วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สยบมรรคาเทพเซียน•ตอนที่ 1

ศิษย์ขยะผู้ถูกสาป

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้ายังหายใจอยู่ ก็จงคลานออกไปจากเขตแดนสำนักเสีย อย่าให้เลือดชั่วๆ ของเจ้าต้องมาแปดเปื้อนศิลาหยกของข้าพเจ้าอีกเลย!" เสียงตวาดกร้าวของศิษย์พี่ใหญ่จ้าวเฟิงดังก้องบาดลึกในโสตประสาท ตามมาด้วยแรงถีบมหาศาลที่ซี่โครง ร่างของหลี่มู่เฉินกระเด็นกระทบกับผนังหินที่เย็นเฉียบจนกระดูกลั่นร้าว ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกนับพันเข็มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจรที่ขาดสะบั้น หลี่มู่เฉินกระอักเลือดสีคล้ำออกมาคำโต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่มืดมิดและอับชื้น เขายันกายขึ้นอย่างยากลำบาก นิ้วมือที่สั่นเทาขุดจิกไปบนพื้นหินจนเล็บหลุดร่วง ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นเงาร่างของศิษย์ร่วมสำนักที่ยืนล้อมวงมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามดั่งมองมดปลวก "ขยะก็คือขยะ" ศิษย์น้องหญิงผู้หนึ่งเอ่ยพลางใช้ปลายรองเท้าเชิดคางของเขาขึ้น "วันประลองคัดเลือกศิษย์ชั้นในมาถึงแล้ว สภาพสวะเช่นเจ้ายังคิดจะฝันหวานถึงการเลื่อนขั้นอีกหรือ? ตายไปในกองขยะนี้น่ะแหละ เหมาะสมกับเจ้าที่สุดแล้ว" พวกมันหัวเราะร่าก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนทรมาน หลี่มู่เฉินพยายามพยุงลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ เขารู้ดีว่ากระดูกซี่โครงของเขาแตกละเอียด เส้นชีพจรหลักถูกพลังปราณอัคนีเผาผลาญจนไม่เหลือเค้าเดิม หากเป็นคนธรรมดา ป่านนี้คงสิ้นใจไปนานแล้ว ทว่าในห้วงจิตใต้สำนึกที่แตกสลาย กลับมีบางอย่างที่กำลังเต้นเร่า *‘ความแค้นงั้นหรือ...’* เขาคิดในใจ ลมหายใจติดขัดแต่แฝงไปด้วยความทะนงอันหยั่งรากลึก *‘ความแค้นที่ไม่มีพลังรองรับ ก็เป็นได้เพียงเสียงหมาเห่าที่ไม่มีใครเหลียวแล’* ทันใดนั้น ท่ามกลางความมืดมิดในจิตวิญญาณของเขา กลับปรากฏแสงสีทองสว่างวาบราวกับดวงตะวันเพิ่งกำเนิด บรรพกาลอักขระที่ถูกผนึกไว้ในดวงจิตนับพันปีเริ่มสั่นไหว มันไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือวิถีแห่งการ 'ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริง เขาหลับตาลง สัมผัสถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในความมืดมิดนี้ ไม่ใช่ไอเย็นจากศิลาหิน แต่เป็นไอเย็นจากพลังปณิธานที่สูงส่งจนน่าเกรงขาม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยท่ามกลางหิมะโปรยปรายโชยเข้าจมูก แม้ร่างกายจะไร้เรี่ยวแรง แต่จิตใจของเขาพลันสงบลงอย่างประหลาด "เจ้ายังไม่ควรตายที่นี่..." เสียงหวานใสทว่าเยือกเย็นดั่งสายน้ำแข็งที่ไหลผ่านหุบเขาพันปีดังขึ้นแผ่วเบา หลี่มู่เฉินฝืนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพที่เห็นตรงหน้าคือสตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะ นางยืนอยู่กลางความมืดมิด ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าดวงตากลับจับจ้องมาที่เขาราวกับมองทะลุเข้าไปถึงแก่นแท้ของวิญญาณ เซียนหานเหมย... ยอดฝีมือผู้ปกครองหุบเขาเมฆาหิมะ เหตุใดนางถึงมาปรากฏตัวในสถานที่อัปยศเช่นนี้? "ท่าน... เป็นใคร" เสียงของเขาแหบพร่า ราวกับมีดโกนบาดผ่านลำคอ นางไม่ตอบ ทว่านิ้วเรียวสวยราวกับหยกขาวหยิบจี้หยกที่ตกอยู่ข้างตัวเขาส่งคืนให้ กลิ่นไอเย็นจากมือของนางทำให้ความเจ็บปวดในกายของเขาคล้ายจะถูกแช่แข็งไว้ชั่วคราว "สำนักเมฆาอัคนีเป็นเพียงกรงขังของเหล่าผู้มีสายตาคับแคบ หากเจ้าปรารถนาจะสยบมรรคาเทพเซียน ก็จงอย่ามัวนอนจมกองเลือดเยี่ยงสุนัขข้างถนน" นางหมุนกายเตรียมจากไป แต่หลี่มู่เฉินกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้าชายอาภรณ์ของนางไว้ แม้จะเป็นเพียงการแตะแผ่วเบา แต่นางก็หยุดชะงัก "ข้าจะ... ทำลายวิถีเดิมของข้า... และสร้างกระบี่เล่มใหม่ที่ไม่มีใครกล้าหยาม" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้เลือดจะยังคงไหลออกจากมุมปาก เซียนหานเหมยหันกลับมา แววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีสั่นไหวเพียงชั่วครู่ นางมองเขาราวกับเห็นตัวตนในอดีตของตนเอง นางมิได้สะบัดมือออก ทว่ากลับทิ้งถ้อยคำปริศนาไว้ "คืนนี้... ที่หน้าผาเมฆาคลั่ง หากเจ้าคลานไปถึงที่นั่นได้โดยไม่สิ้นใจเสียก่อน ข้าจะมอบคำตอบที่แท้จริงให้แก่กระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้า" สิ้นคำกล่าว ร่างของนางก็เลือนหายไปราวกับควันจางๆ ในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและหยดน้ำค้างบนใบหญ้าที่ดูประหนึ่งรอยน้ำตา หลี่มู่เฉินกัดฟันแน่น พลังปราณสีทองในจิตวิญญาณเริ่มแผ่ซ่านเชื่อมต่อกับเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้น เขาไม่รู้ว่านางคือมิตรหรือศัตรู แต่เขารู้ดีว่าหากคืนนี้ไม่ไปถึงหน้าผานั้น เขาคงไม่มีวันได้ลืมตาดูโลกในฐานะ 'ผู้กุมชะตา' ได้อีกตลอดกาล เขาพยุงกายขึ้นด้วยความทรมาน ทุกย่างก้าวคือการทดสอบจิตวิญญาณ แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องลงมายังร่างที่โชกเลือดของเขาเงาของเขาทอดยาวไปบนพื้นหินราวกับวิญญาณร้ายที่กำลังจะออกล่า ขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นเขตสำนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มศิษย์เวรยามดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงจากคบเพลิงที่สว่างจ้าไปทั่วบริเวณ! "นั่น! มันยังไม่ตาย! ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าต้องกำจัดให้สิ้นซาก อย่าให้มันหลุดรอดออกไปได้!" หลี่มู่เฉินหยุดชะงัก เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากฝ่ามือของศิษย์เวรยามที่ซัดตรงมายังแผ่นหลังของเขา จิตวิญญาณในกายพลันคำรามดั่งมังกรที่ตื่นจากนิทรา เขาไม่ได้หันกลับไป แต่กระชับเศษกระบี่หักในมือที่เก็บได้จากพื้นแน่น ดวงตาเปลี่ยนเป็นประกายสีทองวาวโรจน์ นี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า... กระบี่ที่อยู่ในมือนั้น มิใช่เพียงเศษเหล็ก แต่มันคือส่วนหนึ่งของวิญญาณเขาที่พร้อมจะอาบเลือดของศัตรูให้ย้อมพสุธา! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหลี่มู่เฉินในก้าวแรกนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สยบมรรคาเทพเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%