เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะเรียกสติของรินรดาให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความคิด เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมสะอาดตาเรือนผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตกำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธออยู่ รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากสีพีชนั้นช่างงดงามราวกับภาพวาด แต่สำหรับนักข่าวสายสืบสวนที่ผ่านสมรภูมิข้อมูลมาโชกโชนอย่างรินรดา รอยยิ้มแบบนี้ไม่ได้แปลว่า "มิตรภาพ" แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ดังกระหน่ำอยู่ในโสตประสาทต่างหาก
"เอกสารงบประมาณโครงการส่วนต่อขยายเซฟเฮาส์ล็อตล่าสุด ที่คุณรินรดาตรวจทานไปเมื่อช่วงบ่าย มีตัวเลขที่หายไปสามหลักนะคะ..." เสียงนุ่มหวานทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งดังขึ้น อลิสาก้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าสวยคมอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับแมวตัว
ใหญ่ที่กำลังสนุกกับการต้อนหนูจนมุมในซอกแคบๆ
รินรดาแสร้งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ยี่ห้อ แม้ว่าในใจจะแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับซีอีโอสาวตัวร้ายเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบขาวจางๆ ลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามจะกดมันลงไปตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบที่นี่
"ตัวเลขไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะคุณอลิสา แค่ฉันย้ายมันไปไว้ในหมวดที่ 'โปร่งใส' กว่าที่ฝ่ายบริหารของคุณพยายามจะซุกซ่อนไว้ต่างหากล่ะคะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวตรงหน้าแม้แต่น้อย
อลิสาหัวسวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวسวเราะที่เต็มไปด้วยความระรื่นหูแต่มันกลับทำให้ขนแขนของคนฟังลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เรียวคิ้วสวยได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะที่มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตาเอื้อมมาหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไปเปิดดูผ่านๆ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับกระดาษอย่างแผ่วเบา แต่สายตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่เคยละไปจากใบหน้าของรินรดาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"เป็นคนปากเก่งและมือไวเสียจริงนะคะ... สมกับที่เป็นนักข่าวสาวฝีมือดีที่กองบรรณาธิการส่งมา 'ปลอมตัว' เป็นพนักงานธุรการฝึก
หัดเพื่อสืบเรื่องของฉัน"
ประโยคบอกเล่าที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมทำเอารินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบตกลไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยยิ้มอันตรายที่ระบายอยู่บนใบหน้าของอลิสากำลังบอกเธออย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสัปดาห์ ไม่เคยรอดพ้นไปจากเรดาร์ของซีอีโอสาวจอมเจ้าเล่ห์คนนี้เลยแม้แต่น้อย
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงกลับคืนมา เธอไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ ยิ่งเมื่อรู้ว่าถูกจับไต๋ได้ การแสดงละครตบตาต่อไปคงมีแต่จะเสียเปรียบ เธอยืดตัวพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
"รู้ตัวเร็วกว่าที่คิดไว้นะคะ นึกว่า CEO พันล้านจะมัวแต่ยุ่งอยู่กับการเซ็นอนุมัติงบฟอกขาวให้พวกนักการเมืองเสียอีก" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนไม่แพ้กัน พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษกลับไปให้
อลิสาหรี่ตามองคนตรงหน้า รอยยิ้มบนริมฝีปากไม่ได้จางหายไป กลับยิ่งลึกซึ้งและมีความหมายมากยิ่งขึ้น หญิงสาวผละตัวออกจากโต๊ะทำงาน เดินวนมาหยุดอยู่ใกล้เก้าอี้ของรินรดา กลิ่นหอมหวานประจำตัวโชยเข้าจมูกชัดเจนยิ่งขึ้นจนน่าเวียนหัว รินรดารู้สึกเหมือนพื้นที่รอบตัวกำลังแคบลงทุกทีเมื่ออลิสาโน้มตัวลงมาใกล้ข้างใบหู กระซิบด้วยน้ำเสียงกระseวsซ่านที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ถ้าคุณอยากได้ข้อมูลวงในลึกซึ้งกว่านี้... ทำไมไม่มาถามจาก 'เจ้าของเรื่อง' โดยตรงบนเตียง... อ้อ หมายถึงในห้องทำงานส่วนตัวของฉันล่ะคะคุณนักข่าวคนเก่ง?"
คำพูดกำกวมที่มาพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ ทำเอารินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าและลำตัว ความโกรธปะปนกับความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก เธอลุกพรวดขึ้นหมายจะต่อว่าคนฉวยโอกาส แต่เพราะความรีบร้อนทำให้ข้อเท้าไปเกี่ยวเข้ากับขาเก้าอี้ ร่างเพรียวเซถลาล้มลงไปในอ้อมแขนของอลิสาที่รอรับอยู่อย่างรู้ทันพอดี
อลิสาคว้าเอวบางไว้ได้อย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เซถลาไปพิงกับผนังห้องกระจกใส รินรดาซบหน้าลงกับอกเสื้อสูทของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ มือเรียวรีบดันแผงอกนั้นไว้เพื่อพยายามผละออก แต่ทว่าวงแขนแกร่งที่โอบกอดรอบเอวเธอนั้นกลับเหนียวแน่นราวกับคีมเหล็ก รินรดาเงยหน้าขึ้นเพื่อต่อว่า แต่ทว่า... ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ตอนนี้แทบจะไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ
ดวงตากลมโตคู่นั้นสתสะท้อนภาพใบหน้าของเธอที่กำลังตื่นตระหนก อลิសาก้มมองเธอนิ่งนาน รอยยิ้มอันตรายจางหายไป เหลือเพียงแววตาคู่คมที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความปรารถนาบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"ปล่อยฉันนะ..." รินรดาเอמהเสียงกระซิบพร่า ลมหายใจติดขัดเมื่อปลายนิ้วมือข้างหนึ่งของอลิสาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอแทบจะหลุดลอย
"ถ้าฉันบอกว่า 'ไม่' ล่ะคะ คุณจะทำยังไง..." อลิสาเอ่ยเสียงกระซิบชิดริมฝีปาก สายตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มที่แดงก่ำด้วยความเขินอายอย่างนึกเอ็นดู
ก่อนที่รินรดาจะได้หาคำพูดใดมาโต้เถียงเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของนักข่าวสาวสายสืบสวน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยาวนานโดยไม่รออนุญาต
"คุณอลิสาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์สำรองกำลังถูกแฮกจากภายนอก ระบบรักษาความปลอดภัยหลักกำลังจะล่มค่ะ!"
เสียงร้อนรนของเลขานุการสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อภาพตรงหน้าคือท่านซีอีโอคนเก่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับพนักงานฝึกหัดหน้าใหม่ในมุมห้องทำงานอย่างแนบชิด
อลิสาถอนหายใจเบาๆ อย่างนึกเสียดาย เธอยอมคลายวงแขนที่โอบกอดรินรดาออกช้าๆ สายตาคมหันไปมองเลขาด้วยความไม่พอใจเพียงชั่วพริกตาก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิท รินรดารีบถอยหลังกรูด จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงซ่าน
อลิสาสบตากับรินรดาอีกครั้ง รอยยิ้มอันตรายแบบเดิมกลับมาประดับบนเรียวปากสวยอีกหน พร้อมกับกระซิบเบาๆ ทิ้งท้ายก่อนจะเดินผละออกไปจัดการปัญหาใหญ่ตรงหน้า
"เรายังคุยกันไม่จบนะคะ... คุณนักข่าวสายขุด"
[กลิ่นลิลลี่สีขาวขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ]
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่กับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 3
รอยยิ้มอันตราย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่กับยัยนักข่าวสายขุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!