อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองหัวใจ•ตอนที่ 15

การเดินทางไปประชุมต่างเมือง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
แฟ้มข้อมูลขนาดมหึมาบนจอแท็บเล็ตกำลังกะพริบเตือนด้วยอักษรสีแดงฉาน บ่งบอกถึงความผิดพลาดในระบบคัดกรองอัลกอริทึมของโปรเจกต์ใหญ่ที่เมืองเหนือ แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าข้อผิดพลาดทางเทคนิค กลับเป็นเงื่อนไขการเดินทางที่ถูกบีบให้เหลือเพียงที่นั่งเดียวในรถยนต์ส่วนตัว—และมันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบจอง หากแต่เป็นฝีมือของฝ่ายจัดงานที่จงใจจัดสรรให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนต้องเดินทางร่วมกันเพื่อเคลียร์ปัญหาเร่งด่วน "ฉันว่าคุณตั้งใจเซ็ตค่าพารามิเตอร์นี้ให้มันชนกันตั้งแต่แรกแล้วนะคะ, คุณคีริน" รินรดากดปิดหน้าจอแท็บเล็ตด้วยแรงที่มากกว่าปกติด็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่าซ่อนความขุ่นเคืองไว้ภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยม เธอยังจำความรู้สึกเมื่อครู่ตอนที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช่ารถได้ดี เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าระบบขัดข้องและเหลือรถยนต์อีวีรุ่นเล็กเพียงคันเดียวที่ชาร์จแบตฯ เต็มพร้อมเดินทางข้ามจังหวัด คีรินเพียงแต่คลายพวงมาลัยเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รีบร้อน เขายังคงรักษาจังหวะการหายใจได้อย่างสม่ำเสมอ ราวกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเป็นเพียงโจทย์ UX เบื้องต้นที่เขาสามารถคาดเดาคำตอบได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเขียนโค้ด "ระบบมักจะเลือกเส้นทางที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอครับ... เอ๊ด... หมายถึง สำหรับผม มันคือทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดต่างหากล่ะครับ" คีรินเกือบหลุดใช้คำพูดคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นปลายคิ้วเรียวของรินรดากระตุกขึ้น เขาก็รีบปรับสรรพนามในใจทันที แม้ในกฎเหล็กส่วนตัวเขาจะเผลอหลุดความเคยชินไปบ้าง แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้หญิงสาวกำลังตั้งกำแพงสูงลิบ "อย่ามาอ้างตรรกะระบบกับฉันนะคะ" รินรดาหันหน้าออกไปมองทัศนียภาพนอกกระจก รถยนต์กำลังเคลื่อนตัวออกจากเขตกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลขสายเหนือ ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบเนื่องจากกลุ่มเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ความอึดอัดภายในห้องโดยสารขนาดกะทัดรัดไม่ได้มาจากอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่เย็นเฉียบ หากแต่มาจากสนามพลังเงียบงันที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ส่วนตัว ความเงียบดำเนินไปเนิ่นนานนับชั่วโมง มีเพียงเสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นผิวถนนและเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเม็ดเล็กๆ กระทบกระจกหน้าต่าง คีรินลอบเหลือบมองหญิงสาวเป็นระยะ เขาสังเกตเห็นนิ้วเรียวที่เคาะเบาๆ ลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นจังหวะซ้ำๆ—เป็นสัญญาณทางกาย ภาษากายที่บ่งบอกว่าเธอกำลังคิดวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อนและหาทางออกไม่ได้ "ถ้าคุณยังเครียดเรื่องโค้ดตัวนั้น ผมว่าเราลองมาถอดสมการใหม่ดูไหมครับ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นอย่างระมัดระวัง รินรดาหันขวับมามอง "เราไม่มีอะไรต้องถอดสมการใหม่ทั้งนั้นค่ะ ปัญหามันอยู่ที่ชุดข้อมูลดิบของฝั่งโน้นส่งมาผิดพลาดตั้งแต่ต้นทาง ฉันตรวจสอบด้วย Log แล้ว มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร" "แต่ปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไม่ได้มีแค่ True หรือ False นะครับริน" คีรินหักพวงมาลัยหลบหลุมบนถนนด้วยความนุ่มนวล "คุณเก่งเรื่องการเขียนโค้ดเพื่อควบคุมพฤติกรรม แต่คุณมักจะลืมไปเสมอว่า... มนุษย์เรามีความแปรปรวนที่ไม่สามารถคาดเดาได้ด้วยเงื่อนไข If-Else เสมอไปหรอกนะ ความผิดพลาดที่คุณเจอในระบบ อาจจะไม่ใช่บั๊ก แต่เป็น 'ความตั้งใจ' ที่ซ่อนอยู่ต่างหาก" คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับคำโกหกของคนรักเก่าผุดขึ้นมาในหัววูบหนึ่ง ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนอย่างแนบเนียนเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเธอในโปรเจกต์ครั้งก่อน... มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือเจตนาของมนุษย์จริงๆ ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ "คุณก็แค่นักจิตวิทยาพฤติกรรมที่พยายามมองหาความซับซ้อนในทุกเรื่องนั่นแหละค่ะ บางที... ทุกอย่างมันอาจจะตรงไปตรงมาอย่างที่มันควรจะเป็นก็ได้" คีรินถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้โต้แย้งต่อ แต่เลือกที่จะเอื้อมมือไปปรับระดับแอร์และเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ เพื่อลดความกดดัน บรรยากาศในรถเริ่มผ่อนคลายลงทีละน้อย ความเงียบครั้งนี้ไม่ใช่ความอึดอัดอีกต่อไป แต่เป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้ยินเสียงความคิดของตัวเองท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วงจนวิสัยทัศน์การมองเห็นลดเหลือเพียงไม่กี่เมตร "ข้างหน้าทางหลวงน่าจะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังนะครับ" คีรินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นป้ายเตือนอิเล็กทรอนิกส์ข้างทาง "เราอาจจะต้องแวะพักที่รีสอร์ททางผ่านก่อนสักคืน เพราะถ้าฝืนขับต่อไป ระบบนำทางเตือนว่าเสี่ยงติดค้างกลางทางสูงมาก" รินรดากดเปิดดูแผนที่ในแท็บเล็ตของตนเอง ข้อมูลสภาพอากาศและรายงานจากกรมทางหลวงยืนยันคำพูดของเขาอย่างไม่มีที่ติ เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ การมีคนช่วยคำนวณความเสี่ยงร่วมกันมันทำให้ภาระทางใจลดลงไปครึ่งหนึ่ง "ก็ตามใจค่ะ..." เธอตอบเสียงเบາ "แต่เราต้องจองห้องพักแยกกันเด็ดขาดนะคะ" คีรินเพียงแต่ยิ้มรับในลำคอโดยไม่เอ่ยอะไรเพิ่มเติม รถยนต์คันเล็กเลี้ยวเข้าสู่ทาง เมื่อเดินทางมาถึงรีสอร์ทสไตล์โคซี่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและสายหมอกยามเย็น พนักงานต้อนรับกลับแจ้งข่าวร้ายด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ว่าระบบจองห้องพักของรีสอร์ทเกิดขัดข้องจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเมื่อช่วงบ่าย ทำให้ห้องพักแบบเตียงคู่และห้องเดี่ยวถูกจองเต็มทั้งหมด เหลือเพียง "ห้องสวีทสำหรับคู่รัก" เพียงห้องเดียวสุดท้ายของรีสอร์ทเท่านั้น "ขออภัยจริงๆ นะคะคุณลูกค้า ระบบสำรองห้องพักของเราล่มชั่วคราว ทำให้ห้องประเภทอื่นถูกอัป รินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าเคาน์เตอร์ขณะที่สายฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี ในขณะที่คีรินก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มมองหน้าจอระบบของรีสอร์ทแวบหนึ่งก่อนจะหันมาสบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ดูเหมือนว่า... อุปกรณ์และระบบของทริปนี้ จะพยายามบังคับให้เราต้องร่วมมือกันในทุกๆ มิติเลยนะครับ" คีรินกระซิบด้วยน้ำเสียงเจือแววขบขันเล็กๆ หน้าจอแท็บเล็ตในมือของรินรดาสั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้อความจากระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษปรากฏขึ้นตรงกลางหน้าจอด้วยตัวอักษรสีทองเรืองแสง [System Alert: ตรวจพบสถานการณ์จำกัดทรัพยากร (Resource Constraints) - ภารกิจย่อยระดับ A: การจัดการความสัมพันธ์ภายใต้สภาวะบีบคั้นเริ่มต้นขึ้นแล้ว เงื่อนไข: แชร์พื้นที่พักพิงร่วมกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ผลลัพธ์: ปลดล็อกระดับความไว้วางใจขั้นถัดไป] รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคีรินที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว และในวินาทีนั้นเอง เสียงประกาศจากระบบภายในรีสอร์ทก็ดังขึ้นพร้อมกับความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาอย่างกะทันหัน... ไฟฟ้าดับทั่วทั้งหุบเขา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ พบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%