"ถ้ามึงยังไม่ออกมาเปิดประตู วันนี้ร้านบะหมี่โสโครกของนึงพ่อมึงพังคามือฉันแน่ อีนังหลานอกตần!"
แรงกระแทกมหาศาลสั่นสะเทือนบานประตูไม้เก่าผุจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาปะทะพื้นดิน น้ำเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกของป้าเฉินดังแทรกทะลุผ่านความเงียบงันยามเช้าตรู่ของตรอกซอกซอยเมืองอุตสาหกรรมยุค 70 เข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน
เหมยหลิงกะพริบตาช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยจากการกระแทกเมื่อคืนวานยังคงหลงเหลืออยู่ แต่ความรู้สึกตื่นตระหนกที่ควรจะมีกลับถูกแทนที่ด้วยความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
กลิ่นอับของความชื้น กลิ่นถ่านไม้ที่มอดดับไปครึ่งๆ กลางๆ และกลิ่นหืนของน้ำมันพืชเก่าเก็บลอยอวลอยู่ในห้องแคบๆ นี่ไม่ใช่ห้องครัวสเตนเลสสตีลไฮเทคในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่เธอเพิ่งยืนสั่งการลูกน้องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่เป็นห้องเช่าทรุดโทรมในยุคที่ข้าวปادข้าวยากหมากแพง
ความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก—ร่างเดิมเป็นหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่เพิ่งสูญเสียพ่อผู้เป็นเจ้าของร้านบะหมี่เล็กๆ ไปอย่างไร้สาเหตุ ทิ้งภาระหนี้สินก้อนโตไว้ให้ และทันทีที่พ่อสิ้นลม ป้าเฉินกับลุงเฉินผู้เป็นญาติฝ่ายพ่อก็แห่กันมาสวาแชมทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทันที ราวกับแร้งที่รุมทึ้งซากสัตว์
ปัง! ปัง! ปัง!
"อีหลิง! อย่าคิดว่าแกล้งตายแล้วจะหนีหนี้สามร้อยหยวนที่พ่อแกยืมสามีฉันไปได้นะ! ถ้าไม่มีเงินสด ก็เอาโฉนดที่ดินร้านนี้มาขัดดอกซะดีๆ!" เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอก พร้อมกับเสียงสมอ้างของลุงเฉินที่ตะโกนสมทบอยู่ด้านหลัง
เหมยหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นควันถ่านจางๆ ที่ลอยมาจากเตาอั้งโล่เก่าๆ ในมุมห้องช่วยเรียกสติให้เหมยหลิงกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ตื่นตระหนก เธอยังคงเป็นเหมยหลิง เชฟมือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวและนักเจรจาธุรกิจหน้าเลือดมานักต่อนัก เพียงแต่ตอนนี้… บรรยากาศรอบตัวมันเปลี่ยนจากห้องแอร์เย็นฉ่ำมาเป็นกลิ่นอายควันถ่านของยุค 70 ที่แสนจะดิบเถื่อนก็เท่านั้น
มือเรียวบางที่ผอมแห้งจากการขาดสารอาหารค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงไม้กระดานแข็งๆ เธอเดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดหน้าเช็ดตาอย่างใจเย็น ราวกับเสียงทุบประตูด้านนอกเป็นเพียงเสียงแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่ง
แกร็ก...
เสียงส Latch ประตูไม้ถูกปลดล็อกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ บานประตูถูกดึงเปิดผางออกอย่างกะทันหัน จนทำให้ป้าเฉินที่กำลังจะงื้อมือขึ้นทุบซ้ำเกือบเสียหลักคะมำหน้าคว่ำเข้ามาด้านใน
"อุ๊ย! ระวังหน่อยสิครับคุณป้า แกs่ขนาดนี้แล้ว ถ้าล้มหัวฟาดพื้นไป ใครจะรับผิดชอบค่ารักษาล่ะครับเนี่ย"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นจากริมฝีปากของหญิงสาว ป้าเฉินชะงักกึก ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นหลานสาวผู้เคยขี้ขลาดตาขาวและเอาแต่ร้องไห้ขี้มูกโป่ง ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยสายตานิ่งเรียบที่ทรงพลังจนน่าขนลุก
"น…นังหลานอกตัญญู! กล้าดียังไงมาพูดจาท้านายฉันแบบนี้!" ป้าเฉินตั้งสติได้ก็แว้ดใส่ทันที ใบหน้าอ้วนท้วมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มืออวบอูมชี้หน้าเหมยหลิงสั่นระริก "หนี้สามร้อยหยวนพร้อมดอกเบี้ย วันนี้แกต้องเคลียร์ให้จบ ไม่งั้นฉันจะแจ้งคอมมูนให้มาลากตัวแกไปปรับทัศนคติฐานเบี้ยวหนี้!"
ลุงเฉินที่ยืนหนวดเคราเฟิ้มอยู่ด้านหลังรีบพยักหน้ารับสมทบ พร้อมกับกวาดสายตาโลภโม่งเข้าสำรวจข้าวของภายในร้านที่เต็มไปด้วยฝุ่น "ใช่! เอาสัญญาเงินกู้ออกมา หรือไม่ก็ยกหม้อตุ๋นทองเหลืองใบนั้นให้ฉันเอาไปขายใช้หนี้ซะ!"
เหมยหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองสองสามีภรรยาจอมสูบเลือดสูบเนื้อตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง หม้อตุ๋นทองเหลืองใบนั้นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเธอหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต และเป็นเครื่องมือทำมาหากินชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ มีหรือที่เธอจะยอมให้โจรในคราบญาติพวกนี้หยิบฉวยไปได้ง่ายๆ
"หนี้สามร้อยหยวน?" เหมยหลิงทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนลุงเฉินเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ในเมื่อพูดถึงเรื่องหนี้สิน เรามาเคลียร์กันให้ชัดเจนดีกว่าครับ... ว่าตกลงแล้ว 'ใคร' กันแน่ที่เป็นฝ่ายติดหนี้ 'ใคร'?"
"แกหมายความว่ายังไงวะ!" ลุงเฉินตบโต๊ะข้างทางเสียงดังลั่น "พ่อแกกู้เงินฉันไปสามร้อยหยวน มีลายมือชื่อชัดเจน!"
"ลายมือชื่อ?" เหมยหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ "สัญญาฉบับนั้นทำขึ้นตอนที่พ่อของฉันป่วยหนักอย่างไร้สติ และพวกท่านก็บังคับให้ท่านเซ็นในขณะที่สะลึมสะลือ แถมดอกเบี้ยที่พวกท่านเรียกเก็บ มันเกินกว่าที่กฎหมายรัฐกิจกำหนดไว้ถึงสเท่าตัว แบบนี้เขาไม่เรียกว่าทวงหนี้หรอกครับ... เขาเรียกว่า 'ปล้น' โจ่งแจ้งต่างหาก"
"อีนังเด็กนี่! ปากดีนักนะ! วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกแทนพ่อแม่แกเอง!" ป้าเฉินทนฟังไม่ไหว เงื้อมืออวบหนาขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าขาวซีดของเหมยหลิงให้หายแค้น
เหมยหลิงไม่หลบ เธอเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อยอย่างเหนือชั้น เตรียมพร้อมที่จะสวนกลับด้วยวิธีที่เจ็บแสบที่สุด แต่ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นจะกระทบโดนผิวแก้วของเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจสีเขียวเข้มของสถานีตำรวจประจำอำเภอก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของป้าเฉินไว้ได้อย่างทันท่วงที!
หมับ!
แรงบีบที่หนักหน่วงราวกับคีมเหล็กทำให้ป้าเฉินร้องจ๊ากออกมาทันที หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ยๆๆ! เจ็บ! ใครวะ! ปล่อยนะเว้ย มือฉันจะหักอยู่แล้ว!"
สารวัตรหานเฟิงปรายตามองป้าเฉินด้วยแววตาคมกราบราวกับใบมีดโกน บรรยากาศรอบตัวของนายตำรวจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดแผ่รังสีความกดดันออกมาจนรอบบริเวณเงียบกริบลงทันตาเห็น เขาค่อยๆ สะบัดมือป้าเฉินออกอย่างรังเกียจราวกับปัดเป่าแมลงน่ารำคาญ
"การบุกรุกเคหสถานยามวิกาล ข่มขู่ทำร้ายร่างกาย และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา..." สารวัตรหานเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุบต่ำทรงอำนาจ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมไร้รอยยิ้ม "ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดก่อกวนความสงบเรียบร้อยที่นี่ ผมคงต้องเชิญตัวไปคุยกันต่อที่สถานีตำรวจสักสามวันสี่คืนแล้วล่ะครับ"
ป้าเฉินหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นเครื่องแบบและปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวของนายตำรวจหนุ่ม ลุงเฉินรีบเข้าไปประคองภรรยาด้วยความหวาดกลัว ได้แต่ฮึดฮัดขู่ฟ่อๆ ด้วยความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะนังหลานอกตัญญู แกไม่มีทางรอดไปได้หรอก!" พูดจบทั้งคู่ก็วิ่งหางจุกตูดหนีหายไปจากตรอกอย่างรวดเร็ว
ตรอกแคบกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหมยหลิงถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันกลับมาสบตากับนายตำรวจหนุ่มผู้มาใหม่ ดวงตากลมโตสำรวจร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า กลิ่นอายความอบอุ่นและปลอดภัยจางๆ ลอยมาจากตัวเขาอย่างน่าประหลาด
"ขอบคุณครับ... สารวัตรหาน" เหมยหลิงเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับโค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาท
สารวัตรหานเฟิงไม่ได้ตอบคำถามทันที สายตาคมกราบกวาดมองใบหน้าซีดเซียวแต่แววตาดื้อรั้นของหญิงสาว ก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะสูดกลิ่นหอมบางเบาที่ลอยออกมาจากก้นครัวด้านใน ซึ่งเป็นกลิ่นของขิงแก่ กระเทียม และสมุนไพรตุ๋นยาจีนที่เริ่มส่งกลิ่นโชยเตะจมูกท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บยามเช้า
ท้องของนายตำรวจหนุ่มผู้ไม่เคยทานอาหารฝีมือใครนอกจากอาหารโรงอาหารสถานีตำรวจ ถึงกับส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาเบาๆ อย่างไม่คาดคิด
เหมยหลิงเหลือบมองปฏิกิริยานั้น มุมปากอิ่มพลันยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเชฟผู้กุมความลับเรื่องกระเพาะอาหารของมนุษย์ไว้ในกำมือ เธยขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ
"ถ้าสารวัตรไม่รังเกียจ... 'ซุปไก่ตุ๋นยาจีน' หม้อแรกที่กำลังเคี่ยวอยู่ด้านใน น่าจะช่วยอุ่นกระเพาะให้คุณในเช้าที่วุ่นวายนี้ได้ดีทีเด็ดเลยนะครับ?"
สารวัตรหานเฟิงชะงักกึก ดวงตาคมก้มมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา กลิ่นหอมกรุ่นของซุปที่ลอยตลบอบอวลอยู่รอบตัวเธอกำลังทำลายเกราะป้องกันความเย็นชาของเขาลงทีละน้อยอย่างราบคาบ...
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาจิบกาแฟเข้มๆ และร่วมเดินทางไปกับรสชาติชีวิตของเหมยหลิงด้วยกันเสมอนะครับ)*
ซุปไก่ตุ๋นยาจีนกับคุณตำรวจสายดุ•ตอนที่ 1
ตื่นขึ้นมาในกลิ่นอายควันถ่าน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปไก่ตุ๋นยาจีนกับคุณตำรวจสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
