อสร้าง—เฉยชา ไร้ความรู้สึก และหยิ่งทะนง
"แปลนนี้ผ่านการคำนวณตามหลักสรีรศาสตร์และ Flow ของการทำงานในครัวระดับมาตรฐานโลกมาแล้วครับคุณคินน์" รินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความประชดประชันไว้อย่างชัดเจน เธอขยับแว่นสายตาให้เข้าที่แล้วก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ของสถานที่ "ถ้าเชฟของคุณยืนสวนกันไม่ได้ นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาที่ตัวแปลน แต่อาจจะเป็นเพราะเชฟของคุณตัวใหญ่เกินไป หรือไม่ก็... ไม่รู้จักการทำงานเป็นทีมครับ"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจมีดเชฟของเขาจ้องมองผ่านร่างบางไปที่แผ่นกระดาษบนโต๊ะทำงานชั่วคราว เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดเหลือเพียงไม่กี่คืบ
"ผมจ้างคุณมาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ได้จ้างมาเพื่อวิจารณ์บุคลากรของผม" เขาขยับตัวเข้ามาอีกจนรินทร์ต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะไม้ตัวยาว "แก้ส่วนนี้ซะ ขยายพื้นที่ไอส์แลนด์ฝั่งซ้ายออกไปอีกสิบเซนติเมตร และย้ายเตาฟลูเอด (Flue) มาไว้ตรงกลาง ผมต้องการพื้นที่เตรียมวัตถุดิบที่ไร้รอยต่อ ไม่ใช่เขาวงกตที่ต้องหมุนตัวหลบไปมา"
รินทร์หัวเราะหึในลำคอ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของคนตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน "สิบเซนติเมตร? คุณกำลังทำลายระยะสเปซของตู้แช่ไวน์ด้านหลังนะครับ ถ้าผมย้ายตามใจคุณ สิ่งที่ได้คือครัวที่สวยแต่ใช้งานจริงไม่ได้ คนในครัวจะหงุดหงิด และสุดท้ายอาหารที่ออกมาจากจานคุณก็จะห่วยแตกเพราะเชฟไม่มีสมาธิในการควบคุมอุณหภูมิ"
"คุณมั่นใจมากสินะ" คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูของเธอ ความเย็นชาที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความกดดันที่พุ่งเข้าใส่รินทร์จนเธอรู้สึกหนาววูบวาบไปถึงกระดูกสันหลัง "ถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าผมพูดถูก และคุณทำไม่ได้ตามที่ผมสั่ง... สถาปนิกมือดีอย่างคุณ ควรเตรียมใจรับความล้มเหลวในโปรเจกต์นี้ไว้ได้เลย"
รินทร์กำปากกาในมือแน่น แรงอารมณ์พุ่งพล่าน แต่เธอก็ยังคงรอยยิ้มหยันไว้ที่มุมปาก "ถ้าผมทำได้ตามโจทย์ของคุณโดยที่ครัวไม่พัง และอาหารของคุณยังรักษามาตรฐานระดับมิชลินไว้ได้... คุณต้องเป็นคนออกมาขอโทษผมต่อหน้าทีมงานทุกคน"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เขาไม่ได้ตอบรับทันที แต่กลับหยิบดินสอจากมือของเธอไปอย่างถือวิสาสะ แล้วจรดปลายดินสอลงบนแปลนกระดาษอย่างแม่นยำ
"ผมไม่ชอบการพนันที่ไม่มีเดิมพันที่น่าสนใจ" เขาขีดเส้นทับเส้นร่างเดิมของเธออย่างดุดัน "ถ้าคุณทำสำเร็จ ผมจะยอมรับฟังข้อเสนอการปรับดีไซน์ทุกอย่างที่คุณเคยเสนอมาตั้งแต่ต้นโปรเจกต์โดยไม่เถียงสักคำ... แต่ถ้าคุณแพ้ คุณต้องลาออกจากงานนี้ไปซะ"
อากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน เสียงเลื่อยวงเดือนที่ดังอยู่ไกลๆ ดูเหมือนจะเบาบางไปในทันที รินทร์มองดูเส้นดินสอที่คินน์ขีดทับลงไป มันเป็นเส้นที่ขัดกับหลักการทุกอย่างที่เธอร่ำเรียนมา แต่ทว่า... พอมองดูภาพรวมที่เขากำลังจินตนาการ มันกลับมีช่องโหว่บางอย่างที่น่าสนใจซ่อนอยู่
ในขณะที่รินทร์กำลังจะเอ่ยปากโต้กลับ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในพื้นที่กึ่งปิดตายแห่งนี้
"คุณคินน์ครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่ห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ระบบท่อส่งก๊าซมีปัญหา..."
เสียงของผู้ช่วยผู้รับเหมาที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันทันที คินน์ขมวดคิ้วแน่น เขามองรินทร์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตามผู้ช่วยไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้รินทร์ยืนค้างอยู่ตรงนั้น มือของเธอยังสั่นเล็กน้อยจากแรงปะทะทางอารมณ์ เมื่อเธอเหลือบมองแปลนบนโต๊ะ รอยดินสอสีดำเข้มที่เขาทิ้งไว้กลับไม่ใช่สิ่งที่ดูแย่... แต่มันกลับเป็น 'บลูพรินต์' ที่เปลี่ยนมุมมองของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคินน์หยุดลงที่หน้าประตู เขาหันกลับมาเพียงครึ่งใบหน้า น้ำเสียงของเขาเบาลงแต่ทว่าชัดเจนจนทำให้ใจของรินทร์เต้นผิดจังหวะ
"อย่าเพิ่งแก้แปลนจนกว่าผมจะกลับมา... เพราะเมื่อกี้ผมเพิ่งเห็นทางออกที่ทำให้เราทั้งคู่ไม่ต้องมีใครแพ้ แต่คุณคงยังไม่เห็นมัน เพราะคุณมัวแต่จ้องจะเอาชนะผม"
ก่อนที่เขาจะลับสายตาไป รินทร์เห็นประกายบางอย่างในดวงตานั้น... มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เขาพยายามสร้างขึ้นมา แต่มันคือความท้าทายที่จุดไฟให้เธอลุกโชนจนควบคุมไม่ได้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนแรกนะครับ สเปซโอเดสซีย์หวังว่าทุกท่านจะสนุกกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นนี้ครับ
อุณหภูมิลับฉบับคนเย็นชา•ตอนที่ 1
Blueprints & Bad Attitude
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุณหภูมิลับฉบับคนเย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
