ควอนตัมฟิสิกส์กับนายกวนประสาทและผมที่อยากจะกรี๊ด•ตอนที่ 15

เสียงสะท้อนที่หัวใจ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"บอกผมมาสิครับ ดร.อคิน ว่าเสียงหัวใจของคุณตอนนี้ มันกำลังสั่นพ้องกับความถี่เท่าไหร่กันแน่" หน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมัวของสตูดิโออัดเสียงเก่าๆ กลิ่นอับชื้นของแผ่นซับเสียงผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำที่วางทิ้งไว้จนเย็นชืด ปูนปั้นนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม มือเรียวกดพิมพ์ข้อความรัวเร็วจนเกิดเสียงก๊อกแก๊กเบาๆ ในความเงียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ชายหนุ่มสวมแว่นกรอบทองที่ยืนกอดอกทำหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้ามิกเซอร์บอร์ด "ปูนปั้น เลิกเล่นเป็นเด็กๆ สักทีนะครับ" อคินถอนหายใจยาวเหยียดจนแว่นตาขึ้นฝ้าจางๆ เขาผลักแว่นให้เข้าที่ด้วยปลายนิ้ว "นี่ผมจริงจังระดับโนเบลไพรส์เลยนะหมอ!" ปูนปั้นดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวนักฟิสิกส์หนุ่มผู้เป๊ะทุกองศา จนอคินต้องผถายหลังกรูดไปติดขอบโต๊ะควบคุมเสียง "เรากำลังทำคอนเทนต์ 'ดนตรีบำบัดกับฟิสิกส์เรื่องคลื่นเสียง' นะครับคุณพี่! หมอต้องอธิบายให้รี้ดเดอร์เข้าใจสิว่า ทำไมเสียงกีตาร์โปร่งเมื่อกี้ ถึงทำให้ใจผมเต้นผิดจังหวะได้ขนาดนี้" "มันก็เป็นเรื่องของ **Resonance** หรือการสั่นพ้องธรรมดาครับ!" อคินเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในแว่นตา "เมื่อวัตถุสองชิ้นมีความถี่ธรรมชาติเท่ากัน วัตถุชิ้นที่สองจะสั่นตามเมื่อได้รับคลื่นความถี่นั้น..." อคินอธิบายด้วยเสียงโมโนโทนแบบอาจารย์มหาวิทยาลัย พยายามเบนสายตาหนีใบหน้ายิ้มแย้มที่อยู่ใกล้เกินความจำเป็น "เหมือนกับสายกีตาร์ของคุณที่ไปกระตุ้นเยื่อแก้วหู และส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังสมองส่วนลิมบิก... มันไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ทางใจอะไรทั้งสิ้น มันคือฟิสิกส์พื้นฐาน!" ปูนปั้นโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนอคินได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวอีกฝ่าย "แล้วฟิสิกส์พื้นฐานข้อไหนเหรอครับหมอ ที่อธิบายว่าทำไม... เวลาผมอยู่ใกล้หมอ ความดันเลือดของผมถึงพุ่งปรี๊ดเกินขีดจำกัดทุกที?" *ตู้ม!* ไม่ใช่เสียงระเบิดที่ไหน แต่เป็นเสียงความอดทนในหัวของ ดร.อคิน ที่ขาดผึ่งลง ไอ้เด็กนี่มันชing จังหวะเก่งเป็นบ้า! ตั้งแต่ร่วมทำโปรเจกต์ช่อง "วิทยาศาสตร์รอบตัว" มานี่ ชีวิตสงบสุขของเขาถูกปأسป่วนจนเละเทะไม่เป็นท่า คนอะไรหน้ามึน พลังงานเหลือล้น แถมชอบหยอดคำหวานใส่เขาด้วยหลักการฟิสิกส์แบบผิดเพี้ยนอยู่เรื่อย แต่ที่แย่ที่สุดคือ... หัวใจเจ้ากรรมของเขานี่สิ ดันเผลอไปเต้นจังหวะเดียวกับความถี่กวนๆ ของอีกฝ่ายทุกทีสิน่า "คุณปูนปั้นครับ กรุณาถอยออกไปห่างๆ สามเมตรเดี๋ยวนี้เลยนะ" อคินยกมือขึ้นดันไหล่บางของยูทูบเบอร์หนุ่มให้ออกห่าง พยายามทำเสียงให้ดุที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เรากำลังทำงานอยู่ อย่าเอาเรื่องไร้สาระมาปะปนกับหลักการทางวิทยาศาสตร์เด็ดขาด" "โถ่ หมออคินคนซึน..." ปูนปั้นหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับยามมองท่าทางขัดเขินที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยฟอร์มดร.ผู้เคร่งขรึม "ความรักก็เหมือนคลื่นกลนั่นแหละครับหมอ มันต้องมีตัวกลางในการเดินทาง... และตัวกลางของผมตอนนี้ ก็คือความกวนประสาทที่ทำให้หมอยอมคุยด้วยทุกวันยังไงล่ะ" "เพ้อเจ้อครับ!" อคินหันขวับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟคลื่นเสียง (Waveform) สีเขียวสว่างไสวบนจอ "ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดจาเหลวไหล ผมจะยกเลิกโปรเจกต์นี้แล้วกลับห้องไปคำนวณสมการควอนตัมเดี๋ยวนี้จริงๆ ด้วย" "โอเคๆ ยอมแล้วครับคุณชาย" ปูนปั้นชูมือขึ้นสองข้างอย่างยอมจำนน แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากยังคงอยู่ไม่จางหาย "งั้นเรามาเข้าเรื่องสาระกันดีกว่า... ไหนลองอธิบายให้ฟังหน่อยสิครับอาจารย์ ว่าทำไมเสียงเพลงถึงเยียวยาจิตใจคนที่กำลังเหงาได้ ตามหลักฟิสิกส์และสุนทรียศาสตร์ที่หมอชอบนักชอบหนา" อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วเพื่อเรียกไฟล์เสียงและกราฟความถี่ขึ้นมาแสดงผล บรรยากาศในห้องค่อยๆ เปลี่ยนจากความอึมครึมทางอารมณ์ กลับเข้าสู่โหมดวิชาการที่เขาสถิตอยู่เป็นประจำ แม้ว่าดวงตาภายใต้กรอบแว่นจะยังคงแอบเหลือบมองคนด้านข้างเป็นระยะๆ ก็ตาม "ตั้งใจฟังให้ดีๆ นะครับ..." อคินเริ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง ดวงตาคมมองตรงไปที่หน้าจอ "เสียง... แท้จริงแล้วก็คือคลื่นกล (Mechanical Wave) ที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ น้ำ หรือของแข็ง อนุภาคของตัวกลางจะเกิดการอัดและขยายตัว ส่งพลังงานผ่านการสั่นสะเทือนมายังหูของเรา" ปูนปั้นพยักหน้ารับหงิกๆ ทำท่าตั้งอกตั้งใจฟังอย่างดี แม้ว่าสายตาจะไม่ได้มองหน้าจอเลยสักนิด แต่มันกลับกวาดมองสันจอกโด่งและริมฝีปากที่ขยับอธิบายเรื่องยากๆ ด้วยความหลงใหล "เมื่อเราฟังเพลง..." อคินอธิบายต่อโดยไม่รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตา "สมองของเราไม่ได้แค่รับรู้เสียงธรรมดา แต่มันเกิดกระบวนการที่เรียกว่า **Entrainment** หรือการที่ระบบชีวภาพภายในร่างกายของเรา ปรับจังหวะให้สอดคล้องกับความถี่ภายนอก เช่น จังหวะการเต้นของหัวใจ หรือคลื่นสมอง จะเริ่มซิงค์เข้ากับจังหวะบีทของเสียงเพลงนั้นๆ" "อ๋อ... เหมือนกับที่หัวใจผมซิงค์เข้ากับความน่ารักของหมอสินะครับ" "ปูนปั้น!" อคินหันขวับมาถลึงตาใส่ "ถ้าคุณยังไม่หยุดหยอด ผมจะเอาไมโครโฟนฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะ!" "ฮ่าๆๆ โอเคครับ ไม่หยอดแล้วๆ เชิญท่านดร.บรรยายต่อได้เลยครับกระผม" ปูนปั้นยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะไหล่สั่น อคินสูดหายใจเข้าลึกอีกรอบเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "นอกจากเรื่องความถี่แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ **Harmonics** หรือเสียงประสาน คลื่นเสียงไม่ได้มีแค่ความถี่เดียว แต่มันประกอบด้วยคลื่นความถี่หลัก (Fundamental Frequency) และคลื่นเสียงซ้อนทับ (Overtones) ที่มีความถี่เป็นจำนวนเท่าของความถี่หลัก..." นักฟิสิกส์หนุ่มหันไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่งของปูนปั้นขึ้นมาถือไว้ นิ้วเรียวดีดสายลงไปเบาๆ เกิดเป็นเสียงคอร์ด G เมגเจอร์กังวานใส กราฟบนหน้าจอคอมพิวเตอร์กระโดดขึ้นเป็นรูปคลื่นที่ซับซ้อนแต่สวยงาม "เห็นไหมครับ?" อคินชี้ให้ดูหน้าจอ "ความไพเราะของดนตรี ไม่ได้เกิดจากความดังหรือความเบา แต่มันเกิดจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวของคลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน เหมือนกับความสัมพันธ์ของมนุษย์เรา..." คำพูดของอคินเงียบลงไปกะทันหัน เมื่อเขารู้สึกตัวว่าเผลอพูดประโยคเปรียบเปรยที่ลึกซึ้งเกินกว่าเนื้อหาบทเรียนออกไป ปูนปั้นนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสบตาเขาผ่านเลนส์แว่น นิ่งสนิท ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงประกายความอบอุ่นบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในนั้น "ความสัมพันธ์ของมนุษย์เหรอครับ..." ปูนปั้นทวนคำเสียงแผ่วเบา ร่างโปร่งขยับเข้ามาใกล้โดยที่อคินไม่ทันได้ตั้งตัว มือเรียวเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คอซองกีตาร์ในมือของอคิน ช่วยประคองมันไว้ไม่ให้ร่วงหล่น "แล้วคลื่นความถี่แบบไหนล่ะหมอ ที่จะทำให้คนสองคน... เดินทางมาเจอคลื่นความถี่เดียวกันได้พอดีแบบไม่มีวันคลาดเคลื่อน?" ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ อคินรู้สึกราวกับว่าอากาศในห้องนี้กำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยดังฮัมๆ กลับเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวเร็วจนน่ากลัว มันไม่ใช่การสั่นพ้องทางฟิสิกส์... แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู "มัน... มันก็ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างครับ" อคินตอบเสียงตะกุกตะกัก หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา "ทั้งความบังเอิญ... โชคชะตา... และความเข้าใจ..." "งั้นเหรอครับ?" ปูนปั้นยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจังจนอคินใจหายวาบ "แต่สำหรับผมแล้ว... ผมไม่ต้องใช้สมการอะไรเลยนะหมอ ผมแค่อยากรู้แค่ว่า..." นิ้วมือของปูนปั้นที่กุมคอซองกีตาร์อยู่ เลื่อนมากุมทับหลังมือของอคินที่จับคออยู่อีกที ความอุ่นร้อนจากฝ่ามืออีกฝ่ายส่งผ่านผิวสัมผัสเข้ามาจนอคินสะดุ้งเฮือก แต่วินาทีที่เขาจะชักมือหนี ปูนปั้นกลับพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของนักฟิสิกส์หนุ่มหยุดหมุน "หมอ... เคยได้ยินเสียงสะท้อนจากหัวใจตัวเองบ้างไหมครับ?" อคินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแชตยาวเหยียดที่ปูนปั้นแอบพิมพ์คาไว้โดยที่อคินไม่เคยรู้ตัวมาก่อน—ข้อความสารภาพความในใจที่ถูกร้อยเรียงด้วยภาษาตรงไปตรงมาและคำหยอดกวนๆ แต่กลับซ่อนความจริงจังเอาไว้ทุกตัวอักษร ดร.อคินก้มมองหน้าจอ แล้วเงີยขึ้นมองหน้าเด็กหนุ่มสลับกัน สมองที่เคยประมวลผลฟิสิกส์ควอนตัมได้อย่างรวดเร็ว กลับหยุดทำงานสนิทในเสี้ยววินาทีนั้น... และก่อนที่เขาจะมีสติพอกดลบข้อความนั้นทิ้ง ปูนปั้นก็ยื่นนิ้วเรียวมากดปุ่ม **"ส่ง"** ส่งตรงเข้าแชตกลุ่มส่วนตัวของพวกเขาทั้งคู่ต่อหน้าต่อตา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับโมเลกุลแห่งความเหงาของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ควอนตัมฟิสิกส์กับนายกวนประสาทและผมที่อยากจะกรี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%