กับดักกาลเวลา: รสชาติแห่งการเอาคืนในฟาร์มล้อมรั้ว•ตอนที่ 3

เสียงด่าทอที่กลายเป็นลมพัดผ่าน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"ตบปากตัวเองเสียสิบที หากเจ้ายังกล้าเอ่ยชื่อของกินที่มีราคาแพงลิบลิ่วเช่นนั้นออกมาจากปากเน่าๆ ของเจ้าอีก!" เสียงตวาดแหลมสูงของแม่สามีหลี่ดังสะท้อนก้องไปถึงรั้วไม้ไผ่หน้าบ้าน หล่อนยืนเท้าสะเอว ใบหน้าย่นยับแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ขณะที่ฟางเซียนเพียงแค่ยืนนิ่ง ถือตะกร้าหวายใบเก่าบรรจุผักป่าที่เพิ่งเก็บมาจากท้ายสวน ดวงตาหงส์คู่นั้นไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย "ท่านแม่เจ้าคะ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องฟ้าฝน "สิ่งที่ข้าพูดถึงเมื่อครู่คือ 'ถั่วลิสง' เพื่อนำมาคั่วเกลือขายในตลาด ไม่ใช่ของวิเศษวิโสที่ไหน เหตุใดการที่ข้าจะแสวงหาหนทางเลี้ยงปากท้องของครอบครัว ถึงกลายเป็นความผิดบาปที่ต้องถึงกับต้องตบปากตนเองเชียวหรือคะ?" แม่สามีหลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่คุ้นชินกับการที่ลูกสะใภ้ผู้เคยอ่อนแอราวกับสุนัขจนตรอกจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นเช่นนี้ สายตาของหลี่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เลี้ยงปากท้อง? เจ้ามันก็แค่ตัวกินแรง! อยู่บ้านเฉยๆ กวาดบ้านทำกับข้าวก็บุญหัวแล้ว ยังจะริอ่านเอาเงินไปละลายกับถั่วเน่าๆ อีกหรือ?" ฟางเซียนคลี่ยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้แม่สามีรู้สึกหนาวสันหลังวาบอย่างประหลาด นางวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้คนสูงวัยกว่าช้าๆ ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจที่ซ่อนเร้น "ท่านแม่เจ้าคะ... ในเมื่อท่านบอกว่าข้าเป็นตัวกินแรง เช่นนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของข้าและท่านพี่เอง ส่วนงานบ้านงานเรือนหลังจากนี้ ข้าคงต้องขอจัดสรรเวลาให้เหมาะสม หากข้าหาเงินได้มากขึ้น ความเป็นอยู่ของพวกเราย่อมดีขึ้น ท่านไม่คิดเช่นนั้นหรือคะ?" "แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!" แม่สามีหลี่เงื้อมมือขึ้นหมายจะฟาดลงบนใบหน้าของฟางเซียน แต่ทว่ามือกลับค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเฉินเหว่ยเดินก้าวเข้ามาในลานบ้านพอดี "ท่านแม่ กำลังทำอะไรหรือขอรับ?" เฉินเหว่ยถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เขาสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวของมารดาและท่าทีที่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำของภรรยา ความสงสัยในใจก่อตัวขึ้น ฟางเซียนหันไปมองสามีด้วยแววตานุ่มนวล ต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน "ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านพี่ ข้าเพียงแค่กำลังปรึกษาเรื่องการนำถั่วลิสงไปแปรรูปขาย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวของเราท่านแม่คงเป็นห่วงกลัวว่าจะเปลืองเงินทุน ข้ากำลังอธิบายให้ท่านเข้าใจอยู่พอดีค่ะ" แม่สามีหลี่ชักมือกลับ หน้าเสียจนไปไม่เป็น นางรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นข่มขู่ "เออ! อยากทำก็ทำไป แต่ถ้าขาดทุนเมื่อไหร่ อย่ามาโอดครวญขอส่วนแบ่งข้าวสารของฉันก็แล้วกัน!" นางสะบัดหน้าหนีเข้าเรือนไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด เฉินเหว่ยมองตามหลังมารดา ก่อนจะหันมามองใบหน้าที่เรียบเฉยของภรรยา เขาเห็นรอยจ้ำแดงจางๆ ที่ข้อมือของฟางเซียน—รอยที่เกิดจากการถูกกระชากเมื่อครู่—ความโกรธแล่นริ้วขึ้นในอก "นางรังแกเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่?" ฟางเซียนส่ายหน้าพลางจับมือเขาไว้ "ความโกรธเกรี้ยวของท่านแม่เป็นเพียงลมพัดผ่านเจ้าค่ะท่านพี่ หากข้าเก็บมาใส่ใจทุกครั้ง ตัวข้าเองคงแตกสลายไปนานแล้ว สิ่งที่ข้าต้องการในตอนนี้ คือการทำให้ฟาร์มเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครกล้าดูถูกเราได้อีก" ตลอดช่วงบ่าย ฟางเซียนหมกตัวอยู่ในครัว เธอเริ่มกระบวนการ 'คั่วถั่วลิสง' โดยใช้เคล็ดลับจากมิติฟาร์มที่เธอเพิ่งค้นพบ เพียงแค่หยิบถั่วที่ผ่านการบ่มในมิติเพียงชั่วข้ามคืนมาคั่วในกระทะเหล็ก กลิ่นหอมฟุ้งของถั่วคั่วคลุกเกลือก็ตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน กลิ่นที่หอมหวลจนคนในหมู่บ้านที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดชะงักและเหลียวมอง เฉินเหว่ยยืนมองภรรยาด้วยความทึ่ง เธอไม่ได้ดูอ่อนแอเหมือนสะใภ้ที่เขารู้จักอีกต่อไป การเคลื่อนไหวของเธอดูคล่องแคล่ว แววตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น ทุกเม็ดถั่วที่เธอคั่วดูเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจราวกับเธอกำลังร่ายมนตร์ใส่ลงไปในวัตถุดิบเหล่านั้น เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ กลิ่นถั่วคั่วหอมฟุ้งก็แตะจมูกชาวบ้านที่สัญจรไปมาเสียจนหลายคนเริ่มเคาะรั้วถามซื้อ ฟางเซียนบรรจุถั่วใส่ห่อกระดาษอย่างประณีต มอบรอยยิ้มหวานส่งให้ลูกค้าที่แย่งกันซื้อถั่วห่อแรกของเธอด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่การค้าขายเล็กๆ กำลังไปได้สวย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ขบวนเกวียนม้าที่ดูหรูหราผิดกับวิถีชีวิตชาวบ้านทั่วไปหยุดลงหน้าบ้านตระกูลหลี่ ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมเนื้อดีก้าวลงจากเกวียน พร้อมกับองครักษ์ติดตามสองคน เขามองดูห่อถั่วในมือชาวบ้านด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาฟางเซียน "แม่นาง... ถั่วคั่วของเจ้า กลิ่นหอมชวนให้หวนรำลึกถึงรสชาติในวังหลวงนัก" ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มมุมปาก "ข้าชื่อตระกูลจาง เดินทางผ่านมา เห็นทีข้าคงต้องขอเหมาถั่วที่เหลือทั้งหมดของเจ้าไปให้ท่านผู้เฒ่าที่บ้านเสียหน่อย" ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย นางรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของเล่ห์กลที่แฝงมากับชายผู้นี้ ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากตอบ เสียงตะโกนจากแม่สามีหลี่ที่วิ่งออกมาจากในเรือนก็แทรกขึ้นเสียก่อน "นี่เจ้า! บอกแล้วไงว่าอย่าเอาของพวกนี้มาทำเลอะเทอะ... เอ๊ะ! คุณชายจาง? ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร!" แม่สามีหลี่หน้าถอดสีทันทีที่เห็นหน้าชายผู้นั้น ส่วนฟางเซียนกลับนิ่งงัน สายตาจับจ้องไปที่ตราประทับบนอกเสื้อของชายผู้นั้น—มันเป็นตราสัญลักษณ์ของ 'กรมการคลัง' ที่ควรจะอยู่ในเมืองหลวง ไม่ใช่หมู่บ้านชายขอบแห่งนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการล้างแค้นและสร้างตัวไปกับฟางเซียนนะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะร้อยเรียงบทต่อไปให้เข้มข้นยิ่งกว่านี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกาลเวลา: รสชาติแห่งการเอาคืนในฟาร์มล้อมรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%