เล่ห์กลกบฏรัก: ปรับบัญชีแค้นนางร้ายไร้ใจกับนายทุนผู้เย็นชา•ตอนที่ 3

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ถ้าฉันต้องการให้ตระกูลวอน โรเซนเบิร์ก กลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่าในตลาดหุ้น ดาร์เรน... คุณจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการเซ็นเอกสารชุดนั้น?” เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อiนเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของอาคารฮาร์ทกรุ๊ป อาคารกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืนราวกับอัญมณีสีนิล กลิ่นอายของกาแฟคั่วชั้นดีผสมผสานกับความกดอากาศที่ถูกควบคุมไว้อย่างแม่นยำ ทำให้บรรยากาศในห้องนี้เต็มไปด้วยความทรงอำนาจและอันตราย เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก ในชุดเดรสสูทเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นทรวดทรงองเอวและความสง่างามอย่างไร้ที่ติ เส้นผมสีบลอนด์ยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและต่างหูเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายวาววับตามจังหวะการขยับตัว ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอเช่นอดีตอีกต่อไป มีเพียงความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนเดือนมืด แต่ลึกลงไปกลับซ่อนคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางทาง ตรงข้ามกับเธอคือ ดาร์เรน ฟอน ฮาร์ท ชายหนุ่มผู้ถูกขนานนามในแวดวงการเงินว่าเป็น ‘มัจจุราชไร้หัวใจ’ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักของเทพเจ้ากรีกประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มราวกับพายุฝนกำลังจ้องมองร่างบางตรงหน้าอย่างพิจารณา ราวกับเสือดาวที่กำลังสนุกสนานกับการเล่น2กับเหยื่อที่ดันเดินเข้ามาหาในถ้ำด้วยความเต็มใจ “เร็วกว่าที่คุณคิดแน่นอนค่ะ เอเลน่า” ดาร์เรนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นและอำนาจเบ็ดเสร็จ “แต่คำถามคือ... คุณมีอะไรมาแลกกับการที่ผมต้องทุ่มเงินนับพันล้านเพื่อทำลายว่าที่คู่หมั้นของคุณเองล่ะ? หืม?” ปลายนิ้วเรียวยาวของมเคาะลงบนพนักแขนเก้าอี้เบาๆ เป็นจังหวะ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารทางการเงินบนโต๊ะ ซึ่งแสดงให้เห็นตัวเลขหนี้สินก้อนโตของตระกูลวอน โรเซนเบิร์กที่กำลังจมดิ่งลงเหวอย่างช้าๆ ฝีมือของใครบางคน—หรือพูดให้ถูกคือ ฝีมือของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เอง ที่แอบส่งต่อข้อมูลลับให้เขาตั้งแต่เธอยังถูกมองว่าเป็นเพียง “นางร้ายไร้สมอง” ของสังคมชั้นสูง เอเลน่าแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับงดงามจนน่าขนลุก เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์สาวที่กำลังเดินตรวจอาณาเขตของตนเอง “ฉันไม่ได้มาขอความช่วยเหลือจากคุณในฐานะผู้หญิงที่น่าสงสารหريكคะ ดาร์เรน...” เธอกล่าวพร้อมกับโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สองมือแตะลงบนพื้นโต๊ะกระจกใส สายตาคมกราบประสานกับดวงตาสีเทาเข้มอย่างไร้ความเกรงกลัว “แต่ฉันกำลังยื่น ‘โอกาส’ ให้คุณเข้าซื้อกิจการครึ่งหนึ่งของตระกูลวอน โรเซนเบิร์กในราคาที่ถูกยิ่งกว่าเศษดิน... แลกกับการที่กองทุนของคุณจะช่วยกวาดล้างชื่อเสียงของพวกเขาทิ้งให้หมดสิ้นจากหน้าประวัติศาสตร์ธุรกิจ” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ดาร์เรนชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขาขยายกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ แววตาที่มองเอเลน่าเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย มันไม่ใช่ความรู้สึกดูแคลนอีกต่อไป แต่เป็นความหลงใหลในความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาที่เฉียบคมจนน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ “คุณนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ผมประเมินไว้เสียอีกนะ” ดาร์เรนหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความระ1ทึกใจ “ทิ้งตระกูลของตัวเอง เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่เคยร่วมรัก และใช้เงินของผมเพื่อเป็นบันไดก้าวสู่อำนาจ... คุณไม่กลัวว่าสักวันหนึ่ง ผมจะหันมาแว้งกัดคุณบ้างหรือไง?” “ถ้าคุณคิดจะทำ... คุณคงทำไปตั้งแต่ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วค่ะ ดาร์เรน” เอเลน่าตอบกลับทันควันอย่างไร้ความลังเล น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่น “เราต่างก็เป็นพวกกระหายอำนาจและผลประโยชน์เหมือนกัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องปฏิเสธข้อเสนอที่หอมหวานขนาดนี้” ดาร์เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้เอเลน่าต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มแทบจะชนเข้ากับเส้นผมบลอนด์ของเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเข้มข้นของบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกของหญิงสาว ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่เอเลน่าไม่มีทางแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นเด็ดขาด เธอยังคงสบตากับเขาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน “ตกลงค่ะ...” ดาร์เรนกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มเนียนจนเอเลน่าต้องแอบกลั้นหายใจ “ผมยอมรับข้อเสนอของคุณ... แต่มีเงื่อนไขเดียวเท่านั้น” เงื่อนไขอะไรบางอย่างกำลังจะถูกเอื้อนเอ่ยออกมา แต่ก่อนที่เอเลน่าจะได้ทันถาม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกเสียก่อน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ท่านประธานครับ...” เสียงของเลขาหนุ่มดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน “มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกขึ้นมาถึงชั้นนี้แล้วครับ... พวกเขาอ้างว่าเป็นตัวแทนจากตระกูลวอน โรเซนเบิร์ก และกำลังพยายามพังประตูเข้ามาครับ!” ดาร์เรนขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมคาย ขณะที่เอเลน่ายังคงนิ่งสงบ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘ตระกูลวอน โรเซนเบิร์ก’ ดูเหมือนว่าเหยื่อจะรีบวิ่งเข้ามาหาความตายเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะ... ดาร์เรนปรายตามองเอเลน่าที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา ราวกับกำลังท้าทายกลายๆ ก่อนที่มหาเศรษฐีหนุ่มจะเอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตสีดำสนิทบนโต๊ะ ปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนลายนิ้วมืออย่างไม่รีบร้อน ปลายนิ้วเรียวของเขากดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย หน้าจอแสดงผลยอดเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเอเลน่าพุ่งทะยานขึ้นสู่หลักร้อยล้านในพริบตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการทำธุรกรรมที่ดังขึ้นกังวานในความเงียบ *ติ๊ง!* “บัญชีวงเงินไม่จำกัดนี้... เปิดใช้งานเพื่อคุณแล้วค่ะ เอเลน่า” ดาร์เรนกระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ “ไปเปิดฉากแสดงละครสัตว์ให้พวกมันดูหน่อยสิ... ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเกมนี้ตัวจริง” เอเลน่ารับแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ดวงตากลมโตฉายประกายอำมหิตอย่างปิดไม่มิด เธอก้าวหันหลังให้ชายหนุ่มอย่างสง่างาม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องทำงานออกกว้าง เพื่อเผชิญหน้ากับความวุ่นวายที่รออยู่เบื้องนอก แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่แค่เลขาหนุ่มและรอนที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่เท่านั้น แต่เป็นร่างสูงโปรดของใครบางคนคุ้นเคยยืนกอดอกอยู่ตรงกลางทางเดิน พร้อมด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงมายังเธอโดยเฉพาะ “เอเลน่า... เธอคิดจะเล่นเกมตลกอะไรกันแน่ ถึงกล้าบล็อกการติดต่อของฉันทั้งหมดแบบนี้!” (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกบฏรัก: ปรับบัญชีแค้นนางร้ายไร้ใจกับนายทุนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%