เซฟโซนที่หายไป กับหัวใจที่ร้าวราน•ตอนที่ 2

อิสระที่มีราคาต้องจ่าย

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของคินน์สั่นระริกโดยที่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากยอมรับออกมา เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดริมฝีปากหยักลึกไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราอึมครึมนี้น่ากลัวน้อยลงเลย ตรงกันข้าม ความเงียบที่ตามมาหลังจากการประกาศกร้าวของรดานั้น กลับหนักอึ้งเสียจนออกซิเจนในห้องแทบจะเจือจางลง "เธอคิดว่าการขู่ฉันด้วยคำพูดไร้สาระแบบนี้ จะทำให้ฉันเปลี่ยนใจงั้นเหรอ รดา" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโกรธเกรี้ยวกับความไม่เข้าใจ ร่างสูงใหญ่ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ที่เคยมีให้เขามาตลอดสามปีเต็ม รดากวาดสายตามองเอกสารหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใส แววตาของเธอสะท้อนความเด็ดเดี่ยวที่หล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความชอกช้ำในอดีต เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับชะตากรรมและร้องไห้ฟูมฟายรอความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว "ฉันไม่ได้ขู่ คินน์... และฉันก็ไม่ได้ต้องการให้คุณเปลี่ยนใจ" รดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง ราวกับทุกคำพูดถูกตอกลงบนพื้นน้ำแข็งที่หนาเตอะ "สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว... คือความเป็นอิสระจากผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณ" กึก! คินน์กระชากปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษเอกสารหย่าด้วยแรงอารมณ์ ปลายปากกาคมกริบกรีดลงบนแผ่นกระดาษจนเกิดเสียงน่ากลัว แรงกดมหาศาลสะท้อนถึงความคับแค้นใจที่ถูกหยามเกียรติ เขาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ราวกับต้องการจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นให้ขาดเป็นชิ้นๆ ด้วยปลายปากกา "เอาไปสิ! สิ่งที่เธอโหยหานักหนา!" คินน์โยนเอกสารแผ่นนั้นกลับมาตรงหน้าเธอ แรงเหวี่ยงทำให้กระดาษปลิวว่อนเล็กน้อยก่อนจะตกลงบนขอบโต๊ะ "จำคำพูดของเธอไว้ให้ดี รดา... อย่าคลานกลับมาขอร้องฉันก็แล้วกัน วันที่เธอกำลังจะพังไม่เป็นท่า!" รดาก้มลงมองลายเซ็นที่ทรงพลังแต่น่าสมเพชในความรู้สึกของเธอ เธอไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาอีก มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพับเก็บใสกระเป๋าเอกสารอย่างใจเย็น ท่าทีที่เยือกเย็นจนน่ากลัวของเธอกำลังสั่นประสาทของคินน์ให้เตลิดเปิดเปิง "ขอบคุณสำหรับความเป็นอิสระนี้นะครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันลืมไปว่าคุณไม่ใช่คนที่จะพูดคำนี้กับใครได้นอกจากตัวเอง" รดาเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกจากห้องทำงานนั้นไปทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองสามีทางกฎหมายที่เพิ่งขาดจากกันเป็นครั้งสุดท้าย เสียงประตูปิดลงพร้อมกับสายฝนด้านนอกที่กระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างไร้ความปรานี พายุลูกใหญ่ในคืนนี้โหมกระหน่ำกรุงเทพมหานครจนท้องฟ้ามืดมิดราวกับเวลากลางคืน รดาก้าวเดินออกมาจากตึกสูงระฟ้า ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเปียกปอนไหล่เสื้อบาง ทว่าความหนาวเย็นภายนอกยังเทียบไม่ได้เลยกับความเหน็บหนาวที่เธอเพิ่งก้าวผ่านมันมาได้ เธอต้องรีบกลับไป... กลับไปหาเซฟโซนที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตนี้ รถยนต์คันเล็กแล่นฝ่าสายฝนมาจอดสนิทหน้าบ้านพักหลังเล็กในย่านชานเมือง รดารีบวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปในตัวบ้าน เสียงเปิดประตูกลอนดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งเตาะแตะออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ "หม่าม้า!" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสามขวบดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนเล็กๆ ที่โผเข้ากอดเรียวขาของรดาแน่น รดาคุกเข่าลงโอบกอดร่างนุ่มนิ่มนั้นแนบอก หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้มาตลอดทางพรั่งพรูออกมาผสมปนเปไปกับหยดน้ำฝนที่เกาะตามเส้นผมของเธอ "ลินิน... คนเก่งของหม่าม้า" รดากอดลูกสาวตัวน้อยแน่นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจนี้ไปจากอ้อมแขน ร่างเล็กๆ ของน้องลินินส่งกลิ่นหอมสะอาดบริสุทธิ์ของแป้งเด็ก มือเล็กป้อมยกขึ้นลูบแก้มของมารดาอย่างรู้ภาษา แววตาใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้นสะท้อนภาพของรดาด้วยความรักที่ไร้เงื่อนไข "หม่าม้าเปียกฝนค่ะ... เดี๋ยวไม่สบายนะ" เด็กหญิงเอ่ยด้วยเสียงอ้อแอ้ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กซับตามใบหน้าของแม่อย่างเอาใจใส่ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นมาในอกทำให้หัวใจที่เคยร้าวรานของรดากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอจุมพิตที่หน้าผากมนของลูกน้อยซ้ำๆ พลางกระซิบเสียงสั่นเครือ "หม่าม้าไม่เป็นไรค่ะคนดี... ต่อไปนี้ เราจะมีอิสระและมีความสุขกันแค่สองคนแม่ลูกแล้วนะลูกนะ" ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางเมือง คินน์นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดในห้องทำงาน ขวดวิสกี้ราคาแพงถูกเปิดดื่มไปเกือบครึ่งขวด ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกอย่างหาทางออกไม่ได้ เขากำลังโมโห... โมโหรดาที่กล้าทิ้งเขาไป โมโหตัวเองที่รู้สึกเหมือนสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ประเมินค่าไม่ได้ไปตลอดกาล เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ คินน์ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญก่อนจะกดรับสาย "มีอะไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด "(คุณคินน์ครับ... แย่แล้วครับ!)" เสียงเลขาหนุ่มปลายสายละลานละลอกด้วยความตื่นตระหนกจนจับใจความแทบไม่ได้ "(รายงานจากสายข่าวของเรา... คุณรดา เธอไม่ได้เดินทางกลับไปที่บ้านพักเดิมของเธอครับ แต่เธอเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักรับรองย่านชานเมือง... ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ... ของคุณภาคินครับ!)" กริ้ง! แก้ววิสกี้ในมือของคินน์ร่วงหล่นกระทบพื้นพรมจนแตกกระจาย น้ำสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นห้อง ภาคิน! ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะเล่นงานเขาในทุกวิถีทาง! คินน์ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาดุดลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ รดากล้าดียังไงถึงไปซุกตัวอยู่ใต้ปีกของศัตรูตัวฉกาจของเขา! "สั่งคนเตรียมรถ เดี๋ยวนี้!" คินน์คำรามลั่นโทรศัพท์ "ฉันจะไปลากตัวเธอกลับมาเอง!" ทว่า... ในวินาทีที่คินน์ก้าวเท้าออกจากห้องทำงานเพื่อมุ่งหน้าไปจัดการกับอดีตภรรยาและศัตรูหัวใจ ภาพถ่ายใบลับที่เลขาเพิ่งส่งเข้ามาทางแอปพลิเคชันข้อความ ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน มันคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านพักของภาคิน ในภาพนั้น... นอกจากรดาแล้ว ยังมีร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสามขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางสายฝน โดยมีผู้ชายอย่างภาคินก้มลงกางร่มให้อย่างอ่อนโยน และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าด้านข้างของเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น... ช่างถอดแบบพิมพ์เดียวกับคินน์ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่หายไป กับหัวใจที่ร้าวราน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%