คมดาบสีเงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยดวง วับวามจนบาดนัยน์ตาของผู้ที่กำลังจะสิ้นลม หิมะสีเทาปนเขม่าควันจากการเผาทำลายคฤหาสน์ตระกูลโรเซนเบิร์กเมื่อครู่ยังคงโปรยปรายลงมาเคลียคลออยู่บนบ่าเปลือยเปล่าของนางเอก เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก ไม่เหลือเค้าลางของสตรีผู้เย่อหยิ่งผู้เคยเหยียบย่ามผู้คนด้วยความคะนองปากอีกต่อไป บนเรือนร่างระหงมีเพียงชุดผ้าลินินหยาบกระด้างที่เปรอะเปื้อนคราบโลหิตและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น
"เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก เจ้ามีความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังกบฏ ทรยศต่อจักรวรรดิ และสังหารท่านเคานต์ผู้เป็นบิดา... โทษทักษิณนี้มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะชำระล้าง!"
เสียงประกาศิตของตุลาการหลวงดังก้องกังวานท่ามกลางลานประหารกลางกรุงเวียนนา ทว่าเอเลน่ากลับไม่ได้หลั่งน้ำตาแห่งความหวาดกลัวออกมาแม้แต่หยดเดียว ดวงตาสีไพลินที่เคยพราวระยับด้วยความไร้เดียงสา บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยไฟพยาบาทที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่ากองเพลิงตรงหน้า เธอกวาดสายตามองฝูงชนที่เคยสยบแทบเท้า ผู้คนที่เคยยกยอสรรเสริญเธอต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ ราวกับเธอมันเป็นตัวประหลาดที่น่ารังเกียจที่สุดในแผ่นดิน
โดยเฉพาะ 'ลูคัส' คู่หมั้นหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ผู้ชายที่เธอยอมแม้กระทั่งเอาชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลไปค้ำประกันเพื่อส่งเสริมให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด บัดนี้เขากำลังยืนเคียงข้างกับสตรีอื่น—น้องสาวต่างมารดาผู้แสนบอบบาง—สายตาที่เขามองมายังเธอมันช่างว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
*ช่างโง่เขลา... โง่เขลายิ่งนัก เอเลน่าเอ๋ย เจ้ามันแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกใช้แล้วทิ้ง*
ริมฝีปากที่แห้งผากระตุกยิ้มเยาะหยันให้กับความโง่เขลาของตนเอง ในวินาทีที่คมดาบหนักอึ้งพุ่งแหวกอากาศลงมาตัดผ่านลำคอ ความเจ็บปวดราชาด้วยไฟนรกแผดเผาไปทั่วร่าง โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ติดอยู่ลำคอ...
*ถ้าหากสวรรค์มีตา... หากความแค้นนี้มันลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ข้าขอสาบานด้วยวิญญาณทุกอณู... ว่าข้าจะกลับมาเหยียบย่ำพวกมันทุกคนให้จมดิน!*
***
"คุณหนูคะ... คุณหนูคะ! ได้เวลาตื่นแล้วค่ะ วันนี้เป็นวันสำคัญนะคะ งานหมั้นหมายกับท่านชายลูคัสจะเริ่มขึ้นในอีกสามชั่วโมงข้างหน้านะคะ!"
เสียงแหลมเล็กคุ้นหูปลุกให้เอเลน่าสะดุ้งเฮือก เปลือกตาบางเปิดพรับขึ้นอย่างรวดเร็ว สัมผัสแรกไม่ใช่ความหนาเหนอะของลานประหารและกลิ่นคาวเลือด หากแต่เป็นความนุ่มสบายของเตียงนอนบุด้วยขนนกแท้กลิ่นหอมกรุ่นของดอกกุหลาบขาว ลมเย็นๆ จากหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงแดดอุ่นยามสายเผยให้เห็นห้องนอนสไตล์โรโกโกสีชมพูพาสเทลที่คุ้นตาอย่างประหลาด
เอเลน่าหอบหายใจถี่กระชั้น มือเรียวบางยกขึ้นลูบลำคอขาวเนียนของตนเองอย่างตื่นตระหนก ไม่มีรอยแผล... ไม่มีเลือด... ผิวเนียนนุ่มราดด้วยน้ำนมโคไม่มีร่องรอยของการถูกบั่นศีรษะแม้แต่น้อย
"นี่ฉัน..." เธอกล่าวพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาสีไพลินกวาดมองปฏิทินตั้งโต๊ะหรูหราที่สลักตัวเลขไว้อย่างชัดเจน
*วันที่ 12 เดือนตุลาคม ปีศักราช 1892*
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับกลองศึก มันคือวันเดียวกันกับวันหมั้นหมายของเธอกับลูคัส... วันเริ่มต้นของนรกที่ตระกูลโรเซนเบิร์กถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนหมดตัว และเธอกลายเป็นแพะรับบาปในตอนท้าย!
"คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมเหงื่อออกเต็มหน้าผากแบบนั้นล่ะคะ?" เมดสาวคนสนิทนามว่า 'มีอา' เอ่ยถามด้วยความกังวล พร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้
เอเลน่าหรี่ตามองเมดสาวตรงหน้า ทบทวนความทรงจำในอดีต มีอาคนนี้คือคนที่แอบวางยาพิษลงในเครื่องดื่มของเธอในคืนวันหมั้น เพื่อให้เธอมีอาการป่วยและต้องยกอำนาจการบริหารกองทุนตระกูลให้ลูคัสดูแลชั่วคราว หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสวยช่างงดงามราวกับปีศาจจำแลง ทำเอาเมดสาวถึงกับผงะถอยหลังด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"เปล่าหรอก... ฉันแค่นอนฝันร้ายไปนิดเดียวเอง" เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเยือกเย็นจนน่ากลัว "ฝันว่า... ฉันตายอย่างไร้ค่าบนลานประหารอย่างไรล่ะ"
มีอาสะดุ้งโหยง หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทำไมคุณหนูผู้แสนเอาแต่ใจและโง่เขลาคนนี้ ถึงได้มีสายตาที่ทรงอำนาจและน่ากลัวปานนี้ ราวกับพญามัจจุราชที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากขุมนรกก็ไม่ปาน
"เตรียมชุดให้ฉัน..." เอเลน่าก้าวลงจากเตียงด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชินีที่กำลังเสด็จออกว่าราชการ "เอาชุดที่แพงที่สุด หรูหราที่สุด และโดดเด่นที่สุดในห้องแต่งตัวมาให้ฉัน วันนี้... ฉันจะไปร่วมงานหมั้นของฉันเอง... ด้วยความตื่นเต้นที่สุดเลยล่ะค่ะ"
ทว่า ก่อนที่เอเลน่าจะได้ก้าวเท้าออกจากห้องแต่งตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของพ่อบ้านประจำตระกูลที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความตระหนก
"คุณหนูครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" พ่อบ้านละล่ำละลัก "ธนาคารกลางและกลุ่มทุนต่างชาติส่งหนังสือด่วนที่สุดมาแจ้งว่า... ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเราถูกอายัดโดยมหาเศรษฐีลึกลับผู้ถือครองหุ้นใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์... ท่านผู้นั้นกำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองครับ!"
เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากลึกซึ้งยิ่งขึ้น
*อ๋อ... เขามาเร็วกว่าที่คิดสินะ... 'ดาร์เรน ฟอน ฮาร์ท' ผู้ชายที่รวยที่สุดในโลกผู้ไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็น*
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกจนหัวซุกหัวซุน ประตูห้องโถงใหญ่ด้านล่างก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับฝשเท้าหนักแน่นของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ร่างสูงสง่าในเรือนผมสีเงินยวดยวงและดวงตาสีอำพันที่เย็นชาไร้ความปราณี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงโถงบันได ก่อนที่เขาจะโยกศีรษะเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหกลำบินวนอยู่เหนือหลังคาคฤหาสน์ พร้อมกับเสียงประกาศก้องผ่านโทรโข่งจากบอดี้การ์ดนับร้อยคนที่ปิดล้อมรอบคฤหาสน์
**"ท่านดาร์เรน ฟอน ฮาร์ท ซื้อคฤหาสน์หลังนี้และหนี้สินทั้งหมดของตระกูลโรเซนเบิร์กไว้เรียบร้อยแล้ว!"**
ดาร์เรนกวาดสายตาคมกริบขึ้นมามองเอเลน่าที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับควักการ์ดสีดำขลิบทองยื่นออกไปตรงหน้า แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับช็อกตาค้างจนแทบหยุดหายใจ
"สนใจมาเป็นเจ้าของเงินทุนมูลค่าหมื่นล้าน... ร่วมกับฉันไหมล่ะ เอเลน่า?"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "เอวาลินน์ปลายพู่กัน" ในบทแรกนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์กลกบฏรัก: ปรับบัญชีแค้นนางร้ายไร้ใจกับนายทุนผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
วันสุดท้ายของนางร้าย
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกบฏรัก: ปรับบัญชีแค้นนางร้ายไร้ใจกับนายทุนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!