"บอกมาก่อนว่านี่คืออะไร... หรือว่าคุณกะจะวางยาพิษผมทางอ้อมผ่านคาเฟอีน?"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความกระด้างแบบจงใจดังขึ้นทันทีที่รสาผลักประตูกระจกห้องทำงานชั่วคราวประจำไซต์งานเข้ามา ภาพของปกรณ์ในชุดเสื้อช็อปสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อท่อนแขนสมส่วนกำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของเธอ สีหน้าของเขาบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม แต่ในมือข้างหนึ่งกลับถือแก้วกระดาษเก็บความเย็นสีน้ำตาลเรียบหรูแก้วหนึ่งไว้แน่น ราวกับมันคือวัตถุระเบิดเวลาที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อ
รสาชะงักฝีเท้า ปลายปากกาเคอร์เซอร์ในมือเกือบหลุดร่วง เธอปรายตามองแก้วกาแฟในมือของชายหนุ่มสลับกับใบหน้าคมคายที่กำลังพยายามตีสีหน้าถมึงทึงใส่เธออย่างสุดชีวิต
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ปากแข็งยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กผสมพิเศษเกรด A เสียอีก!
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนที่เธอยังเดินตรวจแปลนอยู่โซน B เธอบังเอิญเห็นเขาขมวดคิ้วหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าหน้างานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แถมลูกน้องในทีมยังกระซิบกระซาบกันว่าผู้รับเหมาจอมเนี๊ยบคนนี้ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพราะต้องแก้แบบโครงสร้างคานรับน้ำหนักให้ตรงตามสเปกมหาโหดที่เธอรีเควสไป ด้วยความที่เธอเป็นสถาปนิกที่มีจรรยาบรรณ (และไม่ได้อยากให้เขาล้มพับคาไซต์งานจนงานสะดุด) เธอเลยสั่งลาเต้เย็นหวานน้อยจากร้านโปรดแล้ววางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเขาโดยไม่คิดจะเขียนโน้ตอะไรแปะไว้ทั้งสิ้น... กะว่าให้ดื่มเงียบๆ แล้วสมองจะได้แล่นดีๆ ไม่มาหาเรื่องหักคะแนนเธอกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก
แต่ดูสิ่งที่เขากำลังทำสิครับ!
รสาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วางม้วนแปลนพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะเสียงดังปังจนฝุ่นกระดาษแทบปลิว เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของตัวเองในระยะประชิด ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ
"ถ้าคิดว่ามันคือยาพิษ คุณก็โยนมันลงถังขยะไปสิครับคุณปกรณ์ ไม่เห็นต้องเดินมาถือโชว์ให้เสียเวลาทำงานเลยนี่ หรือว่า... กลัวว่าถ้าทิ้งแล้วจะเสียดายรสชาติลาเต้เจ้าโปรดที่อุตส่าห์ดึดื่มจนหมดไปครึ่งแก้วแล้วล่ะ?"
รสาจงใจเน้นเสียงตรงประโยคหลัง พร้อมกับชำเลืองสายตาไปยังระดับน้ำในแก้วที่พร่องลงไปเกินครึ่งอย่างรู้ทัน
ปกรณ์สะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าที่เคยถมึงทึงฉายแววพิรุธวูบผ่านนัยน์ตาคมกริบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกระด้างเหมือนเดิมตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว
"ใครเสียดายกัน! ผมแค่... แค่ถือมาถามเพื่อความแน่ใจต่างหากว่าคุณไม่ได้แอบใส่อะไรแปลกๆ ลงไปในกาแฟ เพื่อแก้แค้นเรื่องที่ผมท้วงติงเรื่องเสาเข็มเมื่อวานนี้" ปกรณ์เถียงหน้าตาย น้ำเสียงห้วนจัดแต่ใบหูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในระยะกระชั้นชิดนี้ "คนอย่างคุณ รสา... ไว้ใจได้ที่ไหนกัน ปากบอกว่ามืออาชีพ แต่ลับหลังชอบเล่นตลกสกปรก"
"ปากแบบนี้สินะครับที่เขาเรียกว่า 'ปากเสีย' ของแท้" รสาเค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "ถ้าผมจะแก้แค้นคุณ ผมคงไม่ลงทุนควักกระเป๋าจ่ายค่ากาแฟแก้วละเกือบร้อยหอมกรุ่นให้คุณดื่มแก้แฮงค์จากการไม่ได้นอนหรอกครับคุณผู้รับเหมา... ผมเอาเวลาไปนอนฝันหวานดีกว่ามานั่งใส่ใจคนเรื่องมากอย่างคุณแน่ๆ"
"นี่คุณ..." ปกรณ์กัดฟันกรอด ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนรสาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ แรงกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่และกลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยเข้ามาชวนให้หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบอย่างไม่คาดคิด "ใครบอกว่าผมไม่ได้นอน? แล้วใครบอกว่าผมแฮงค์? คุณเอามาตรฐานไหนมาตัดสินผมฮะ รสา?"
"มาตรฐานจากเบ้าตาคล้ำๆ กับสภาพหน้าตาเหมือนซอมบี้ที่ใกล้จะหมดแรงตายตรงหน้าผมนี่ไงครับ" รสาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน ไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายข่มขู่ได้เด็ดขาด "ถ้าไม่อยากดื่มก็วางไว้ตรงนั้นแล้วไสหัวกลับไปตรวจงานโซน C ของคุณซะ! อย่ามาเกะกะขวางทางทำมาหากินของผม"
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลระอุขึ้นมาทันที เคมีระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากปลายนิ้ว ปกรณ์จ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาในอกทุกครั้งที่ได้ต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนนี้
ให้ตาย... เธอช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญที่สุด และในขณะเดียวกันก็ดึงดูดสายตาเขาได้มากที่สุดในโลกใบนี้
"ถ้าผมไม่ไปล่ะ?" ปกรณ์โน้มตัวลงมาต่ำ ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือปลายจมูกของรสา ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนรสาต้องกลั้นหายใจ สมองที่เคยฉลาดเฉลียวและรวดเร็วในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ดวงตาสีนิลของปกรณ์ไม่ได้ดุดันเหมือนตอนแรกอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังพCายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกัน
รสาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางที่กำอยู่ข้างลำตัวจิกเข้าหากันเพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยคเพื่อรักษาระยะห่าง
ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะได้หลุดออกจากริมฝีปากของเธอ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกผางโดยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่รู้เวลากลุ่มเวลาเสียเลย
"คุณรสาครับ! แย่แล้วครับ แบบแปลนโครงสร้างฐานรากที่เพิ่งส่งมาจากสำนักงานใหญ่เกิดปัญหาใหญ่แล้วครับ! วิศวกรควบคุมงานบอกว่า... มีการคำนวณสเกลผิดพลาด..."
เสียงร้องโวยวายของธนภัทรที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับภาพของปกรณ์และรสาที่ยืนประชิดกันจนแทบจะรวมร่างอยู่บนโต๊ะทำงาน
ธนภัทรเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ สลับมองหน้าเพื่อนสนิทกับผู้รับเหมาหนุ่มมาDดเข้มที่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต
ปกรณ์เสมองไปทางอื่น ใบหน้าคมคายกลับมาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ขณะที่รสาหน้าแดงก่ำ รีบก้มลงหยิบม้วนแปลนขึ้นมาคลี่ดูแก้เขินทันที
แต่ทว่า... ประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากของธนภัทร กลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตาเดียว และแขวนความรู้สึกของทุกคนไว้บนเส้นด้าย
"เอ่อ... คือ... ไม่ใช่แค่เรื่องแปลนหรอกครับคุณรสา แต่... แต่ตอนนี้เจ้าของโครงการตัวจริง... เดินทางมาถึงหน้าไซต์งานกะทันหันแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับผู้รับเหมาจอมเนี๊ยบ•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอซื้อให้
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับผู้รับเหมาจอมเนี๊ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
